อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

ส่อง'ท่อน้ำเลี้ยง'ราษฎร 63 ม็อบโลว์คอสต์-ซาเล้งเขย่าโลก!

มีหลายคนตั้งคำถามว่าใครเป็น “ท่อน้ำเลี้ยง” ให้ม็อบนักเรียน นักศึกษา (ม็อบราษฎร 63) ที่กำลังออกมาเขย่าเก้าอี้ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จนสั่นคลอนอยู่ในขณะนี้ พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 07.00 น.


ขาประจำ “ทักษิณ-ธนาธร-ปิยบุตร”

หรือว่ามีใคร ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง พรรคการเมือง และนักธุรกิจ ช่วยขนคนมาเติมให้ม็อบราษฎร 63 หรือไม่? เนื่องจากเป็นม็อบจุดติดเร็วมาก ประเภทที่เรียกว่านัดกันเร็ว มาเร็วเต็มถนน แน่นสกายวอล์ก แต่เลิกเร็ว ไม่ยืดเยื้อ สลายตัวประมาณ 20.00 น. แต่เน้นเนื้อหาสาระ กระแทกเข้าเป้าใหญ่ตลอด

พูดกันตรงไปตรงมา ว่าฝ่ายรัฐบาล-ทหาร-คนเสื้อเหลือง ต่างชำเลืองมองว่า “ท่อน้ำเลี้ยง” ต้องมาจาก “ธนาธร-ทักษิณ” นี่แหละ โดยมีนักการเมืองและพรรคการเมืองฝ่ายค้านช่วยขนคนมาเติมม็อบ เนื่องจากม็อบนี้ยังมีคนเสื้อแดงมาผสมโรงรวมอยู่ด้วยประมาณ 10-20% โดยมี“ธนาธร-ปิยบุตร” คอยยุยง ปลุกปั่น คอยล้างสมองเด็กอยู่เบื้องหลัง
 


“อเมริกา-แอมเนสตี้”โดนด้วย

ฝ่ายรัฐบาล-ทหาร-คนเสื้อเหลือง บางคนคิดไปไกล ว่างานนี้ต้องมีต่างประเทศเข้ามาจุ้นจ้านกิจการภายในของไทย ดังจะเห็นได้จากก่อนหน้านี้เคยมีคนไปยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ผ่านผู้ช่วยทูตฝ่ายการเมือง เพื่อเรียกร้องไม่ให้สหรัฐ เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทย เพื่อให้การชุมนุมของม็อบราษฎร 63 เป็นไปด้วยความสงบ

คือเข้าใจว่าอเมริกาเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ม็อบว่ากันอย่างนั้นเถอะ บางคนเพ่งเล็งไปยังองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน อย่าง “แอมเนสตี้” ว่ารับเงินจากต่างชาติมาโจมตีรัฐบาลไทย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ .ส.ปิยนุช โคตรสาร ผอ.แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่าไม่มีใครถามเราเลย หรือแม้แต่คนที่ไปเขียนโจมตีเอง ที่มาของรายได้ขององค์กรมาจากบุคคลทั่วไปและสมาชิกผู้บริจาคกว่า 10 ล้านคนในประเทศต่าง ๆ ซึ่งแอมเนสตี้มีอยู่ทั่วโลก อาทิ เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย มีการระดมทุนและมีสมาชิกค่อนข้างเยอะ ได้รับการสนับสนุนเยอะ ส่วนหนึ่งจะนำเงินไปใช้จ่ายในองค์กร รายได้อีกส่วนหนึ่งแบ่งมาเข้ากองกลาง

