อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

ปลดล็อก! แก้รัฐธรรมนูญ ระยะสั้น-ยาว-อ่านง่าย

การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 เป็น 1 ใน 3 ข้อเรียกร้องของการชุมนุมของคนรุ่นใหม่ (ม็อบราษฎร 63) นับวันจะขยายวงกว้างมากขึ้น จนฝ่ายรัฐบาลต้องหลบร้อนเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เมื่อวันที่  26-27 ต.ค. 63 เพื่อปลดล็อกปัญหาการเมือง ซึ่งรัฐบาลมีท่าทีอ่อนลง โดยจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้ ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 เวลา 07.00 น.


เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทีมข่าว “1/4 Special Report” ได้คุย กับ รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ถึงแนวทางการปลดล็อกรัฐธรรมนูญ เพื่อตอบสนองข้อเสนอผู้ชุมนุมให้ได้เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด



แก้รายมาตราควบคู่ไปกับตั้ง ส...

รศ.ดร.สิริพรรณกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราจะช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งในเวลานี้ได้ดีกว่าการแก้ทั้งฉบับ ซึ่งในโลกนี้ไม่ค่อยนิยมทำกันแล้ว ยกเว้นประเทศอำนาจนิยมที่มักจะจัดประชามติรับรองรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่ออ้างเสียงของประชาชน เพราะต้องเข้าใจว่าคนไม่ อ่านรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แม้แต่นักวิชาการก็ไม่อ่าน ดังนั้นในต่างประเทศ เขาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นบางมาตราแทน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงปัญหา ในมาตรานั้น ๆ อย่างชัดเจน

“ในอินโดนีเซียมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคประธานาธิบดีซูฮาร์โต สู่ยุคประชาธิปไตย โดยมีการแก้ไข 4 ครั้งในรอบ 2 ปี มีการถ่ายทอดให้คนฟัง ทำให้คนสนใจจำนวนมาก จนเกิดวาระแห่งรัฐธรรมนูญ คือเน้นประเด็นสำคัญเอามาแก้ไขไว้ก่อน ไทยเราสามารถใช้กรณีอินโดนีเซียเป็นตัวอย่างได้”

อย่างไรก็ดีสถานการณ์ประเทศไทยขณะนี้ ผู้ชุมนุมได้ลงความเห็นกันแล้วว่ารัฐธรรมนูญปี 60 มีที่มาไม่ถูกต้อง ควรร่างใหม่ทั้งฉบับ แต่ส่วนตัวยังเห็นว่าแก้เป็นรายมาตราเป็นการแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญระยะสั้นได้เร็วที่สุด เริ่มจากแก้มาตรา 272 เพื่อปิดสวิตช์ไม่ให้วุฒิสมาชิก (ส.ว.) มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี

จากนั้นไปแก้ไขที่มานายกรัฐมนตรีให้ต้องเป็น ส.ส. ไม่ต้องให้พรรคการเมืองเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ก่อนการเลือกตั้ง และไปแก้ไขระบบการเลือกตั้ง ที่ให้ประชาชนใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือเลือก ส.ส.กับเลือกพรรค เหมือนรัฐธรรมนูญปี 40 แต่ก็ต้องเอามาปรับ เช่น ไม่กำหนดว่าพรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกเข้าสภานั้น จะต้องมีคนเลือกเป็นจำนวน 5% และปรับระบบการเลือกตั้งเป็นแบบสัดส่วนสมาชิกผสมเหมือนเยอรมนี เพื่อทำให้เกิดการถ่วงน้ำหนักกัน

ทั้งนี้เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 มาตรานี้แล้ว ต่อไปอาจแก้ไขปัญหาในระยะยาว คือสภาผู้แทนราษฎรอาจพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการตั้ง ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับก็ได้ โดยอาจพิจารณาในการประชุมสามัญวันที่ 1 พ.ย. นี้เลย แล้วไปเร่งออกกฎหมายเพื่อทำประชามติกันในวันที่ 20 ธ.ค. 63 ซึ่งกำหนดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น ก็ให้ประชาชนเข้าไปใช้สิทธิกาบัตร 2 ใบ ไปเลย

วิธีการนี้จะลดแรงกดดันได้ เพราะมีการแก้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวคู่ขนานกันไป หากมัวแต่ไปร่างใหม่ทั้งฉบับ มันกินเวลานานมาก อาจไม่ทันกับสถานการณ์ที่มีประชาชน นักเรียน นักศึกษา ออกมาชุมนุมเรียกร้องกันอยู่ในปัจจุบัน



ปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 60

รศ.ดร.สิริพรรณ ยังระบุปัญหารัฐธรรมนูญปี 60 ว่าต้องมอง 2 มิติ มิติแรกคือเรื่องความศรัทธาเชื่อมั่นในตัวรัฐธรรมนูญ หากไปดูกระบวนการที่ได้มาของรัฐธรรมนูญ ซึ่งผ่านการทำประชามติที่ไม่เปิดให้อีกฝ่ายซึ่งไม่เห็นด้วยกับร่างแข่งขันได้เลย
 
