อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

พระพุทธศาสนารุ่งเรือง บ้านเมืองสงบสุข

พระพุทธศาสนาอุบัติขึ้นโดยการตรัสรู้ความจริงอันถึงที่สุด (อริยสัจธรรม) ของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยพระปัญญาคุณและพระบริสุทธิคุณ เมื่อ 45 ปีก่อนพุทธศักราชซึ่งเป็นเวลา 2,608 ปีล่วงมาแล้ว ทรงมีพระมหากรุณาคุณเผยแผ่หลักธรรมคำสอนเป็นเวลา 45 พรรษา เพื่อให้สัตว์โลกพ้นทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิด (สังสารวัตร) พฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น.


พระพุทธศาสนาอุบัติขึ้นโดยการตรัสรู้ความจริงอันถึงที่สุด (อริยสัจธรรม) ของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยพระปัญญาคุณและพระบริสุทธิคุณ เมื่อ 45 ปีก่อนพุทธศักราชซึ่งเป็นเวลา 2,608 ปีล่วงมาแล้ว ทรงมีพระมหากรุณาคุณเผยแผ่หลักธรรมคำสอนเป็นเวลา 45 พรรษา เพื่อให้สัตว์โลกพ้นทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิด (สังสารวัตร)

ดินแดนสุวรรณภูมิซึ่งมีจังหวัดนครปฐมเป็นจุดศูนย์กลางในสมัยทวารวดีหรือเมื่อกว่า 1,000 ปีล่วงมาแล้ว ได้รับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทโดยพระโสณะและพระอุตตระจากแคว้นมคธ (ประเทศอินเดียในปัจจุบัน) คำว่า “เถรวาท” หมายถึงวาทะที่มั่นคงซึ่งเป็นคำจริงตรงตามพระพุทธพจน์ในพระไตรปิฎก ประกอบด้วยพระวินัยปิฎก 24,000 พระธรรมขันธ์ พระสุตตันตปิฎก (พระสูตร) 24,000 พระธรรมขันธ์ พระอภิธรรมปิฎก 42,000 รวม 84,000 พระธรรมขันธ์



คนไทยนับถือพระพุทธศาสนามาเป็นเวลากว่า 700 ปี นับตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ปัจจุบันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาโลก มีวัดทั่วประเทศกว่า 40,000 วัด มีวัดไทยในต่างประเทศกว่า 400 วัด มีภิกษุทั่วประเทศกว่า 300,000 รูป

ก่อนเสด็จดับขันธ์พระปรินิพพานเมื่อปีพุทธศักราชที่ 0 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงไม่ได้แต่งตั้งให้ผู้ใดเป็นศาสดาสืบแทน ทรงฝากพระพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัทสี่ ได้แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ปัจจุบันพุทธบริษัทสี่เหลือเพียงพุทธบริษัทสาม ได้แก่ ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา

พระพุทธศาสนามีความสำคัญต่อพุทธบริษัทคือการมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ได้แก่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง (พุทธัง สรณัง คัจฉามิ) พระธรรมเป็นที่พึ่ง (ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ) พระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง (สังฆัง สรณัง คัจฉามิ) หากภิกษุเป็นผู้มีความประพฤติดี ปฏิบัติชอบโดยเป็น “ภิกษุในพระธรรมวินัย” ก็ย่อมมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ส่วนอุบาสก อุบาสิกา มีการฟังธรรมตามกาลก็ย่อมมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งเช่นกัน



ภิกษุที่ประพฤติดี ปฏิบัติชอบตามสิกขาบทในพระวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ 227 ข้อ จะเกิดประโยชน์ 10 ประการดังนี้

1.เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ซึ่งเป็นความเรียบร้อยดีงามแห่งสงฆ์
2.เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์
3.เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ซึ่งเป็นการกำราบคนผู้ด้าน ประพฤติทราม
4.เพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม
5. เพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ระงับปิดทางความเสื่อมเสีย ความทุกข์ ความเดือดร้อน ที่จะมีในปัจจุบัน
6.เพื่อบำบัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต แก้ไขมิให้เกิดความเสื่อมเสีย ความทุกข์ความเดือดร้อน ที่จะมีมาในภายหน้าหรือภพหน้า
7.เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส
8.เพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว
9.เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม
10.เพื่ออนุเคราะห์วินัยในหมู่สงฆ์ ทำให้มีบทบัญญัติสำหรับใช้เป็นหลักเกณฑ์จัดระเบียบของหมู่สงฆ์ สนับสนุนความมีวินัยให้หนักแน่นมั่นคงยิ่งขึ้น



อุบาสก อุบาสิกาที่ฟังธรรมตามกาล จะได้รับประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างเป็นปกติสุขตามอัตภาพของแต่ละบุคคล ซึ่งจะได้รับอานิสงส์ 5 ประการดังนี้

1.ย่อมได้ฟังในสิ่งที่ไม่เคยฟัง
2.สิ่งที่ได้ฟังแล้วย่อมเข้าใจและแตกฉานขึ้น
3.บรรเทาความสงสัยเสียได้
4.ทำความเห็นตรง ให้ถูกต้องได้
5.จิตใจผู้ฟังย่อมผ่องใส



พระพุทธศาสนาจะมีความเจริญรุ่งเรืองได้อย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับพุทธบริษัททั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภิกษุซึ่งเป็นหัวหน้าพุทธบริษัททำหน้าที่ของตนได้อย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย ซึ่งมีอยู่ 2 ประการ คือ ประการแรก การศึกษาพระธรรม (คันถธุระ) ประการที่สอง การอบรมเจริญปัญญา (วิปัสสนาธุระ) มีการประพฤติปฏิบัติตามสิกขาบทในพระวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัดด้วยความเคารพยำเกรง เผยแผ่หลักธรรมคำสอนตรงตามพระพุทธพจน์ กิจอื่นใดที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์อย่าได้กระทำเพราะจะเป็นโทษแก่ตนเองและสร้างความมัวหมองแก่พระพุทธศาสนา ส่วนอุบาสก อุบาสิกามีการฟังธรรมตามกาลเพื่อจะได้มีความเห็นถูก (สัมมาทิฏฐิ) มีการขัดเกลากิเลส เห็นโทษของการประพฤติทุจริตทางกาย วาจาและใจ เห็นประโยชน์ของการประพฤติสุจริตทางกาย วาจาและใจ บ้านเมืองจะมีความสงบสุขเพราะพุทธบริษัทมีจิตคิดดี (กุศลจิต) และมีความจงใจดี (กุศลเจตนา) ต่อกัน

.........................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    82%
  • ไม่เห็นด้วย
    18%

บอกต่อ : 43