อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

ปารีสเคอร์ฟิว

ก่อนถึงเวลา 21.00 น.ของคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ร้านอาหารในกรุงปารีสเมืองหลวงของฝรั่งเศสรีบปิดให้บริการ ผู้คนต่างรีบเดินทางกลับสู่เคหสถาน เพราะนี่คือกฎใหม่ของคำสั่งเคอร์ฟิว เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 เวลา 07.00 น.

ตำรวจทำหน้าที่ตรวจลาดตระเวนไปตามท้องถนน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเผชิญกับผู้คนที่กลับมาจากการดื่มกินสังสรรค์อันเป็นวิถีชีวิตปกติของพวกเขา แต่กฎหมายกลับห้ามการรวมกลุ่มกัน เพราะฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับการติดเชื้อมากกว่า 32,000 รายในช่วง 24 ชั่วโมงและต้องเข้าห้องไอซียูถึง 1,868 คน

เมืองที่มีประชากหนาแน่นอย่างกรุงปารีสคือศูนย์กลางของการแพร่ระบาด แม้บาร์จะปิดให้บริการไปตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา เหลือแต่ร้านอาหารและร้านค้าที่ยังให้บริการอาหาร ส่วนแอลกอฮอล์ห้ามขายตั้งแต่ 22.00 น.เป็นต้นไป บังคับต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทั้งในพื้นที่ปิดและเปิดโล่ง แต่กับคนหนุ่มสาวแล้วมักจะไม่ยี่หระกับการสวมหน้ากากอนามัย รวมถึงรักษากฎระยะห่างทางสังคม จึงไปรวมกันเป็นกลุ่มตามระเบียงร้านอาหารและอื่น ๆ

ดังนั้น รัฐบาลฝรั่งเศสจึงประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกนอกบ้านตั้งแต่เวลา 21.00 น.จนถึง 06.00 น.ของวันใหม่ในกรุงปารีสและอีก 12 เมือง รวมประชากรราว 20 ล้านคน แล้วยังห้ามอยู่ในบ้านเดียวกันเกินกว่า 6 คน คำสั่งเคอร์ฟิวนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างน้อย 4 สัปดาห์



ตั้งแต่ 22.00 น.เป็นต้นไปตามท้องถนนของเมืองแห่งสีจึงดูเงียบ นอกจากคนที่พลัดหลงซึ่งก็เสี่ยงที่จะถูกปรับ 135 ยูโร หากไม่สามารถหาหลักฐานมาแสดงได้ว่าเหตุใดถึงออกมาอยู่ข้างนอก เช่นชายคนหนึ่งบอกว่า เพิ่งกลับจากโรงพยาบาลเพราะลูกสาวเข้ารับการผ่าตัด มีเอกสารยืนยันจากโรงพยาบาล ตำรวจก็อนุญาต

ธุรกิจส่งอาหารทั้งด้วยจักรยานและรถจักรยานยนต์ยังแล่นไปตามท้องถนนที่ซิกแซกไปมาของปารีส เพื่อนำอาหารไปส่งให้ถึงบ้านของผู้ใช้บริการ ซึ่งก็จะเป็นปกติที่คนชอบสั่งอาหารหลังเวลา 21.00 น.ไปแล้ว รถบัสยังคงแล่นให้บริการ รถไฟและรถไฟใต้ดินก็เช่นกัน เพื่อผู้โดยสารได้เดินทาง แม้จะฝ่าคำสั่งเคอร์ฟิว หรืออาจจะไปทำงานหรือเหตุผลด้านการแพทย์

ปารีสไม่ได้ใช้เคอร์ฟิวมาตั้งแต่ปี 2504 ซึ่งช่วงนั้นจำกัดเฉพาะกลุ่มศาสนาเพราะมีข้อขัดแย้งเรื่องสงครามแยกตัวเป็นเอกราชของแอลจีเรีย แต่ก่อนนั้นเคอร์ฟิวใช้ช่วงนาซียึดครองตอนสงครามโลกครั้งที่ 2



ตำรวจและทหาร 1,350 คนทำหน้าที่ตรวจลาดตระเวนในปารีสและชานเมือง เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งหลังจากที่เคยล็อกดาวน์ 2 เดือนสิ้นสุดไปเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจยืนยันด้วยว่า ใครฝ่าฝืนต้องถูกลงโทษและโทษปรับอาจสูงถึง 3,750 ยูโรหรือโทษจำคุก หากยังทำผิดซ้ำซาก

นอกจากในปารีสแล้วยังจะมีเคอร์ฟิวในเมืองลีลล์, ลียง, ตูลูส, มองต์เปลิเยร์, แซงต์-เอเตียง,เอ็ก-มาร์กเซย์, รูเอน และเกรอนอบ

นายกรัฐมนตรีฌอง กัสแต็กซ์ ของฝรั่งเศสมั่นใจว่าผู้คนจะแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ และผ่านพ้นไปได้ แม้จะมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและหน้าที่การงานก็ตาม.

______________________

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32