อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563

'ม้า-เรือ-โคน-เม็ด-เบี้ย' เรียงหน้าปกป้อง 'บิ๊กตู่'

สวัสดีคุณผู้อ่านที่เคารพรัก “ร้อยโทบานเย็น” แห่งค่ายหลักสี่ มารายงานตัวตามระเบียบ พบกันเป็นประจำสม่ำเสมอ ในคอลัมน์ “เลียบค่ายกองทัพ” วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563  เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 11.00 น.


ตุลาฯ ร้อนไร้ทีท่าจะอวสาน งานเข้ารัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ตั้งแต่กลางเดือน ผ่านพายุฝนฟ้าฟ้าคะนองจวบจนลมหนาวเริ่มพัดผ่าน มวลชนสายแกงสมัครสมานสามัคคีทำกิจกรรมดาวกระจายรายวันตามแผนยุทธการ ปั่นป่วนรัฐบาลและตำรวจให้ได้กุมขมับ มิมีทีท่าอ่อนกำลัง ชนิดที่ว่านักเรียนอาชีวะหลายสถาบันสงบศึกกันชั่วคราวเพื่อพุ่งเป้ามาไล่ลุง ช่วงนี้สีหน้าและอารมณ์ไม่ค่อยสู้ดี ถูกด่าทอรายวัน จนเจ้าตัวตัดพ้อกลางวงครม. ระหว่างหารือเรื่องการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อหาทางออกให้กับประเทศว่า “ถูกรุมถูกด่าอยู่คนเดียว อยากให้มีรัฐมนตรี หรือใครมาช่วยปกป้องบ้าง” ปล่อยให้รับหินอยู่คนเดียว จะมีคนลอยตัวอยู่บนฟูกแบบที่ลุงว่าหรือเปล่าไม่รู้ ทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมอึมครึมไปในบัดดล 

ส่วนเหล่าบรรดาพรรคร่วมที่ดูเหมือนว่าจะลอยตัวสบาย ก็ใช่ว่าจะไม่โดน ล่าสุดถึงคิว “อู๊ดด้า” นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับเเขกบ้าง ม็อบนนทบุรีเคลื่อนพลไปกดดันวางพวงหรีดไว้อาลัยหน้ากระทรวงพาณิชย์  

ขณะที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาแก้เกี้ยวเป็นนัยๆให้ลุงรู้ แม้ไม่ใช่คนสุพรรณฯ แต่ก็ยืนยันว่ามาด้วยกันไปด้วยกันจ้า 
 

 
เป็นประมวลภาพการเมืองที่ ม้า เรือ โคน เม็ด เบี้ย ยืนชนกันกลางกระดาน ขยับเดินกันอีกคนละสองสามทีคงถึงคราวห้ำหั่น จึงมีสัญญาณจาก “บิ๊กตู่” ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ ขอถอยคนละก้าว เข้าสภา ใช้สติและปัญญา แก้ปัญหาร่วมกัน ในฐานะผู้นำที่ต้องพยายามรักษาสมดุลระหว่างมุมมองความคิด ความต้องการแตกต่างกันในสังคม เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ประเทศเจริญก้าวหน้า พ้นภยันตรายจากพลังมืด จะใช้เวทีรัฐสภาเป็นทางออก เป็นวิธีเดียวที่เราจะก้าวผ่านปัญหาไปได้อย่างยั่งยืน แน่นอนว่าต้องเกิดขึ้นจากการพูดคุยกัน ผ่านทางกระบวนการรัฐสภานี่คือวิธีการเดียว 

“ผมจะเป็นคนเริ่มก้าวแรก เพื่อลดอุณหภูมิความรุนแรง รวมถึงกำลังเตรียมที่จะยกเลิกพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่ กทม. เร็วๆนี้ ขอให้ทุกคนร่วมใจกัน ทำให้เมฆดำที่กำลังเคลื่อนมาปกคลุมประเทศไทยของเราให้หายไป” (และต่อมาก็ประกาศยกเลิกจริง ๆ)  
 

 
เป็นช่วงจังหวะเดียวกันกับที่มวลชนสายแกงเดินเท้าจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปจ่อถ้ำเสือทำเนียบรัฐบาล ยื่นข้อเรียกร้องขีดเส้นตาย 3 วัน “นายกฯลุงตู่” ต้องลาออก ไม่งั้นยกระดับการชุมนุม สิ่งน่าห่วงคือระหว่างทางเคลื่อนขบวนอันแสนโกลาหล มีการฝ่ารั้วลวดหนามและแนวกั้นของเจ้าหน้าที่หลายจุด รวมถึงเหตุปะทะที่ย่านรามคำแหงของมวลชนต่างขั้ว สุ่มเสี่ยงจะเกิดเรื่องเศร้าระหว่างผองไทยด้วยกันเอง  