โดยมีสำนักเลขาธิการใหญ่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อนถูกจะแบ่งให้กับประเทศที่กำลังพัฒนา มีสมาชิกไม่เยอะ หรือประเทศที่มีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิเอามาทำงาน ซึ่งแอมเนสตี้ ประเทศไทย ก็ได้รับบริจาคมาเช่นเดียวกัน แต่ไม่มากมาย เงินที่ได้มาส่วนใหญ่ก็นำไปผลักดันเรื่องสิทธิมนุษยชน หรือรณรงค์เชิงสาธารณะ สามารถตรวจสอบได้ และยังต้องทำรายละเอียดชี้แจงผ่านไปยังสำนักเลขาธิการใหญ่อีกด้วย ส่วนมากเราจะโดน “ไอโอ” โจมตีในเรื่องนี้ ต้องยอมใจกับจินตนาการของพวกเขาเหล่านั้น

“ส่วนที่โดนโจมตีว่าเราเป็นท่อน้ำเลี้ยงนักศึกษานั้น เรามีโครงการ Seed Fund หรือ เงินทุนสนับสนุนตั้งต้น ซึ่งพิเศษสำหรับสมาชิกแอมเนสตี้ โดยไม่มีการจำกัดเพศ อายุ นำไปรณรงค์เรื่องสิทธิ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานสร้างสรรค์ จะสนับสนุนโครงการของนักศึกษาประมาณ 5,000-10,000 บาท ต่อ 1 โครงการที่เปิดเป็นสาธารณะ โดยมีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวด แล้วจะนำเงินแค่นี้ไปก่อความวุ่นวายได้อย่างไร” น.ส.ปิยนุช กล่าว
 


ม็อบโลว์คอสต์-ซาเล้งเขย่าโลก

ทีมงาน 1/4 Special Report ตามติดตั้งแต่ “แฟลชม็อบ” มาจนถึงม็อบราษฎร 63 เห็นว่าการจัดชุมนุมที่ผ่าน ๆ มา มีบุคคลต่าง ๆ แสดงตนเป็นท่อน้ำเลี้ยง อาทิ ศิลปิน ดารา ผู้กำกับภาพยนตร์ แจกข้าว แจกน้ำให้กับผู้ชุมนุม หรืออาจบริจาคเงินกันบ้าง เนื่องจากแกนนำม็อบมีการเปิดบัญชีธนาคารรับบริจาคเผยแพร่ในสื่อออนไลน์

หรือแม้แต่กลุ่มทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ก็มีการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับบริจาคเงินไปช่วยประกันตัวนักเรียน นักศึกษา และแกนนำที่ถูกจับกุม แต่จะได้รับเงินบริจาคมากน้อยแค่ไหน...ไม่ทราบ!

แต่ที่แน่ ๆ ม็อบราษฎร 63 จัดเป็นประเภทม็อบ “โลว์คอสต์” ต้นทุนต่ำ รถแห่แทบจะไม่มี โดยเฉพาะเวที แสง สี เสียง เต็นท์ที่พัก น้ำดื่ม อาหารการกิน ไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการเหมือนกับม็อบเสื้อเหลือง และม็อบเสื้อแดงในอดีต ที่สำคัญคือม็อบราษฎร 63 ไม่ได้นอนค้างคืน จึงแทบจะไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรมากนัก

ส่วนเวทีปราศรัยบางวันใช้รถปิกอัพมือสอง 1 คัน กับเครื่องยนต์ปั่นไฟ 1 เครื่อง แล้วยืนปราศรัยกันบนรถ ส่วนเครื่องเสียงเป็นลำโพงไม่กี่ตัว เสียงดังไม่ค่อยทั่วถึง ดังนั้นคนที่อยู่ห่างออกไป 50 เมตร แทบจะไม่ได้ยินเสียงการปราศรัย แต่อาศัยว่ามีการปราศรัยแบบย่อย ๆ ด้วยโทรโข่งกันอีก 2-3 จุด

ในขณะที่ “การ์ด” เป็นการ์ดอาสาจากน้อง ๆ นักศึกษานี่แหละ คาดว่าคงมาช่วยกันด้วยความสมัครใจ ไม่ได้มีค่าจ้าง ค่าแรงอะไร หรืออย่างเก่งอาจมีแจกแค่ข้าวกล่อง น้ำดื่ม และขนม ซึ่งมีคนช่วยกันมากมายอยู่แล้ว

