อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

Cook & Coff ร้านกาแฟในเรือนจำ

"ท่านตั้งใจจะช่วยผู้ต้องขังไม่ให้กลับไปเส้นทางเดิมอีก ไม่ให้คนข้างนอกดึงเขากลับไปในวงจรเดิม กลุ่มเสี่ยงของท่านคือ คนที่ไม่มีญาติและยากจน" จันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น.


ผมมีภารกิจที่จะต้องไปสร้างงานและฝึกทักษะอาชีพให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำกลางราชบุรี สถานที่นัดคุยกับผู้บัญชาการเรือนจำกลางราชบุรี คุณยุทธนา นาคเรืองศรี ผมเรียกท่านว่า “ผบ.โหน่ง” ท่าน ผบ.นัดผมที่ร้านกาแฟชื่อ Cook & Coff ผมนั่งสังเกตบรรยากาศและผู้คนในร้าน พบว่าตั้งแต่เที่ยงจนถึงช่วงเย็น ลูกค้ามากันเต็มร้าน ต้องยืนรอโต๊ะ

ผบ.โหน่งบอกผมว่า ร้านนี้ทั้งร้านเป็นผู้ต้องขังเป็นคนสร้างเองทั้งหมด (ยกเว้นติดกระจก) เพราะสถานที่ตั้งร้านจะอยู่กลางทุ่ง ต้องลงบันไดเพราะว่าที่ดั้งเดิมคือ หนองน้ำที่ถูกทิ้งร้าง เมื่อท่าน ผบ. เข้ามา จึงทำการพัฒนาปรับพื้นที่และสร้างร้านกาแฟที่ชื่อว่า Cook & Coff



ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อร้านก็สะดุดหูแล้วครับ เพราะเล่นคำว่า “Cook” ที่แปลว่าทำอาหารและคุกที่หมายถึงเรือนจำ ส่วน Coff มาจาก Coffee คือกาแฟ แต่ฟังแล้วก็คล้าย ๆ กับ Cuff ที่แปลว่ากำไลข้อมือหรือกุญแจมือได้เช่นกัน เมื่อนั่งในร้าน บรรยากาศจะเหมือนกันร้านกาแฟทั่วไป อาจจะมีลูกเล่นที่โต๊ะเล็กน้อยที่เลขเบอร์โต๊ะจะเป็นป้ายชุดผู้ต้องขังชายและหญิง

ส่วนอาหารและเครื่องดื่มมีหลากหลายเมนู ที่สำคัญ อาหารราคาถูกมาก เกือบทุกเมนู 69 บาทเท่านั้น ผมขอแนะนำเมนูเด็ดก่อนเลยครับ และตอนท้ายจะมีหลักคิดดี ๆ เรื่องการพัฒนาผู้ต้องขังที่น่าชื่นชม

ซูชิข้าวคลุกกะปิ (ราคา 69 บาท) ต้องให้คะแนนเต็มทั้งเรื่องความคิดสร้างสรรค์และรสชาติครับ โดยการนำไข่มาห่อข้าวแล้ววางหมูหวานไว้ด้านบน ทำหน้าตาเหมือนซูชิ แล้วตักมะม่วงเปรี้ยวสับ หอมแดงซอย พริก และถั่วฝักยาวกินในคำเดียว รสชาติคือข้าวคลุกกะปินั่นแหละครับ แต่ทำไมถึงอร่อยกว่าปกตินะ

ขนมจีนน้ำยาปู (ราคา 69 บาท) เส้นขนมจีนจัดมาเป็นคำ มีผักแกล้ม ไข่ต้ม และทีเด็ดคือน้ำยาปูรสเข้มข้น แต่ไม่เผ็ดมาก ถ้าอยากให้เผ็ดขึ้น มีพริกป่นใส่มาข้างจานครับ

ข้าวไก่อบ (ราคา 69 บาท) ใครอยากรับประทานแบบอาหารจานเดียว ข้าวไก่อบถือว่าใช้ได้ ข้าวนุ่มไก่นุ่มตามมาตรฐาน มีแจ่วให้จิ้มด้วยครับ



