อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

ยุทธศาสตร์วงจรคู่

รูปแบบหลักการพัฒนาแบบ “วงจรคู่” ของจีน จะเน้นตลาดขนาดมหึมา (superlarge market) ในประเทศ เป็นหลัก ขณะที่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ สามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ อังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เวลา 07.00 น.

ตอนนี้กลุ่มผู้นำจีนแผ่นดินใหญ่ ระดับพญามังกร ที่ตำหนักจงหนานไห่ ในมหานครปักกิ่ง กำลังง่วนอยู่กับการหารือเพื่อสรุปแนวนโยบายหลัก แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 จากปี 2564 – 2568 ท่ามกลางสายตาจับจ้องมองจากทั่วโลก
 
แต่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ทิศทางที่จะใช้เป็นนโยบายหลัก สำหรับแผนพัฒนาแผ่นดินใหญ่ฉบับนี้ ออกจากปากของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พญามังกรหมายเลข 1 เมื่อเดือน พ.ค.ปีนี้ และย้ำอีกหลายรอบ ในระหว่างการประชุมเต็มองค์คณะกรมการเมือง ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระหว่างวันที่ 26 – 29 ต.ค.ที่ผ่านมา นั่นคือจะเป็นแบบ ยุทธศาสตร์วงจรคู่ (dual-circulation strategy)
 
รูปแบบหลัก การพัฒนาแบบ “วงจรคู่” ของจีน จะเน้นตลาดขนาดมหึมา (superlarge market) ในประเทศ เป็นหลัก ขณะที่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ สามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้
 
ในระยะ 5 ปีข้างหน้า จีนจะเน้น “การหมุนเวียนภายใน” หมายถึงวงจรการผลิต นวัตกรรม การกระจายสินค้า และการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้จีนลดการพึ่งพาตลาดและเทคโนโลยีต่างประเทศลง
 
แต่ขณะเดียวกันจะต้องมีการหมุนเวียนภายนอกประเทศด้วย เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดส่งออก และการไหลเวียนของเงินทุนเคลื่อนย้าย ที่เปิดเสรีเป็นแกนเสริมและทำงานควบคู่กันไป 
 
ดร.ธนพล ศรีธัญพงศ์ ผู้จัดการและซีไอโอ ที่ปรึกษาด้านการลงทุน บริษัท หลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า แม้ว่าการปรับสมดุลในลักษณะนี้ไม่ใช่หลักการใหม่ในการวางแผนการเติบโตของจีน แต่สำหรับยุทธศาสตร์ใหม่ จีนตั้งเป้าหมายในระยะยาว ที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับอุปสงค์ การบริโภคภายในประเทศ  และลดความเสี่ยงจากการต้องพึ่งพาอุปสงค์จากต่างประเทศ
 
แหล่งข่าววงในจากคณะกรรมาธิการยกร่างแผน ในมหาศาลาประชาชน ที่กรุงปักกิ่ง เผยว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจแบบวงจรคู่ หรือแบบคู่ขนานนี้ เป็นผลงานการคิดค้นของทีมงานนักเศรษฐศาสตร์ชั้นหัวกะทิของจีน นำโดยรองนายกรัฐมนตรีหลิว เฮ่อ ซึ่งควบตำแหน่งหัวหน้าคณะที่ปรึกษาเศรษฐกิจของสี และหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาการค้าของจีนกับสหรัฐ และประเทศอื่น ๆ
 
กระบวนการวางแผนพัฒนา ของประเทศต่าง ๆ ท่านผู้อ่านจะสังเกตเห็นได้ว่า กลุ่มผู้นำชาติตะวันตกส่วนใหญ่จบการศึกษาทางด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์ หรือเศรษฐศาสตร์ แต่กลุ่มผู้นำระดับกำหนดนโยบายของจีนยุคใหม่ ส่วนใหญ่เป็นนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร ส่วนนักกฎหมายและนักเศรษฐศาสตร์ อยู่ระดับรอง รับมอบหมายนโยบาย ดังนั้นมุมมองและแนววิธีคิดเริ่มต้นจึงค่อนข้างแตกต่างกัน
 
คุณสุวัชชัย ทรงวานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจจีนระดับหัวแถวของไทย เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ ว่ายุทธศาสตร์วงจรคู่มีเป้าหมายลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ และเชื่อว่าจะมีประสิทธิภาพมากพอ ในการสร้างภูมิต้านทาน และความยืดหยุ่น รองรับผลกระทบรุนแรงจากภายนอก โดยเฉพาะในช่วงหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 และความตึงเครียดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่ ระหว่างจีนกับสหรัฐ
 
รูปแบบเศรษฐกิจที่มีการส่งออกเป็นตัวนำซึ่งมีมานานหลายทศวรรษของจีน จะดำเนินต่อไปภายใต้นโยบายวงจรคู่ขนาน ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นในสถิติของสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน ซึ่งระบุว่า การส่งออกจากจีนขยายตัว 9.5 % เมื่อเทียบอัตรารายปี ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมาโดยสหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศผู้ซื้อสินค้าจีนรายใหญ่สุด
 
อีกหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า จีนยังคงมุ่งมั่นในการทำการค้ากับต่างประเทศคือ การผลักดันส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ต่อแผนโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” โดยผ่านการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภครองรับขนาดใหญ่ ในหลายเส้นทางเชื่อมต่อจีน กับพื้นที่สำคัญส่วนที่เหลือของโลก.
__________________

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 86