อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

"ซน-เคน" ตัวอย่างสุดปังของคำว่า "ถอยคนละก้าว"

แฮร์รี เคน กับ ซน เฮือน มิน ร่วมมือกับระเบิดฟอร์มสุดยอดมากในฤดูกาลนี้ เหตุใดทั้งคู่จึงเข้าขากันดีเช่นนี้ และสามารถบอกอะไรแก่เราได้บ้าง ไปติดตาม และวิเคราะห์ร่วมกัน พุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 16.43 น.

โฮเซ มูรินโญ ระบุว่า เหตุผลสำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้ ซน เฮือน มิน และ แฮร์รี เคน เข้าขากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย จนยิงประตูระเบิดเถิดเทิงอยู่ตอนนี้ เป็นเพราะว่าทั้งคู่ไม่เห็นแก่ตัว

ซน-เคน ไม่มีความอิจฉาซึ่งกันและกัน ผมเล่นเพื่อคุณ คุณเล่นเพื่อผม เราเล่นเพื่อทีม เราเล่นเพื่อแฟนบอล

ฟังเผินๆ มันไม่ใช่เรื่องแปลก ทุกทีมก็น่าจะเป็นเช่นนี้ แต่ฟังดีๆ และคิดให้ลึก มีสัจธรรมบางข้อซ่อนอยู่ อาจถึงขั้นปรัชญาได้เลยก็ว่าได้

แรกเริ่มเดิมที หรือตามธรรมชาติแล้ว แฮร์รี เคน และ ซน เฮือน มิน คือ "สไตรเกอร์" หน้าที่หลักคือทำประตู

ทั้งคู่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองทำประตูได้ ถ้ามีโอกาส ต้องยิงไว้ก่อน ไม่สนใจว่าเพื่อนร่วมทีมจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า

แม้จะไม่ถึงกับ "เห็นแก่ตัว" แต่ "เคน-ซน" ก็ไม่ใกล้เคียงเลยกับคำว่า "ตัวเปิดป้อน"

ทำความเข้าใจกันก่อน ในบทบาทของ "สไตรเกอร์" ซน กับ เคน ทำได้ไม่ได้แย่นะครับ ทั้งคู่ผลิตสกอร์ได้เป็นกอบเป็นกำ และช่วยทีมมาเสมอ

มันจึงไม่มีเหตุผล หรือความจำเป็นอะไรเลยที่จะต้องเปลี่ยนแปลง

โดยเฉพาะกองหน้า ที่คุณสมบัติเพียบพร้อม เป็นที่หมายปองของทุกทีมในโลกอย่าง แฮร์รี เคน

ไม่มีเหตุผลใดเลยที่เขาต้องยอมลดความสำคัญของตัวเองเพื่อเปิดทางให้คนอื่นโดดเด่นเกินหน้าตา

แต่ เคน ก็ยอมทำ

เขายอมถอยลงมาเป็นตัวต่ำ ลงมาเอาบอลแดนกลาง เป็นตัวออกบอล สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม

ไม่ได้รอจบสกอร์อยู่แดนบน รอเพื่อนเปิดป้อนมาให้เท่านั้นเหมือนเดิม

การเปลี่ยนตัวเองแบบนี้ สุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะทำให้ เคน ผลิตสกอร์ได้น้อยลง

ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมทำให้การสร้างสถิติส่วนตัวมากมายที่เขามุ่งหวัง เกิดขึ้นได้ยากไปด้วย

ที่สำคัญ ไม่มีใครการันตีได้เสียหน่อยว่า เขาจะทำได้ดีในบทบาทนี้



พูดชื่อ แฮร์รี เคน ความเข้าใจแรกของแฟนบอล ย่อมนึกถึงกองหน้าแบบกองหน้าจ๋า เพราะอย่างที่บอกว่า เขาเกิดมาเป็นแบบนั้น มันคือธรรมชาติของเขา

