อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

"แรงงานไทย"ไม่ขี้เหร่ ปั้นคนคุณภาพทะลุ 4.7 ล้าน

การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ สู่ประเทศไทย 4.0 จะทำให้เกิดความต้องการแรงงานทักษะสูงจำนวนมาก อย่างเช่นกลุ่มสุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีการแพทย์ กลุ่มเครื่องมืออัจฉริยะและหุ่นยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีเมคาทรอนิกส์ และกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์และวัฒนธรรมที่ใช้ความรู้ด้านการบริการเพิ่มมูลค่า  เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00 น.


“แรงงาน” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ หากแรงงานมีความรู้ มีทักษะสูงย่อมส่งผลให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ และยังผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมดีขึ้น ปัจจุบันไทยยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ จากอัตราการเกิดที่ลดลง และมีทักษะ ความรู้ความสามารถไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ประเทศไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อให้เป็นประเทศ 4.0 เน้นการเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมเป้าหมาย คือ ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อาหารแห่งอนาคต หุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม การบินและโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ดิจิทัล การแพทย์ครบวงจร และการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ สู่ประเทศไทย 4.0 นั้นจะทำให้เกิดความต้องการแรงงานทักษะสูงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ กลุ่มสุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีการแพทย์ กลุ่มเครื่องมืออัจฉริยะและหุ่นยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีเมคาทรอนิกส์ กลุ่มดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตออฟติงส์ ที่ใช้เทคโนโลยีสมองกลฝังตัว และกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์และวัฒนธรรมที่ใช้ความรู้ด้านการบริการเพิ่มมูลค่า



นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน กล่าวว่า จากความต้องการแรงงานข้างต้น ต้องเร่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับความต้องการแรงงานดังกล่าว ซึ่งการพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่กำลังแรงงานของประเทศ เป็นภารกิจหลักของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ที่ต้องแสวงหาความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการร่วมกัน และจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีและความต้องการ

จากผลการดำเนินงานในปี 2563 รมช.แรงงาน เผยว่าปี 2563  ตั้งเป้าหมายดำเนินการ 3,827,200 คน สามารถพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่กำลังแรงงานของประเทศรวม 4,728,485 คน ประกอบด้วย ดำเนินการเอง จำนวน 136,882 คน ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2557 จำนวน 4,591,603 คน ซึ่งในส่วนที่ดำเนินการเองนั้น มีหลายโครงการที่น่าสนใจ  อาทิ โครงการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์  ด้วยความร่วมมือกับสมาคมขนส่งด้านโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) รับนักศึกษาจบใหม่ระดับปริญญาตรีเข้าฝึกอบรมและป้อนเข้าสู่ตลาดด้านโลจิสติกส์ จำนวน 323 คน โครงการเพิ่มทักษะกำลังแรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 12,462 คน โครงการฝึกอบรมแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ จำนวน 11,518 คน เช่น ผู้ต้องขังและเยาวชนในสถานพินิจ คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ แรงงานนอกระบบ ทหารเกณฑ์ก่อนปลดประจำการ แรงงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ



นอกจากนี้ยังดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานเพื่อรองรับอัตราค่าจ้างตามมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันมีประกาศอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแล้วจำนวน 83 สาขาอาชีพ โดยผู้ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานในแต่ละระดับจะได้รับอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือดังกล่าว  สูงสุดอยู่ที่ 900 บาท คือสาขานักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม สปาตะวันตก (โภชนบำบัด) ระดับ 2 ส่วนด้านการรับรองความรู้ความสามารถ ปัจจุบันมีผู้ผ่านการรับรองความรู้ความสามารถจำนวน 140,330 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ก.ย. 63) ประกอบด้วย ช่างไฟฟ้าภายในอาคารจำนวน 136,466 คน ช่างเครื่องปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็กจำนวน 3,286 คน กลุ่มช่างเชื่อมรวมจำนวน 578 คน ซึ่ง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) มีศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลางทุกจังหวัด



สำหรับปี 64 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน ได้รับการจัดสรรจำนวน  1,742,087,000 ล้านบาท มีเป้าเหมายดำเนินการพัฒนาทักษะให้แก่กำลังแรงงานของประเทศจำนวนทั้งสิ้น 4,129,910 คน แบ่งเป็น การส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการดำเนินการพัฒนาทักษะลูกจ้างของตนเอง จำนวน 4,000,000 คน และดำเนินการเอง จำนวน 129,910 คน โดยจัดทำโครงการพัฒนากำลังคนสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ ตามแนวคิด “สร้าง-ยก-ให้ รวมไทยสร้างชาติ” ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน

ที่ผ่านมากรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำเนินงานการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ในการสร้างแรงงานคุณภาพให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการให้แรงงานกลุ่มเปราะบาง ได้เข้าถึงการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อเพิ่มโอกาสทางอาชีพให้ทุกคนลดความเหลื่อมล้ำของสังคมได้ในที่สุด.

จ๊อบแมน
 
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 56