อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

รพ.หนองกี่ เจ๋ง ผุดชุดนั่งเอกซเรย์ปรับระดับ

ชุดนั่งเอกซเรย์ ปรับระดับได้นั้นทำจากสเตนเลส จึงมีความคงทน แข็งแรง รองรับน้ำหนักผู้ป่วยได้สูง 130 กิโลกรัม โดยตัวชุดนั่งจะยกระดับสูงจากเตียง 2.5 นิ้ว มีช่องใส่แผ่นภาพรังสี ทำให้ผู้ป่วยถ่ายภาพรังสีในท่านั่ง (Upright) ได้ เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 10.30 น.


ปรบมือรัวๆ ให้กับ รพ.หนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่พัฒนานวัตกรรม “ชุดนั่งเอกซเรย์ปรับระดับ” ช่วยเหลือผู้ป่วย จนได้รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทนวัตกรรมบริการระดับดี ประจำปี 2563 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.)

โดย “นพ.อัครวัฒน์ เพียวพงภควัต” ผอ.รพ.หนองกี่ ระบุว่า ภาพถ่ายจากการเอกซเรย์ คือส่วนสำคัญที่ใช้ประกอบการวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการรักษาด้วย แต่ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ายังมีคนไข้จำนวนมากที่ภาวะการเจ็บป่วยเป็นอุปสรรคในการทำการเอกซเรย์ เช่น กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สามารถยืนเอกซเรย์ได้ เช่น ผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยปวดท้องมาก



ปกติจะต้องยืนถ่ายภาพเอกซเรย์จึงจะเห็นภาพอย่างชัดเจน แต่ผู้ป่วยบางกลุ่มที่ไม่สามารถยืนเอกซเรย์ได้ เช่น ผู้ป่วยที่ปวดท้องมาก จนไม่สามารถยืนตัวตรงได้ ที่ผ่านมาต้องใช้บุคลากรห้องรังสี
3 คน ช่วยกันจัดท่าผู้ป่วย แต่ภาพที่ได้ส่วนใหญ่ยังไม่ตรงจุดที่ต้องการ ส่งผลต่อการวินิจฉัยโรค โดยเฉพาะการเอกซเรย์ผู้ป่วยฉุกเฉินนอกเวลาราชการซึ่งมีบุคลากรเพียง 1 คน ก็ยิ่งประสบปัญหาในการจัดท่าผู้ป่วย จึงเป็นที่มาของการพัฒนานวัตกรรมชุดนั่งเอกซเรย์ปรับระดับได้”

ทั้งนี้ จากข้อมูล โรงพยาบาลหนองกี่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการเอกซเรย์วันละ 45-50 ราย เป็นผู้ป่วยต้องอยู่ในท่านั่งเอกซเรย์ประมาณ 5 ราย ทั้งนี้งานถ่ายภาพรังสีที่ได้ตรงจุดจะ ใช้เวลาราว ๆ ครั้งละ 3 นาที



นพ.อัครวัฒน์” อธิบายว่า ชุดนั่งเอกซเรย์ ปรับระดับได้นั้นทำจากสเตนเลส จึงมีความคงทน แข็งแรง รองรับน้ำหนักผู้ป่วยได้สูง 130 กิโลกรัม โดยตัวชุดนั่งจะยกระดับสูงจากเตียง 2.5 นิ้ว มีช่องใส่แผ่นภาพรังสี ทำให้ผู้ป่วยถ่ายภาพรังสีในท่านั่ง (Upright) ได้

นอกจากนี้ ยังสามารถ ปรับระดับที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยได้ 4 ระดับ คือ 60 องศา 80 องศา 90 องศา และ 180 องศา รวมถึงปรับขนาดความกว้างและความสูงให้เหมาะสมกับตัวผู้ป่วยได้ ช่วยทำให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่ต้องการ

ดังนั้น บุคลากรเพียงคนเดียวดูแลได้ จึงช่วยลดความเสี่ยงบุคลากรจากรังสี ทำให้การบริการมีคุณภาพตามมาตรฐาน สะดวก รวดเร็ว ได้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพช่วยประกอบการวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 42