แน่นอน เขามีศักยภาพสูง ทำได้หลายอย่าง แต่การเปลี่ยน "จ๊อบ" จากงานที่ถนัด ไปทำอย่างอื่นที่ไม่คุ้นเคย มันต้องใช้ทักษะอีกประเภท ชนิดคนละโลกกันเลยทีเดียว

มันจึงเสี่ยมากที่จะล้มเหลว และไม่มีใครรับประกันได้ว่ามันจะเวิร์ก

แต่เพื่อคำเดียวคือ "ทีม" เคน จึงยอมเปลี่ยน และฝึกฝนอย่างหนักในบทบาทใหม่

ไม่ต่างจาก ซน เฮือน มิน

ความจริงที่หลายคนอาจจะไม่รู้ก็คือ คู่หู "ซน-เคน" ไม่ใช่เพิ่งมาเก่งนะครับ แต่ทั้งคู่รวมหัวกันถล่มตาข่ายคู่แข่งเป็นกอบเป็นกำมานานแล้ว

ต่างกันนิดเดียวคือ เมื่อก่อน ซน เปิดให้ เคน มากกว่า แต่ตอนนี้ เคน เปิดให้ ซน มากกว่า

ซน จึงต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองในทีมเช่นกัน จาก "พระรอง" ก้าวไปรับบทนำเป็น "พระเอก" เต็มตัว

แน่นอนว่า มันย่อมมาพร้อมกับ ความกดดัน ความคาดหวัง และการฝึกซ้อมที่หนักหน่วง

ซน อาจจะเป็นนักเตะที่ทำประตูได้ดีในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่เมื่อหน้าที่บนบ่ามากขึ้น เขาจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองขึ้นไปด้วย เพื่อขึ้นมารับบทบาทพระเอก ตัวความหวังของทีมแบบเต็มตัว

ขณะที่สัมผัสเก่าๆ สัญชาตญาณเดิมๆ ความเข้าใจในบทบาทเดิมที่ ซน จ่าย เคน ยิง ซึ่งลงตัวอยู่แล้ว ก็ยังไม่ได้หายไปไหน

นาทีนี้ ซน-เคน จึงทำได้หมด ใครจะจ่าย ใครจะยิง ก็ได้ไม่ต่างกัน

เพราะทั้งคู่ ไม่มีความเห็นแก่ตัว ไม่อิจฉากันเอง

ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงถือว่าเกินคาด เพราะ ซน ยิงได้มากขึ้นชัดเจน ขณะที่ เคน แม้จำนวนสกอร์ลดลง แต่ก็ยังยิงต่อเนื่อง ไม่ใช่หายไปเลย

เพิ่มเติมคือการแอสซิสต์ที่เพิ่มขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ

คำพูดเพียงคำเดียวของ มูรินโญ ที่บอกว่า ทั้งคู่ไม่เห็นแก่ตัว ไม่อิจฉากันและกัน จึงแอบแฝงเบื้องหลังไว้มากมาย และไม่ใช่ง่ายๆ เลยที่จะทำได้เช่นนี้

เพราะคนเราสมัยนี้ การจะ "ยอม" หรือ "ถอยคนละก้าว" ดูเป็นเรื่องยากเหลือเกิน

แต่ละคนมีเหตุผล มีอัตตาของตัวเองตัวเบ้อเริ่ม ฉันคิดถูก ทุกคนต้องคิดเหมือนฉัน คนอื่นคิดผิดไปหมด ไม่มีฝ่ายใดยอมลงให้กันและกัน หรือแม้แต่เปิดใจ "ฟัง" อีกฝ่าย

หลายประเทศ เอ้ย! หลายทีม ที่มีปัญหาภายใน ส่วนใหญ่ก็เพราะแต่ละคนไม่ยอมกันเช่นนี้แล และมันก็นำมาซึ่งความแตกแยก ความล้มเหลวมาแล้วมากมาย

วันนี้ เราจึงมาทำเพื่อส่วนร่วม แล้วถอยคนละก้าวกันดีกว่า?

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27