สเต๊กหมู (ราคา 129 บาท) ความจริงผมอยากจะสั่งสเต๊กหมู D7 เพราะราคาเท่ากันเลย แต่หมดครับ ผมถามบริกรว่า D7 คืออะไร บริกรบอกว่า “แดน 7” ครับ เป็นสูตรเฉพาะ รสชาติออกไปทางไทย ๆ หน่อย เสียดายหมดซะก่อน ผมเลยสั่งสเต๊กหมูธรรมดา พอนำมาเสิร์ฟ หมูดูแห้ง ๆ มากับสลัดครีมซอสและมันบด แต่พอตัดหมูมาชิมแล้วใช้ได้เลยครับ หมูนุ่มมาก ผิดคาดไปเลย

พิซซ่า (ราคา 99/120 บาท) มีอยู่ 2 เมนูที่ทำในร้าน คือ ส้มตำ (ผมสั่งส้มตำไข่เค็ม) และพิซซ่า มีหน้าต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย เช่น หน้าลาบ หน้าฮาวายเอี้ยน หน้าไส้กรอก หน้าปูอัด ผมอยากลองชิมหน้าลาบ แต่ขายหมดไปแล้ว จึงลองหน้าไส้กรอกและหน้าปูอัด พ่อครัวทำพิซซ่าได้อร่อย แป้งดี และหน้าแน่นมากครับ ผมคุยกับอาจารย์ที่มาสอนผู้ต้องขังทำพิซซ่า อาจารย์บอกว่าตอนเปิดร้านใหม่ ๆ ให้หน้าทะลักยิ่งกว่านี้อีก เพราะผู้ต้องขังไม่ได้ตวงไม่ได้วัด ก็จัดให้เต็มที่ตามอารมณ์ ตอนหลังอาจารย์สอนให้รู้จักต้นทุน การทำอาหารให้ได้มาตรฐาน ปรับปริมาณให้พิซซ่าแต่ละถาดมีสม่ำเสมอขึ้น ผมว่าใครได้มาชิม ลองสั่งพิซซ่าสักถาดเถอะครับ ราคาไม่แพง กินร้อน ๆ แถมอร่อยด้วย แนะนำให้สั่งก่อนอย่างอื่นเลยครับเพราะใช้เวลาทำพอสมควรครับ

กาแฟและขนม กาแฟสั่งได้ทุกชนิด ผมว่ารสชาติไม่ต่างจากร้านกาแฟทั่วไปครับ ส่วนขนมแนะนำเค้กส้มทรงโดม อันนี้ที่ร้านไม่ได้ทำเอง รับต่อมาจากร้านมีชื่อของอยุธยาและมีจำนวนจำกัด ผมชอบกิน “ไอติมกะทิ” อร่อยครับ ไม่ควรพลาด

มาถึงแนวคิดให้ผู้ต้องขังมาทำงานในร้าน ผมถาม ผบ.โหน่ง ว่า ท่านมีหลักการคัดเลือกคนมาทำงานในร้านอย่างไร ท่าน ผบ. เล่าให้ผมฟังว่า ท่านตั้งใจจะช่วยผู้ต้องขังไม่ให้กลับไปเส้นทางเดิมอีก ไม่ให้คนข้างนอกดึงเขากลับไปในวงจรเดิม กลุ่มเสี่ยงของท่านคือ คนที่ไม่มีญาติและยากจน

วิธีคัดคนของท่านง่าย ๆ คือ เอาสมุดบัญชีเงินฝากของผู้ต้องขังมาดู ใครแทบไม่มีเงินในบัญชีเลย คัดออกมา เพราะถ้าพ้นโทษเขาต้องหาเงิน มีโอกาสกลับไปทำผิดซ้ำอีก ใครไม่มีญาติ คัดออกมา เพราะพึ่งพาใครไม่ได้ ใครชวนทำอะไรไม่ดี มีแนวโน้มที่จะไป ท่านเลือกคนไม่สูบบุหรี่ เพราะต้องการคนที่ตั้งใจทำงาน ไม่ใช่ทำ ๆ งานอยู่ แอบหลบไปสูบบุหรี่ เป็นภาพที่ไม่น่าดูและจะชวนคนอื่นทำตามด้วย อีกทั้ง ท่านเลือกดูช่วงเวลาที่ผู้ต้องขังจะได้รับการพ้นโทษ พวกต่ำกว่าปีหรือปีกว่าคัดมาก่อน เพราะจะได้ทำงานเก็บเงิน แล้วออกไปก่อน ใครเหลืออีก 2 ปี 3 ปีต่อคิวไป ไม่มีการเหาะมา (ใช้เงิน)



