อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

โจรครองเมือง

จากการประเมินของสถาบันฮิราล กลุ่มอัล-ชาบับ มีรายได้จากการเก็บภาษี เดือนละไม่ต่ำกว่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 460 ล้านบาท ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับประเทศที่ยูเอ็นและธนาคารโลก จัดให้อยู่ในกลุ่มฐานะยากจนที่สุดในโลก ศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2563 เวลา 07.00 น.

กลุ่มก่อการร้าย “อัล-ชาบับ” แนวร่วมของกลุ่มอัล-กออิดะห์ ในโซมาเลีย ใช้ความรุนแรงและการข่มขู่คุกคาม เรียกเก็บ “ภาษีเถื่อน” จากทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ยึดครอง สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ มากพอ ๆ หรือมากกว่ารัฐบาลที่นานาชาติให้การยอมรับ จากรายงานผลการศึกษาวิจัยของสถาบันฮิราล ในกรุงโมกาดิชู
 
รายงานได้จากการสอบถามประชาชนทั่วไป นักธุรกิจ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งอดีตสมาชิก อัล-ชาบับ และสมาชิกในปัจจุบัน ซึ่งทำหน้าที่เก็บภาษีเถื่อนแข็งกับรัฐบาล
 
จากการประเมินของสถาบันฮิราล กลุ่มอัล-ชาบับ หรือชื่อเต็มว่า ฮารากัต อัล-ชาบับ อัล-มูจาฮีดิน หรือ ฮิซบอลเลาะห์ อัล-ชาบับ ซึ่งหมายถึง พรรคยุวชน (Party of the Youth) มีรายได้จากการเก็บภาษีเดือนละไม่ต่ำกว่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 460 ล้านบาท ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับประเทศที่ยูเอ็นและธนาคารโลกจัดให้อยู่ในกลุ่มฐานะยากจนที่สุดในโลก
 
ที่น่าตกใจคือ กว่าครึ่งของเงินรายได้แต่ละเดือน มาจากการรีดไถในเขตเมืองหลวง กรุงโมกาดิชู แม้พื้นที่ยึดครองของ อัล-ชาบับ จะอยู่ทางภาคใต้และภาคกลาง และรายรอบนอกกรุงโมกาดิชู
 
จากข้อมูลของกระทรวงการคลังโซมาเลีย ตลอดปี 2562 รัฐบาลมีรายได้เข้าคลังจากภาษีและอื่น ๆ ภายในประเทศ รวม 230 ล้านดอลลาร์ หรือ 7,025 ล้านบาท
  
อัล-ชาบับ ก่อตั้งเมื่อปี 2549 โดยมีเป้าหมายหลัก คือการต่อสู้กับ “ศัตรูของศาสนา”ที่พวกเขานับถือ และโค่นล้มรัฐบาลโซมาเลีย เพื่อก่อตั้งรัฐศาสนาในอุดมการณ์ และในปี 2555 หัวหน้าใหญ่ของกลุ่มได้ประกาศสวามิภักดิ์ ต่อกลุ่ม อัล-กออิดะห์ 
 
หลายประเทศ รวมถึง สหรัฐ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) หรือแม้แต่ มาเลเซีย ประกาศขึ้นบัญชีดำ อัล-ชาบับ เป็น “องค์การก่อการร้าย” และเมื่อเดือนเม.ย. 2558 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศตั้งรางวัลชี้เบาะแสนำจับผู้นำระดับสูงหลายคนของอัล-ชาบับ รวมถึงหัวหน้าใหญ่สุดคนปัจจุบันคือ นายอาหมัด อูมาร์ จำนวน 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 185 ล้านบาท
 
ปัจจุบัน อัล-ชาบับ มีนักรบในสังกัดประมาณ 9,500 คน และจำนวนกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีทั้งชาวโซมาเลีย และนักรบรับจ้างชาวต่างชาติซึ่งมีอุดมการณ์เดียวกัน และข้อมูลจากหลายหน่วยข่าวกรองระหว่างประเทศ ระบุว่า อัลชาบับ ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินและอาวุธ รวมทั้งนักรบรับจ้างต่างชาติ จากประเทศยักษ์ใหญ่ในตะวันออกอกลางและแอฟริกาเหนืออย่างน้อย 8 ประเทศ
 
การลงพื้นที่ตรวจสอบภาคสนามเพื่อหาข้อมูลเชิงลึกของคณะนักวิจัยสถาบันฮิราล พบว่าเหยื่อจำนวนมากต้องจ่ายภาษีซ้ำซ้อน ให้ทั้งรัฐบาลและอัล-ชาบับ 
 
บริษัทขนาดใหญ่ทั่วโซมาเลียต้องจ่าย “รายเดือน” ให้ อัล-ชาบับ มากน้อยตามการประเมินของหน่วยเก็บภาษีเถื่อน ซึ่งสามารถสืบรู้ข้อมูลธุรกิจ พอ ๆ กับเจ้าหน้าที่สรรพากรของทางการ นอกจากนั้นยังต้องจ่าย “รายปี” ในรูปแบบของ “ซะกาต” หรือเงินบริจาคทานประจำปี แต่เป็นการบริจาคแบบ “บังคับจ่าย” โดยทุกบริษัทต้องจ่าย 2.5 % ของรายได้บริษัททั้งหมดในแต่ละปี
 
รายได้หลักส่วนหนึ่งของ อัล-ชาบับ มาจากท่าเรือหลายแห่งที่อยู่ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ทางภาคตะวันออกของประเทศ รวมถึงท่าเรือหลักในกรุงโมกาดิชู โดยเก็บภาษีสินค้าทั้งส่งออกและนำเข้า
 
นายทหารระดับสูงของกองทัพโซมาเลียนายหนึ่ง ไม่เปิดเผยยศ ระบุเพียงแค่เป็นระดับผู้บัญชาการ เผยต่อสถาบันฮิราลว่า  แม้แต่ตัวเขาเองยังค้องจ่ายเงินให้ อัล-ชาบับ เมื่อเขาสร้างบ้านพักหลังใหม่ จู่ ๆ ผู้รับเหมาก่อสร้างคนแรกทิ้งงานหนี เนื่องจากถูก อัล-ชาบับ ข่มขู่ โดยกลุ่มก่อการร้ายบอกว่านายทหารเจ้าของบ้านไม่ยอมจ่ายภาษี ผู้รับเหมารายที่ 2 ทิ้งงานหนีอีก ด้วยเหตุผลเดียวกัน สุดท้ายนายทหารใหญ่ต้องจ่ายเงินจำนวนเท่ากับ 3,600 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 110,000 บาท บ้านจึงสร้างเสร็จโดยผู้รับเหมารายที่ 3.

__________________

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

    
    
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 87