อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

สินค้าโหนกระแส11.11 ดูด"ขาช้อป"เพิ่มยอดขาย

แหม...แหม...แหม!! เหลือเพียงอีก 2 วัน บรรดา “ขาช้อป” ออนไลน์ คงได้ชอปปิงกันสนั่นเมืองทีเดียว หลังจากรอคอยมาเดือนกว่าแล้ว แบบชนิดทีเรียกว่า “คันไม้คันมือ” กันทีเดียวล่ะ จันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08.00 น.


ต่อให้ เงินในกระเป๋า” เหลือเพียงอยู่น้อยนิดก็ตาม แต่เชื่อเถอะ “ความอยาก” น่ะไม่เข้าใครออกใครแน่ๆ และเชื่อว่าคุณๆ ท่านๆ คง “รอ” การชอปปิง ไว้วันที่ 11 เดือน 11 นี้แน่นอน ก็นะ...สารพัดสินค้า สารพัดแคมเปญ สารพัดส่วนลด สารพัดลูกเล่น กำลังถูกนำเสนอเป็นโปรโมชั่น เด็ดสะระตี่ เพื่อกระตุกต่อมขาช้อปในช่วงปลายปี

ต้องยอมรับว่าเทศกาลลดราคา 11.11 ถือเป็นเทศกาล เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญ ที่สามารถปลุกยอดขายสินค้าออนไลน์ได้มากกว่า 1 หรือ 2 เท่าตัวทีเดียว

เทศกาลลดราคา 11.11 ถือกำเนิดขึ้นโดย “อาลีบาบา” ที่เป็นผู้จุดและโหมกระแสแคมเปญ มาตั้งแต่ปี 52 โดยนำเอาวันคนโสดของจีน คือ วันที่ 11 พ.ย.ของทุกปี มาเป็นจุดเริ่มต้น ทำการลดราคาและจัดโปรโมชั่นครั้งใหญ่ เพื่อให้บรรดาเหล่าคนโสดทั้งหลายหันมาชอปปิงแก้เหงา

จากมหกรรมช้อปของคนโสด จนกลายเป็นงานชอปปิงระดับโลก ด้วยการกระจายทำโปรโมชั่นลดกระหน่ำและเก็บสถิติยอดขาย พร้อมขยายเวลาก่อนสิ้นสุดเวลาของวันคนโสดในแต่ละปีด้วย



ที่สำคัญอาลีบาบา ยังใช้กลยุทธ์นี้ในทุกแพลตฟอร์ม และก็รวมถึงลาซาด้า ที่เป็นผู้บุกเบิก และเป็นผู้นำของแคมเปญ 11.11รวมถึงในไทยด้วย ก่อนขยายไปยังแคมเปญ 9.9 (9 เดือน 9) หรือ10.10 (10 เดือน 10)

ปัจจุบันแคมเปญ 11.11 ได้กลายเป็นมหกรรมชอปปิงโลกอย่างแท้จริง เพราะทำให้เกิดมูลค่าการซื้อขายในช่วงเทศกาลสูงกว่าปกติถึง 18 เท่า และที่ผ่านมาทำรายได้สูงกว่าเทศกาลชอปปิงของฝั่งตะวันตกอย่าง แบล็ก ฟลายเดย์, ไซเบอร์ มันเดย์ หรือ แอมะซอน ไพร์ม เดย์ รวมกันกว่า 2.5 เท่า ทีเดียว

ในอีก 2 วันข้างหน้า ที่จะถึงเทศกาลลดราคา ก็มีผลสำรวจวิจัยทางการตลาด ออกมายืนยันความสำเร็จของแคมเปญ ที่พบว่านักช้อปชาวไทยเต็มใจที่จะซื้อสินค้าในแคมเปญนี้ โดยมีเรื่องของ “โปรโมชั่น” ประเภท ลดแลกแจกแถมสนั่นเมือง เป็นตัวเร่งในการตัดสินใจชอปปิง

ที่สำคัญการช้อปของนักช้อป ได้เน้นไปที่เรื่องของการซื้อ “ออนไลน์” ถึง 86% ขณะที่การช้อปที่หน้าร้านมีเพียง 37% เท่านั้น และมีค่าใช้จ่ายในการช้อปเฉลี่ยคนละ 1,000 บาท



ขณะที่ผลการศึกษาข้อมูลเชิงลึก ของ Facebook IQ ระบุว่า 5 เทรนด์พฤติกรรมชอปปิงที่กำลังมาแรงในช่วงเทศกาลลดราคา มีทั้งเรื่องของการเล่นมือถือเพิ่มขึ้น ของคนไทยที่เพิ่มขึ้นถึง 71% หลังเผชิญกับไวรัสโควิด-19 โดยกลุ่มเจนเอ็กซ์ และเบบี้บูมเมอร์ ใช้เวลาเพิ่มขึ้น 65% และอีก 35% ชอปปิงออนไลน์ในปัจจุบัน

ไม่เพียงเท่านี้!! บรรดาผู้ซื้อจำนวนมากยังตั้งหน้าตั้งตารอวันมหกรรมลดราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแคมเปญ 11.11 และ12.12 ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด

ที่น่าสนใจมากขึ้นไปอีก!! บรรดาขาช้อป กว่า 82% ต่างมองหาของขวัญให้ตัวเอง เพื่อเป็นรางวัลในช่วงปลายปีที่กำลังจะมาถึงในอีก 2 เดือนข้างหน้า และสินค้าที่ต้องการ ยังคงเป็นสินค้าแบรนด์ต่างประเทศ โดยเฉพาะขาช้อปในกลุ่มเจนเอ็กซ์ และเจนวาย

นอกจากนี้ ไม่ใช่เพียงแค่สนนเรื่องราคาเท่านั่นหรอกนะ ที่ขาช้อป ให้ความสนใจ แต่ยังมองไปถึงแบรนด์หรือยี่ห้อของสินค้าว่ามีค่านิยมเดียวกันหรือไม่อีกต่างหากด้วย ซึ่งขาช้อปเหล่านี้ต่างคาดหวังว่าแบรนด์ต้องจริงใจ ต้องอัพเดทข้อเสนอใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าคนไทยอาจได้ชื่อว่า “ขาช้อป” ตัวจริงเสียงจริง แต่ในยุคของนิวนอร์มัล เช่นนี้ กลยุทธ์การค้าการขายแบบเดิมๆ คงไม่สามารถจูงใจได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย



จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่บรรดาแบรนด์สินค้าทั้งใหญ่ ทั้งเล็ก ห้างสรรพสินค้า วงการค้าปลีก ไม่เว้นแม้แต่อสังหาริมทรัพย์ หรือรถยนต์ ที่ขอเกาะขอเกี่ยวกระแสมหกรรมลดราคาสินค้า 11.11 ไปกับเค้าด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้บางแบรนด์ บางร้านค้า ยังอาศัยมาตรการรัฐ “ช้อปดีมีคืน” ผนวกพ่วงร่วมเข้ามาด้วย เพื่อดึงดูดยอดขายในช่วงปลายปี

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า...ในโค้งสุดท้ายของการทำการตลาด ของบรรดาแบรนด์ สินค้า ผู้ประกอบการสินค้า จะสามารถกระตุ้นยอดขายได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว
..............................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู” 

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก Pixabay

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 53