อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

สคอ.-สสส.ประชุมขับเคลื่อนสื่อสารประชาสัมพันธ์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน

ที่โรงแรมอังสนา ลากูนา จ.ภูเก็ต -สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดประชุมขับเคลื่อนสื่อสารประชาสัมพันธ์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ภาคีสื่อและเครือข่าย ร่วมถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร สร้างความตระหนักขับขี่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน พุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 13.18 น.

ที่โรงแรมอังสนา ลากูนา จ.ภูเก็ต เมื่อเร็วๆนี้ นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมฯ ว่า จ.ภูเก็ต เป็นจังหวัดท่องเที่ยวและได้รับความนิยมอย่างมากทั้งคนไทยและต่างชาติ จึงทำให้แต่ละวันปริมาณรถค่อนข้างมาก โดยเฉพาะช่วงหยุดยาวหรือเทศกาลต่างๆ ส่งผลให้มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้นทางจังหวัดจึงมียุทธศาสตร์สร้างความปลอดภัยทางถนน ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นำข้อมูล มาใช้วิเคราะห์สถานการณ์ สร้างภาคีเครือข่าย มีมาตรการองค์กร มีการกวดขันวินัยจราจรเคร่งครัด และรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% ทำให้ รถ คน ถนน ปลอดภัย และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังเผชิญอยู่ทั่วโลกขณะนี้ เรายิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง ใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรค สวมหมวกนิรภัยต้องใส่แมสก์ทุกครั้ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัย ทั้งเรื่องการขับขี่ปลอดภัย ชีวิตปลอดภัย จนนำไปสู่การเป็น “เมืองปลอดภัย” สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนมีรายได้ และเกิดเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืนต่อไป




นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า จากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ Thai RSC ของบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-26 ตุลาคม 2563 มีผู้เสียชีวิตสะสม 12,094 ราย ผู้บาดเจ็บ 793,839 ราย รวมทั้งหมด 805,933 ราย โดยในส่วนของจังหวัดภูเก็ต มีสถิติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2563) มีผู้บาดเจ็บ 14,123 ราย เสียชีวิต 78 ราย และข้อมูลพบว่าจากการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น รณรงค์สวมหมวกหมวกนิรภัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราการสวมหมวกนิรภัยของ จ.ภูเก็ต เพิ่มสูงขึ้นเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร ดังนั้นการสร้างกระแสรับรู้และความตระหนักในการขับขี่ปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่ โดยอาศัยพลังสื่อมวลชนและเครือข่ายจึงสำคัญ สื่อต้องช่วยกันวิเคราะห์เจาะลึกถึงปัญหาสาเหตุที่แท้จริง นำเสนอข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสามารถลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ลงได้




นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า การนำมาตรการองค์กรมาขับเคลื่อนให้แก่บุคลากรของหน่วยงานนับเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการขับขี่ปลอดภัย บุคลากรมีจิตสำนึกความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อปี 2557 ได้มีการลงนาม MOU ระหว่าง 4 องค์กร เพื่อร่วมเสริมสร้างมาตรการองค์กรความปลอดภัยทางถนนได้แก่ เทศบาลตำบลวิชิต สถานีตำรวจภูธรวิชิต บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และบริษัทโอดี้นิวส์ ร่วมกำหนดนโยบาย “ขับขี่ปลอดภัย ห่วงใยคนในองค์กร” รณรงค์สวมหมวกนิรภัยให้แก่บุคลากรในหน่วยงานที่มีมากกว่า 300 คน โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ได้มีการประเมินผลงานอย่างต่อเนื่อง พบว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุ จากการขับขี่รถจักรยานยนต์ปี 2557-2562 มีผู้บาดเจ็บ 10 คน ปี 2562 เสียชีวิต 1 ราย และในปี 2563 ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลย นอกจากนี้ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองกะทู้ ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและมีการแก้ไขปัญหาที่ได้ผล โดยมีจุดเสี่ยง จุดอันตรายหลายจุด จากสาเหตุขับเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย ดื่มแล้วขับ และพื้นถนนมีคราบน้ำมันและทรายบนพื้นผิวจราจร ซึ่งทางหน่วยงานแก้ไขปรับปรุงโดยนำรถบรรทุกน้ำดับเพลิงฉีดล้างพื้นผิวจราจรให้สะอาด ตัดแต่งกิ่งไม้ ต้นไม้ที่ล้ำออกมาบริเวณเกาะกลางและไหล่ทางถนน ซ่อมแซมพื้นผิวจราจรชำรุด เพิ่มแสงสว่าง ติดตั้งป้ายไฟกะพริบแบบแอลอีดี เพื่อให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นส่งผลให้อุบัติเหตุทางถนนลดลง ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนสื่อสารประชาสัมพันธ์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบด้วย สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย สมาคมสื่อช่อสะอาด สมาคมเครือข่ายหมออนามัยวิชาการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องภาคใต้ร่วมกว่า 70 คนร่วมประชุมฯ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น