อีกทั้งรัฐธรรมนูญปี 60 ถูกสร้างมาให้ระบบกติกาที่ทุกฝ่ายแข่งขันกันอย่างไม่เท่าเทียม คนรุ่นใหม่ไปอ่านบางมาตราแล้วพบว่ากลไกบางอย่างไม่ชอบธรรม เช่นการได้มาของนายกฯ เป็นคนนอกได้ ไม่ต้องเป็น ส.ส. ต้องเข้าใจว่าคนรุ่นใหม่โตมากับชุดจริยธรรมที่กลุ่มอนุรักษนิยมปลูกฝัง เช่น โตมาไม่โกง ต้องเคารพกติกา แต่เขากลับเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการตั้ง ส.ว. 250 คน ไว้รอเลือกนายกฯ อยู่แล้ว เขาจึงไม่พอใจกฎกติกาและมีความเชื่อมั่นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้น้อยมาก


นอกจากนี้ประสิทธิภาพของรัฐธรรมนูญ เมื่อกติกามันไม่ดี คนมองว่าใช้ไปแล้วไม่มีความปลอดภัยมั่นคง เขามองไม่ออกว่าจะมีชีวิตและอนาคตที่ดีได้อย่างไรในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งมีการตั้งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้อำนาจกลุ่มทุนผูกขาด

“เรามักจะบอกว่ารัฐธรรมนูญปี 60 คือรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่กติกาที่ได้มามันย้อนแย้งกันมาก เหมือนจะโกงเข้ามา และไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ไม่ได้ เพราะมีกติกาที่ทำให้ผู้ปกครองมีอำนาจแต่ปกครองไม่ได้ ถึงไม่มีการชุมนุมบนถนน มันก็ต้องแก้ไข การชุมนุมเป็นเพียงตัวเร่งให้ต้องแก้ไวขึ้นเท่านั้นเอง”

เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ มันมีความสำคัญคือรับรองสิทธิเสรีภาพ และสำคัญต่อปากท้องของประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญจะบอกว่าผู้ที่จะมาบริหารประเทศนั้นเป็นใคร มาจากไหน ใครจะได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ดีจะตอบโจทย์ปัญหาปากท้องของประชาชนได้ คนหาเช้ากินค่ำ พอแก่ตัวมาเกินอายุ 60 ปี จะมีสวัสดิการดูแล หากรัฐธรรมนูญกำหนดเรื่องการดูแลสุขทุกข์ของประชาชนไว้ รัฐบาลก็ต้องทำตาม



รัฐธรรมนูญในฝัน “กระชับ-เข้าใจง่าย

นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ย้ำว่ารัฐธรรมนูญที่ดีนั้น คนอ่านต้องมองเห็นอนาคต มองเห็นความก้าวหน้าว่าอีก 10-20 ปี จะเป็นอย่างไร แต่รัฐธรรมนูญปี 60 กลับพาย้อนหลังฝ่าทวิภพ มันไม่ให้ความมั่นคงแก่ชีวิตใครเลย เพราะเอื้อต่อทุนผูกขาด ให้ระบบราชการมามีบทบาทในองค์กรอิสระ คือแม้จะมีการรับรองสิทธิเสรีภาพและความ เท่าเทียมไว้ แต่ถ้าที่มา     ผู้ใช้อำนาจ เช่น นายกฯ ไม่เชื่อมโยงกับประชาชน ตรวจสอบไม่ได้ มันก็ไม่รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอยู่ดี

อีกประเด็นคือรัฐธรรมนูญที่ดีจะต้องส่งเสริมสถาบันการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชน ให้เข้มแข็ง ทุกวันนี้พรรค การเมืองอ่อนแอมาก เพราะระบบการเลือกตั้งทำให้พรรคอ่อนแอ แถมยังถูกเสี่ยงยุบง่ายอีก สภาก็อ่อนแอตาม พอตัวแทนประชาชนอ่อนแอ ตัวประชาชนก็อ่อนแอตามไปด้วย

ที่สำคัญคือรัฐธรรมนูญที่ดี จะต้องเข้าใจง่าย ยืดหยุ่นและกระชับสั้น ไม่จำเป็นต้องมีมาตราเยอะมาก แค่ 100 มาตราน่าจะเพียงพอ เราสามารถตัดหลายมาตราไประบุอย่างละเอียดไว้ในพระราชบัญญัติได้ เช่น ระบบการเลือกตั้ง ทั้งนี้หากรัฐธรรมนูญถูกเขียนด้วยภาษาที่ง่าย คนไม่งง ก็จะมีคนอ่าน แต่ทุกวันนี้คนไม่อ่านรัฐธรรมนูญกัน เพราะมันงง

ที่ผ่านมาประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญที่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยอยู่ 3 ฉบับ คือ ฉบับปี 2489 ฉบับปี 2517 และฉบับปี 2540 ถ้าให้เลือกก็ต้องยอมรับว่าฉบับปี 2540 เป็นประชาธิปไตยมากสุด เพราะที่มาของคนใช้อำนาจแทนประชาชนชัดเจน เชื่อมโยงกับเรา แต่มีจุดอ่อนคือเน้นรัฐบาลที่เข้มแข็ง ตรวจสอบยาก ทำให้พรรคการเมืองใหญ่ไป แต่เราสามารถปรับได้ 

สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 ถ้าไม่สำเร็จ อนาคตของรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะหายไปเลยด้วยวิธีการไหนเราไม่อาจทราบได้ เพราะอย่างที่บอกคือตัวรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหามาก ๆ.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

ความคิดเห็น