ครั้งแรก ผบ.โหน่งคัดมา 10 คน แต่ร้านขายดีมาก ได้เงินต่อคนต่อเดือนเยอะไปหน่อย จึงเอาเข้ามาอีก 12 คน มาช่วยเกลี่ยแล้วกำลังดีและเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับคนข้างหลังกำแพงได้ออกมาข้างนอกเพิ่มขึ้นด้วย

ผมเรียกบริกรมาสอบถาม ผู้ต้องขังเล่าให้ฟังว่า เขาทำงานที่ร้านนี้เก็บเงินได้เดือนละห้าพัน เขาเก็บเงินได้แล้ว 2 หมื่น เพิ่งส่งกลับไปให้แม่ที่บ้าน 1 หมื่น ดีกว่าใช้แรงงานในเรือนจำ เช่น พับถุง ไม่ได้ทักษะอะไร

ออกมาข้างนอกได้พัฒนาตัวเอง ฝึกวินัย (ข้ามรั้วก็หนีออกไปได้แล้ว แต่ไม่ไป) ฝึกเข้าสังคม เพื่อเตรียมตัวออกไปสู่โลกภายนอกที่แท้จริง ผบ.โหน่งอยากให้ผู้ต้องขังออกไปมีเงินก้อนเพื่อเริ่มต้นชีวิต ไม่ต้องกลับไปสู่จุดเดิม ผมเชื่อว่าท่านมองขาด และจะตัดวงจรกลับไปเรือนจำซ้ำได้จริง

ระหว่างรับประทานอาหาร บริกรทุกคนยืนเรียงแถว พวกเขาร้องเพลงที่แต่งขึ้นมาเองแล้วเต้น เหมือนในร้าน MK แบบนั้นเป๊ะ พวกเขาตั้งใจเต้น เขาตั้งใจร้อง บริการเต็มที่ พูดจาเพราะ เรียกว่าประทับใจเลยครับ ผมเห็นหลายคนพูดให้กำลังใจ ผมเองก็ทิปในกล่องทิปก่อนออกจากร้าน



สำหรับคนอยากเดินย่อยอาหาร มีโครงการ “๑ แสน ๑ ไร่” เป็นสวนการเกษตรปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อยู่แถวนั้น มีการปลูกผักนานาชนิด เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมูหลุม เจ้าหน้าที่บอกว่า ผลผลิตทางการเกษตรเหล่านี้ก็นำมาขายสด ๆ ให้กับลูกค้าและนำไปปรุงอาหารให้กับที่ร้าน ถ้าเป็นเมนูต่าง ๆ จะได้รับการปรุงมาจากผู้ต้องขังหญิงจากในเรือนจำ (สะอาดและถูกสุขอนามัย) แล้วถูกส่งมายังร้านทันที อาหารยังร้อน ๆ ในอนาคตกำลังสร้างครัวใกล้ร้าน และปรุงด้วยผู้ต้องขังเช่นเดิม

เดินถัดไป มีเรือนเพาะชำที่ปลูกต้นไม้และกระบองเพชร ถัดเข้าไปเป็นห้องประชุม เหมาะสำหรับจัดสัมมนาได้ มีโต๊ะ เก้าอี้ จอ ลำโพง และโปรเจคเตอร์ให้พร้อม ถัดไปอีกนิดเป็นจุดชมวิวบนต้นไม้ เพื่อมองลงไปยังร้าน “Cook & Coff” ด้านล่าง มองไกลออกไปอีกจะเห็นกำแพงเรือนจำราชบุรี

ถ้าใครมีโอกาสไปจังหวัดราชบุรี ผ่าน อ.สวนผึ้ง หรือจะไปที่เขาประทับช้าง แวะมาพักผ่อน ชิมกาแฟ กินอาหารอร่อย และที่สำคัญให้กำลังใจบริกรผู้เป็นผู้ต้องขังในเรือนจำกลางราชบุรี ร้านกาแฟ “Cook & Coff” ด้วยนะครับ
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
หนังสือเด็กก้อนเมฆ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น