อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

อังกฤษล็อกดาวน์

อังกฤษกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ระยะเวลา 1 เดือน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้คนอังกฤษเสียชีวิตสูงขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ครั้งที่แล้วก็ยังไม่ฟื้นตัวดี กลับมาต้องเจอระลอกสองอีกครั้ง จึงได้แต่วิตกกังวลและท้อแท้ อังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2563 เวลา 07.00 น.

ฟารัจ ฟารัจ ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการศูนย์อาหารเมอร์คาโต เมโทรโปลิตาโน เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า สำหรับพวกเขาแล้วนี่มันบ้าชัด ๆ ที่ต้องมาถูกปิดตายอีกครั้งก่อนคริสต์มาส ศูนย์อาหารแห่งนี้มีร้านอาหารหลายสิบร้านทั้งแบบสั่งกลับบ้านและนั่งรับประทานที่ร้าน เพราะที่นี่จำหน่ายอาหารจากทั่วโลก รวมทั้งยังมีแผนกของชำซึ่งยังเปิดให้บริการช่วงล็อกดาวน์ครั้งแรก และครั้งนี้ก็เช่นกันที่ยังเปิดจำหน่าย เราจะต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้เมื่อต้องมาล็อกดาวน์กันอีกครั้ง การตรวจคัดกรองต้องเพิ่มมากขึ้นและต้องให้แน่ใจว่าแอพติดตามทำงานได้อย่างถูกต้อง

ส่วนเจ้านาย แอนเดรีย รัสกา ผู้ก่อตั้งศูนย์อาหาร ก็ยังมองในแง่ดีว่าเราพร้อมมาก่อนหน้านี้แล้วและตอนนี้ก็พร้อม เมื่อพบว่ายอดจำหน่ายสินค้าและอาหารช่วงล็อกดาวน์ครั้งแรก ได้ปรับสูงขึ้นก่อนการแพร่ระบาด แต่เมื่อต้องถูกสั่งปิดตั้งแต่มี.ค.จนถึงก.ค.ที่ผ่านมา รายได้หดหายไปอย่างมาก เขาต้องระดมทุนกับหุ้นส่วนหันมาฟื้นฟูกิจการให้ได้ รายได้แม้จะน้อยนิดแต่นั่นก็สำคัญสำหรับธุรกิจของเขา เหมือนกับตอนที่ได้กลับมาเปิดอีกครั้ง รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร
แต่รัฐมนตรีคลัง ริชิ ซูนัก เพิ่งประกาศขยายแผนปรับลดพนักงานออกไปก่อน ซึ่งหมายความว่ารัฐจะช่วยเรื่องรายได้ 80%ให้กับลูกจ้างที่ไม่สามารถทำงานได้ช่วงล็อกดาวน์



ส่วนร้านเสริมสวยตัดผมทำผมก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการล็อกดาวน์ครั้งที่สองเช่น วิซาจ ซาลอน ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยเบลไซส์พาร์คของกรุงลอนดอน พบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นก่อนล็อกดาวน์เพราะคนแห่มาใช้บริการก่อนล็อกดาวน์บังคับใช้ พนักงานที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยจึงต้องทำงานหลายวัน กว่าที่จะจัดการกับคิวของลูกค้า ซึ่งมาใช้บริการช่วงล็อกดาวน์ครั้งแรก แต่ครั้งนี้ต่างออกไปจนแทบจะนิ่งไปเลยก็ว่าได้

เอสเตลลา ซิเซก หุ้นส่วนเจ้าของร้านบอกว่า กังวลอยู่และคิดว่ารัฐบาลน่าจะทำอะไรได้มากกว่าการสั่งปิดยาว เช่นตอนล็อกดาวน์ครั้งแรกก็สั่งปิดร้านไปสองสัปดาห์ แถมเป็นช่วงโรงเรียนปิด อันนี้ยังพอรับได้ แต่ล็อกดาวน์ครั้งนี้หมายความว่า ต้องปิดร้าน 1 เดือนเต็ม

เธอยังพูดถึงตอนล็อกดาวน์ครั้งแรกว่า ลูกค้ากลัวว่าจะติดเชื้อ ทำให้ร้านเสริมสวยเงียบไปถนัดใจ และยังพอผ่อนคลายได้บ้าง เมื่อรัฐสั่งให้ปิดและจ่ายเงินเยียวยาให้ แต่ล็อกดาวน์ครั้งนี้ค่อนข้างผิดหวังเพราะยังไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหน ถ้ากลับมาเปิดได้อีกครั้งตามกำหนดในวันที่ 2 ธ.ค. ก็สามารถดำเนินการกิจการต่อได้


Channel 4 News

ขณะที่ธุรกิจสถานบันเทิงยามราตรีก็เป็นอีกจุดที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องรักษาระยะห่างทางสังคม อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมโรค นับตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา สถานบันเทิงอย่างพริ้นต์เวิร์คส์แทบกลายเป็นที่ร้าง พอมาถึงเดือนก.ย.สถานการณ์ยิ่งแย่ไปใหญ่ จากที่เคยรับนักเที่ยวได้คืนละ 4,000 คน หายหมด เช่นเดียวกับสถานบันเทิงอีกหลายแห่งซึ่งกำลังหาทางที่จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง นับตั้งแต่ล็อกดาวน์ครั้งแรกก็ยังเปิดให้บริการไม่ได้เลย

ไซมอน อัลเฟรด ผู้ร่วมก่อตั้งพริ้นต์เวิร์คส์ พยายามที่จะไม่ท้อถอยแม้ต้องยอมปรับลดพนักงานออกไป 350 คน ไม่รู้มาก่อนว่ารัฐมีการขยายแผนปรับลดพนักงานออกไปจากเดือนต.ค. และการเข้าสู่ช่วงล็อกดาวน์อีกครั้งในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ โดยไม่มีเงินสนับสนุนหรือการรับรองจากภาครัฐ ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่ง ธุรกิจบันเทิงยามราตรีจึงถูกทั้งหั่นและปรับจนอยู่ในสภาพที่แทบจะทนไม่ได้แล้ว การล้มละลายอาจจะเกิดขึ้น แต่ก็ยังหวังว่าสถานบันเทิงของเขาจะอยู่รอดให้ได้

ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริติช แลนด์ เพราะพวกเขาสู้อยู่แล้ว สร้างมันขึ้นมาจากไม่มีอะไรด้วยกำลังทรัพย์ของเรา และจะสู้ฟันฝ่าให้ได้ตลอดรอดฝั่งจากการล็อกดาวน์ครั้งที่สองนี้.

__________________

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 84