อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

ไขข้อข้องใจเด็กป่วย RVS นอนซมล้นรพ. 

RSV ไม่ใช่โรคใหม่ เป็นแล้วเป็นอีกได้ มักพบในเด็กเล็ก และ “ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง” เด็กแทบทุกคนเคยป่วย ซึ่งการดูแลก็เป็นปกติเหมือนกับไข้หวัดทั่วไป เสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.34 น.


อยู่ๆ ยอดป่วย RSV หรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเล็กก็พุ่งพรวดขึ้นมาในช่วงเดือนตุลาคม สวนทางกับข้อมูลสถิติเมื่อปี 2562 ซึ่งพบว่าอัตราป่วยของโรคนี้อาจจะไม่ได้สูงมากนัก ทำเอาผู้ปกครองต่างวิตกกังวล ถึงขั้นมีกระแสในโซเชียลมีเดียว่าพ่อ แม่สะเทือนใจที่ลูกป่วย แต่ไม่เตียงให้ เพราะเท่าที่เป็นอยู่ก็ล้นรพ.แล้ว
 
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ “นพ.ยง ภู่วรวรรณ” หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า โรค RSV ไม่ใช่โรคใหม่ เป็นแล้วเป็นอีกได้ มักพบในเด็กเล็ก และ “ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง” คนที่อาการรุนแรงมีน้อยมาก และอัตราการเสียชีวิตก็น้อยมากเช่นเดียวกัน เด็กแทบทุกคนเคยป่วย RSV แล้วทั้งนั้น เป็นแล้วสามารถเป็นอีกได้ ซึ่งการดูแลก็เป็นปกติเหมือนกับไข้หวัดทั่วไป
 
สำหรับปัจจัยที่ทำให้โรครุนแรงในเด็กนั้นบางครั้งก็ตอบไม่ได้ แต่ส่วนหนึ่งคือเด็กมีร่างกายอ่อนแอ บางคนมีโรคประจำตัวอยู่ก่อน เช่น หอบ เป็นต้น ถ้าลงหลอดลมโดยเฉพาะหลอดลมฝอย ก็จะทำให้เกิดการอักเสบบวม ลมหายใจเล็กลงทำให้เกิดการหายใจวี๊ดวี๊ด คล้ายกับคนที่ป่วยหอบหืด จริงๆถ้าเป็นแบบนี้ก็ไปพ่นยาขยายหลอดลม 1 ถึง 2 วัน 3 วันก็ดีขึ้น
 


“นพ.ยง” บอกว่า สำหรับสถานการณ์ในปีนี้ที่เห็นว่ามีการระบาดมากในช่วงนี้นั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นสถานการณ์ปกติ ซึ่งที่ผ่านมาโรค RSV มักระบาดในช่วงที่มีการเปิดเทอม มีเด็กไปรวมกันจำนวนมาก ประมาณกลางๆ เดือน มิ.ย. แต่ต้นไป ก่อนจะลดลงในเดือนต.ค. แล้วค่อนกลับมาระบาดอีกในหน้าหนาว  แต่สำหรับช่วงต้นปี 2563 เนื่องจากมีการระบาดของโควิด-19 ทำให้มีการล็อกดาวน์ และปิดเรียน ทำให้สถานการณ์โรค RSV น้อยลงไปมาก แทบไม่มีเลย
 
“ปีนี้เราปิดเทอมมาจนถึงเดือน ก.ค. ซึ่งก.ค.ก็ไม่ได้เปิดเต็มรูปแบบ แต่มีการเรียนออนไลน์ เพิ่งมีการเปิดเรียนเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา พอเด็กมารวมกันยาวมาถึงเดือนก.ย.ถึงเริ่มมีการระบาดของ RSV ในบ้านเรา และค่อยๆขึ้นมาเรื่อยๆสูงสุดในเดือนต.ค.” ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ลดลง นี่จึงไม่แปลก พอเด็กปิดเทอมโรคก็จะลดลง”
 
สำหรับแนวทางแก้ไข จะให้เด็กอนุบาลสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น การนอน การทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น เวลานอน สถานที่ต้องเปิดให้ถ่ายเทอากาศ ถ้าเด็กป่วยก็ไม่ควรจะไปโรงเรียน การดูแลก็เหมือนกับการดูแลผู้ป่วยไข้หวัด ไม่ต้องไปรพ. แต่ถ้าเด็กมีอาการหายใจหอบ ดังวี๊ด ก็ไปพบแพทย์พ่นยาได้ ไม่จำเป็นต้องนอนรพ.ทั้งหมด ขอผู้ปกครองอย่าตื่นตระหนก.

คอลัมน์ : คุณหมอขอบอก
เขียนโดย : อภิวรรณ เสาเวียง.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น