อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

รัฐล้มเหลว!

สังคมไทยแตกร้าวกันหนัก หลังจากมีการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 แล้วมีการเอาผิดดำเนินคดีอย่างชัดเจนจริงจังกับอีกฝ่าย ในขณะที่อีกฝ่ายทำอะไรไม่ค่อยผิด หรือผิดน้อย คดีเดินไปอย่างเชื่องช้ามาก แต่ถ้าได้รับโทษก็เบาหวิว! ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 เวลา 11.00 น.


พล...โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จึงให้เครดิตกับพวกฝ่ายหลังนี้ว่า “ม็อบมีเส้น”

ทำรัฐประหารปี 49 เขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แถมคนทำรัฐประหารคือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยังตั้งพรรคการเมืองลงเลือกตั้ง แต่สู้ฝ่ายประชาธิปไตยไม่ได้ จึงต้องทำรัฐประหารกันอีกรอบในปี 57 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทำรัฐประหารเข้ามาแล้ว แทนที่จะวางตัวเป็นกลาง มุ่งส่งเสริมให้เกิดความปรองดองในชาติ แต่ พล..ประยุทธ์ ก็ตั้งแกนนำม็อบนกหวีดหลายคนที่ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปิดสถานที่ราชการ และล้มการเลือกตั้งปี 57 เข้ามาเป็นรัฐมนตรี รวมทั้งอีกหลายสิบคนที่ชอบโจมตี หรือเป็นคู่กรณีกับ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ได้รับการแต่งตั้งเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สมาชิกวุฒิสภา (..) แต่งตั้งเป็นประธานบอร์ด และอื่น ๆ มากมาย



ไม่ต้องพูดถึงคนเสื้อแดง ส.ส.ฝ่ายค้าน อดีตนายกฯ และคนเห็นต่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ จะถูกดำเนินคดีแบบจัดเต็ม! ทั้งไปคุกคามถึงบ้าน เรียกเข้าค่ายทหาร ปรับทัศนคติ ขังคุก ส่งขึ้นศาลทหาร และสั่งปิด “วอยซ์ทีวี” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พูดง่าย ๆ ว่าเป็นความยุติธรรม 2 มาตรฐานเป็นประจำ ในขณะการบริหารประเทศก็สอบตกทุกด้าน ทั้งปัญหาสังคม ยาเสพติด ปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนลำบากกันไปหมด ถึงขนาดต้องแจกบัตรคนจนไม่ต่ำกว่า 15 ล้านคนแล้ว

พล..ประยุทธ์ ทำอะไรผิดไว้บ้าง! ลองแวะเข้าไปดูในเฟซบุ๊กของ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. สรุปไว้สั้นๆ 10 ข้อ ถูกทุกข้อ และด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด ทำให้นักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศในนามกลุ่ม “ราษฎร 63” ลุกฮือออกมาชุมนุมขับไล่ พล..ประยุทธ์ อย่างต่อเนื่องกว่า 1 สัปดาห์

เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มราษฎร 63 ตั้งขบวนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รอเคลื่อนขบวนมาบนถนนราชดำเนิน เพื่อมาทำเนียบรัฐบาล แต่เจ้าหน้าที่ไปขอร้องพวกเขาให้เลี่ยงมาทางถนนนครสวรรค์-นางเลิ้ง พวกเขาก็ปฏิบัติตามแล้วเดินมาถึงทำเนียบฯ และชุมนุมปราศรัยกันอย่างสงบ ไม่มีอาวุธ ไม่มีเหตุวุ่นวาย เนื่องจากม็อบกลุ่มนี้เป็นนักเรียน นักศึกษาเสียส่วนใหญ่ จะมีพวกผู้ใหญ่หรือคนเสื้อแดงปะปนบ้าง ก็ไม่น่าถึง 30%

แต่ พล..ประยุทธ์กลับออกกฎหมาย “ลักหลับ” ในเวลา 04.00 . ด้วยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีภัยร้ายแรงในท้องที่กรุงเทพฯ แล้วให้ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุม โดยการใช้โล่ กระบอง ฉีดน้ำแรงดันสูงไล่ผู้ชุมนุม และจับกุมแกนนำไปบางส่วน ซึ่งคนที่ถูกจับไปก็ใช้หมายจับเก่า ๆ เล่นงานเขาทั้งนั้น



การออกกฎหมาย “ลักหลับ” ตอนตี 4 ของ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญปี 60 หรือไม่? ที่ระบุว่า “เสรีภาพในการชุมนุมจะได้รับการรับรอง หากเป็นการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ”

มาถึงตรงนี้จึงอยากสะกิด พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล..ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. และ พล...สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ต้องเป็นตัวของตัวเอง! อย่าไปอุ้มคนคนเดียว เพื่อให้ตัวเอง “หม่นหมอง” ไปด้วยทำไม?

ใครแนะนำให้ใช้กำลังปราบนักเรียน นักศึกษา ด้วยวิธีการ “พิเรนทร์ ๆ” อย่าไปทำ! โดยเฉพาะ พล.อ.ณรงค์พันธ์ อย่าฝืนโลกทำรัฐประหารโดยเด็ดขาด เพราะมันไปไม่รอดหรอก! แล้วชะตากรรม พล.อ.ณรงค์พันธ์ จะไม่ต่างจากนายพลรุ่นพี่ที่ทำรัฐประหาร แต่ถ้าถึงทางตันจริง ๆ ต้องกล้าพูดกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “มันจบแล้วครับนาย” ลาออก หรือยุบสภาไปเถอะ!



ส่วน พล..ประวิตร นั้น ต้องบอกว่าม็อบ “ราษฎร 63” ไม่มีใครพูดถึง “แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน” เลย! เพราะนักเรียนนักศึกษา “ล็อกเป้า” ไปที่ พล..ประยุทธ์ เพียงคนเดียว ถูกปราศรัยโจมตีอย่างดุเดือด สลับกับร้องเพลงฝรั่งปนไทย 1 2 3 4 5...... กระหึ่มทุกวัน ทุกเวที ลามเข้าไปในผับ-บาร์ ด้วยแล้ว!!.

....................
พยัคฆ์น้อย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    62%
  • ไม่เห็นด้วย
    38%

บอกต่อ : 62