อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

​​​​​​​"หาดบางแสน" ทำตามกฎหมายห้ามขาย-ดื่มสุรา

ภาพของชายหาดบางแสน เมื่ออดีตคือการท่องเที่ยวแบบฉิ่งฉับทัวร์ ทั้งการดื่มสุรา สูบบุหรี่ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ชายหาดบางแสนได้รับการจัดระเบียบให้น่าเที่ยว เป็นชายหาดที่ปลอดบุหรี่ และห้ามขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ “ปอดสะอาด ตับแข็งแรง ใจแสนสุข ณ หาดบางแสน” อาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08.00 น.


ณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวเรื่องบุหรี่มือสองเป็นประจำ และที่น่าเสียใจคือการจมน้ำเสียชีวิต 100 เปอร์เซ็นต์สาเหตุมาจากเมาสุรา ซึ่งเทศบาลต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวชายหาดบางแสนเพื่อคนทุกกลุ่ม ได้กันพื้นที่ที่ปลอดเตียงชายหาดประมาณ 1 กม.ให้ประชาชนมาปูเสื่อ เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่ ห่างไกลโควิด-19 รวมทั้งห้ามร้านค้ามาเดินเร่ขายอาหารรบกวนเวลาพักผ่อนของนักท่องเที่ยว ห้ามร้านค้าใช้ภาชนะกล่องโฟม นอกจากนี้ยังห้ามจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์บริเวณชายหาด เพราะตามกฎหมายชายหาดบางแสนเป็นพิ้นที่สาธารณะ มีประกาศชัดเจนเรื่อง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกออล์ และประกาศของกระทรวงทรัพยากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า พื้นที่ชายหาดห้ามสูบบุหรี่ แต่จะมีการจัดพื้นที่เป็นห้องกระจกที่อยู่ห่างจากชายหาดเป็นพื้นที่สูบบุหรี่ไว้ให้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสถาบันการศึกษาเข้ามาเป็นที่ปรึกษาจัดการพื้นที่ปลอดบุหรี่ให้



“เป็นความคุ้นชินว่าการท่องเที่ยวกับการดื่มสุรา และสูบบุหรี่ แต่ขณะนี้มีกฎหมายควบคุมแล้ว ซึ่งทางเทศบาล จะมีหน่วยฉลามขาว ที่คอยเข้าไปตักเตือนเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวดื่มสุรา สูบบุหรี่ โดยเข้าไปขอความร่วมมือให้นำไปเก็บที่รถ ซี่งส่วนใหญ่บอกว่าไม่รู้ว่ามีกฎหมายห้าม ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ให้ความร่วมมือ ตั้งแต่จัดระเบียบมีการจับปรับไปเพียง 3 รายเท่านั้น” นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข บอกเล่าถึงการทำงาน





ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. โดยสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สนับสนุนโครงการ “การพัฒนาพื้นที่ชายหาดบางแสนให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสร้างประสบการณ์ต้นแบบส่งเสริมการลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ” ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ เทศบาลเมืองแสนสุข สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มหาวิทยาลัยบูรพาพัฒนาพื้นที่ชายหาดบางแสนให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวต้นแบบ ปลอดภัย และเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้พื้นที่ท่องเที่ยวอื่นได้ อย่างไรก็ตาม หลังสถานการณ์โควิด-19 ประเทศไทยได้ประกาศการท่องเที่ยวในวิถีใหม่ ซึ่งจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการท่องเที่ยวทางทะเล ลดปัจจัยเสี่ยงอย่างเครื่องดื่มแอลกอออล์ และบุหรี่ได้ สสส.คาดหวังการทำงานเช่นเดียวโรงแรมปลอดบุหรี่ ซึ่งเมื่ออดีตนั้นโรงแรมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยแต่ สสส.สนับสนุนให้มีโรงแรมต้นแบบปลอดการสูบบุหรี่ในพื้นที่โรงแรม จนมาถึงวันนี้โรงแรมส่วนใหญ่มีกฎห้ามสูบบุหรี่ภายในอาคาร



“จากรายงานการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากรไทย พ.ศ. 2560 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ประชากร 6.4 ล้านคน สูบบุหรี่และดื่มสุรา ในจำนวนนี้เป็นผู้สูบบุหรี่แบบประจำและดื่มสุราอย่างสม่ำเสมอสูงถึง 3.8 ล้านคน โดยคนกลุ่มนี้มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs 4 กลุ่มโรคหลัก ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง และโรคถุงลมโป่งพอง และพบว่าคนไทยเสียชีวิตจากโรค NCDs ร้อยละ 75 ของอัตราการเสียชีวิต”





สุวิมล ศรีทองดี แม่ค้าขายเครื่องดื่ม วัย 59 ปี เล่าว่า ขายของที่ชายหาดนี้มา 30 ปีแล้ว จากเดิมขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย แต่เมื่อมีกฎหมายออกมาพร้อมปฏิบัติตาม ไม่ได้รับผลกระทบต่อรายได้ เห็นด้วยที่พื้นที่ชายหาดห้ามดื่มเหล้า เพราะนักท่องเที่ยวขับรถจะไม่เกิดอุบัติเหตุทางถนนระหว่างเดินทางกลับด้วย

“การพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวชายหาดต้นแบบที่สามารถสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ปลอดภัย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่” ผศ.ดร.เกศรา สุกเพชร ผู้จัดการโครงการจากคณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าว

ชายหาดบางแสนน่าเที่ยวยิ่งกว่าอดีต เพราะเป็นพื้นที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบโดยสิ้นเชิง
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    74%
  • ไม่เห็นด้วย
    26%