อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563

สิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิมนุษยชนตามหลักการสากล

นอกจากกระแสความเคลื่อนไหวเรียกร้องทางการเมืองที่ร้อนแรงต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้ แทบทุกครั้งของการชุมนุมทางเมืองครั้งใหญ่ สิ่งที่ถูกจับตาเสมอคือ“ท่าที”ของทั้งสองฝ่ายทั้งรัฐและประชาชน เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 12.05 น.


ในส่วนรัฐปฏิเสธไม่ได้ถึงกรณีที่มักถูกตั้งคำถามการปฏิบัติต่อสิทธิและเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนตามหลักการสากล โดย กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights) หรือ ICCPR เป็นอีกกติกาสากลสำคัญที่ถูกนำมาอ้างอิงเสมอในช่วงสถานการณ์เช่นนี้

สำหรับประเทศไทยเข้าเป็นภาคี ICCPR โดยการภาคยานุวัติเมื่อวันที่ 29 ต.ค.2539 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2540 นับเป็นเวลานานกว่า 20 ปี ที่ผ่านมากรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบสนธิสัญญาดังกล่าว ซึ่งได้ระบุสรุปความหมายและหลักการ สาระสำคัญไว้ดังนี้

ICCPR คือ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิและเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งถือเป็นกฎหมายระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนฉบับหนึ่งซึ่งได้รับการรับรองโดยสมัชชาสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2509 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2519 มีวัตถุประสงค์เพื่อประกันสิทธิในชีวิตและร่างกาย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิทางการเมืองการปกครองโดยหลักนิติธรรมต่อบุคคลที่อยู่ในเขตอำนาจรัฐโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ

กติกาสากลดังกล่าวประกอบด้วยวรรคอารัมภบท ตามด้วยบทบัญญัติอีก 53 ข้อ แบ่งเป็น 6 ส่วน ประกอบด้วย วรรคอารัมภบท ระบุถึงพันธกรณีหรือหน้าที่ของรัฐด้านสิทธิมนุษยชนตามกฎบัตร สหประชาชาติ ความรับผิดชอบของบุคคลในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และสิทธิทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมที่เท่าเทียม

ส่วนที่ 1 ระบุถึงสิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตัวเอง ประชาชนแต่ละคนและในฐานะกลุ่มมีสิทธิเลือกวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจ สังคม ส่วนที่ 2 (ข้อ 2-5) ระบุถึงพันธกรณีของรัฐภาคีที่จะเคารพและประกันสิทธิ ตลอดการห้ามเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเหตุผลทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศ สีผิว ความคิดเห็นทางการเมือง สถานะเศรษฐกิจ หรือสถานะอื่นใด การประกันว่าบุคคลที่ถูกละเมิดจะได้รับการเยียวยา การรับรองว่าชายและหญิงจะได้รับสิทธิพลเมืองและการเมืองเท่าเทียมกัน ห้ามมีการลิดรอนสิทธิในสถานการณ์ฉุกเฉิน และห้ามตีความกติกาไปเพื่อจำกัดสิทธิและเสรีภาพอื่น



ส่วนที่ 3 (ข้อ 6-27) ระบุถึงสาระของสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เช่น สิทธิในการมีชีวิต มีความมั่นคง ปลอดจากการถูกทรมาน การห้ามจำกุมตามอำเภอใจ การปฏิบัติต่อผู้ถูกลิดรอนเสรีภาพอย่างมีมนุษยธรรม การคุ้มครองเสรีภาพทางความคิด การแสดงออกทางความเห็น เสรีภาพในการชุมนุมอย่างสันติ การรับรองว่าบุคคลทั้งปวงย่อมเสมอภาพกันตามกฎหมายและได้รับ ส่วนที่ 4 (ข้อ 28-45) ระบุถึงการจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่รับผิดชอบตรวจสอบการปฏิบัติตามพันธกิจที่กำหนดไว้ในกลไกกติกาดังกล่าวของรัฐ พร้อมเสนอรายงานต่อรัฐภาคี การยอมรับอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ส่วนที่ 5 (ข้อ 46-47) ระบุถึงการห้ามการตีความไปในทางขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศอื่นๆและไม่ให้ตีความในการลิดรอนสิทธิที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และ ส่วนที่ 6 (ข้อ 48-53) ระบุถึงการเป็นภาคีและการแก้ไขเพิ่มเติมกติกา

มีการระบุประโยชน์ในการเข้าเป็นภาคีไว้หลักๆคือ ทำให้ประชาชนมีหลักประกันการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองโดยเป็นไปตามมาตรฐานสากล การได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่ารัฐมีนโยบายชัดเจนในการมุ่งมั่น ส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน การสร้างความมั่นใจที่มีต่อประเทศไทยจากนานาประเทศถึงการรับเอามาตรฐานสากลมาเป็นแนวปฏิบัติ ที่สำคัญคือการนำมาสู่การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่างๆของรัฐให้เป็นสากล

อย่างไรก็ตาม ที่มีการพูดถึงมากสุดในสถานการณ์เคลื่อนไหวขณะนี้คือ ข้อ 21 สิทธิในการชุมนุมโดยสงบย่อมได้รับการรับรอง การจำกัดการใช้สิทธินี้จะกระทำมิได้นอกจากจะกำหนดโดยกฎหมายและเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับสังคมประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของชาติหรือความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย การสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชนหรือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

แม้ความเห็นแตกต่าง แต่หากเคารพกติกาที่กำหนดไว้ระหว่างกันได้ การตัดสินด้วยความรุนแรงก็คงไม่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายๆ.

ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน
crimedn@dailynews.co.th
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 65