แม้ว่าการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ไข่แดงของรัฐ เจ้าหน้าที่จะปรับยุทธวิธี “สลัดชุดลายพรางวางปืน มาสวมเสื้อเหลืองแทน” ในหลายจุด เพื่อลดภาพความน่ากลัว จากที่ก่อนหน้านี้ทหารจากค่ายสุรสีห์กว่า 100 นาย สวมชุดจัดเต็มเข้าไปประจำการดูแลพื้นที่ภายในรัฐสภา จนทำให้ผู้ทรงเกียรติผวาแตกตื่นกันไปทั่วกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เพราะคล้ายกับเหตุการณ์ก่อนรัฐประหารปี 2557 ทำเอาทหารต้องรีบถอนกำลังออกโดยด่วน แต่ทุกกลยุทธ์จะสูญเปล่า นอกจากแถลงการณ์ ควรรีบตั้งโต๊ะเจรจาอย่างเป็นทางการ เพราะขุนศึกที่ชาญฉลาดมักพาไพร่พลชนะได้โดยไม่ต้องยกทัพไปตีใคร หรือจะปล่อยให้เกิดการสูญเสียอย่างในอดีตเสียก่อน 
 

 
จู่ๆมีเรื่องให้ตื่นตระหนก เมื่อชาวโซเชียลแห่แชร์ภาพขบวนรถเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์บนถนนมอเตอร์เวย์จากจ.ชลบุรี เข้ามา กทม. ทำเอา “ผู้พันนิ่ม” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า เป็นการเคลื่อนย้ายรถยานพาหนะทางทหารของกรมสรรพาวุธทหารบกจากท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพื่อไปประจำการที่ จ.สระบุรี โดยรายงานข่าวแจ้งว่า เป็นการขนย้ายยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ จำนวน 14 คัน ที่กองทัพบกจัดซื้อในสมัยที่ “บิ๊กแดง”พล.อ.อภิรัชต์ คมสมพงษ์ เป็นผู้บัญชาการทหารบกทั้งหมด 70 คัน เข้าสู่กระบวนการตรวจรับ ที่กองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัง จ.สระบุรี ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท แต่ไม่ได้เข้ามาพื้นที่ชั้นในของ กทม. ท่ามกลางความระแวงของประชาชนที่พบเห็น 
 

 
สำหรับงานทหาร ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ “บิ๊กแอร์บูล” พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้โอวาทแก่ข้าราชการทหารอากาศที่จะเดินทางไปศึกษา ณ สถาบันการศึกษาทางทหารของกระทรวงกลาโหม สหพันธรัฐรัสเซีย ได้แก่ น.ท.ธนวัฒน์ กิจเจริญศักดิ์กุล สังกัดโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ เข้าศึกษาในหลักสูตรเสนาธิการร่วม น.ต.ชมพู น้อยบุญ สังกัดกรมข่าวทหารอากาศ เข้าศึกษาหลักสูตรภาษารัสเซียทั่วไป 

และร.อ.ณัฐกานต์ มารุ่งเรือง สังกัดกรมข่าวทหารอากาศ เข้าศึกษาหลักสูตรภาษารัสเซียทั่วไป ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 115 ปี ที่กองทัพอากาศได้ส่งนายทหารเข้าศึกษาในหลักสูตรทางทหารของรัสเซีย ทั้งนี้ “บิ๊กแอร์บูล” กล่าวว่า “ขอให้ทุกท่านตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ใช้ช่วงเวลาตลอดหลักสูตรให้คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ได้รับความรู้ ทักษะและประสบการณ์ พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการพัฒนากองทัพอากาศให้บรรลุวิสัยทัศน์ตามยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ 20 ปีต่อไป”  
 

 
เปลี่ยนหัวแถวใหม่ก็ยกเครื่องทีมโฆษกใหม่ เหมือนกับเหล่าทัพอื่นๆ “บิ๊กแก้ว” พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่งตั้ง “ทีมคณะโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย” ชุดใหม่ มีพล.ท.เชาวลิตร สังฆฤทธิ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร เป็นโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผอ.สำนักประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหาร และพล.ต.ชนวุฒิ  อิทธิวัฒนะ ผอ.สำนักปฏิบัติการกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหาร เป็นรองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย พ.อ.หญิง ฉัตรรพี พูนศรี พ.อ.หญิง บัณรสี ชวาลศิลป์ และร.อ.หญิง ฉัตรกนก  ณ สงขลา เป็นผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย 
 

 


สำรวจน้ำ....พล.อ.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา เสนาธิการทหารอากาศ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจความเสียหายพื้นที่ประสบอุทกภัย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พร้อมทั้งนำภาพถ่ายทางอากาศให้หน่วยเกี่ยวข้องไปวางแผนช่วยเหลือประชาชนต่อไป  
 


ร่วมอาลัย....พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร.เป็นประธานสวดพระอภิธรรมศพนายจิรพงษ์  ฟอกสันเทียะ พนักงานราชการ กรมช่างโยธาทหารเรือ เสียชีวิตจากการช่วยคนจมน้ำ ที่วัดปากน้ำฝั่งใต้  
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    79%
  • ไม่เห็นด้วย
    21%

บอกต่อ : 83