ยกตัวอย่างม็อบราษฎร 63 ที่เคลื่อนขบวนไปสถานทูตเยอรมนี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ใช้ “รถซาเล้ง 3 ล้อ” ติดตั้งเครื่องเสียง พร้อมลำโพงหลายตัว เป็นแกนหลักของผู้ปราศรัย แล้วปั่นไปยื่นหนังสือเรียกร้องที่สถานทูตเยอรมนี แต่พลังของ “รถซาเล้ง 3 ล้อ” คันนี้มันสร้างความสั่นสะเทือนไปค่อนโลก ก็เห็น ๆกันอยู่
 


ม็อบมาด้วยใจ-ม็อบรับจ้างเบื่อโลก

สำหรับการมาของม็อบในอดีตนั้น “ใจ” ต้องมาก่อน เมื่อมีใจและมีจุดยืนมั่นคงแน่วแน่ม็อบก็มากันเอง ออกค่าใช้จ่ายกันเองทั้งหมด

แต่ถ้ามีใจแล้วโชคดีขึ้นมาอีกขั้น อาจจะมีคนช่วยจัดรถยนต์ อาหาร น้ำดื่ม รวมทั้งที่พักให้ด้วย และอีกกลุ่มคือม็อบจัดตั้ง หรือม็อบรับจ้างนั่นเอง วันละ 500-1,000 บาทว่ากันไป แต่มีเงื่อนไขคือมา-กลับเป็นเวลา สังเกตดูม็อบกลุ่มหลังถ้าใกล้เวลากลับ สีหน้าแววตาจะเซ็ง ๆ เบื่อโลก เพราะอยากกลับบ้านแล้ว

ทีมงาน 1/4 Special Report เช็กแหล่งข่าวตามพรรคการเมืองต่าง ๆ ทราบว่าไม่มีท่อน้ำเลี้ยงลงไปช่วยบรรดา ส.ส. เพื่ออำนวยความสะดวกหรือขนคนให้กับม็อบ แต่ถ้าใครจะทำคงห้ามกันไม่ได้ ถือเป็นเรื่องส่วนตัว และอันที่จริง ส.ส. หรือพรรคการเมืองไม่รู้จะควักกระเป๋าเพื่อขนคนมาม็อบไปทำไม เพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นม็อบนักเรียน นักศึกษา เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับน้อง ๆ นักศึกษาไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงต้องปล่อยให้เด็ก ๆ ทำกันไปให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด คือมากันเอง กลับกันเอง

แม้พรรคการเมืองต่าง ๆ จะพูดออกมาแบบนี้ แต่ไม่วายมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าม็อบที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 19 ก.ย.63 มีหนุ่มนักการเมืองคนดังต้องการวัดกำลังผู้ที่จะลงสมัครเลือกตั้งเป็น “นายกอบจ.” ในนามพรรคตัวเอง ให้ทดลองขนคนมาร่วมม็อบกันคนละ 2 คันรถบัส

แค่ครั้งนั้นครั้งเดียว เพื่อต้องการวัดบารมีว่าที่ผู้สมัครชิงเก้าอี้นายก อบจ. ในฐานะตัวแทนของพรรค แต่หลังจากนั้นก็ไม่กล้าแล้ว เพราะถูกจับได้จะเสียชื่อเอาเปล่า ๆ ที่สำคัญคือม็อบราษฎร 63 ถูกจุดติดแล้วโดยนักเรียน นักศึกษา 80-90% เขามากันเอง และกลับกันเองด้วยใจเกินร้อย ดังนั้นใครยังคิดจะขนคนมาม็อบถือว่าเชยมาก.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    62%
  • ไม่เห็นด้วย
    38%

ความคิดเห็น