อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

75 ปี ศาลเนิร์นแบร์ก คดีอาชญากรรมสงครามโลก

เพียง 6 เดือนหลังพรรคนาซียอมรับความปราชัยในสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อปี 2488 "ศาลเนิร์นแบร์ก" เปิดการไต่สวน "อาชญากรสงครามกลุ่มแรกของโลก" อาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.30 น.

ย้อนกลับไปเมื่อ 75 ปีที่แล้ว ศาลที่เมืองเนิร์นแบร์ก ( นูเรมเบิร์กในภาษาอังกฤษ ) นำเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคนาซีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การไต่สวนและการพิพากษาบทลงโทษให้กับผู้ต้องหาแต่ละคนถือเป็น "ประวัติศาสตร์" และหลักการพิจารณาในหลายเรื่อง ยังคงมีอิทธิพลต่อแนวทางการพิจารณาคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศจนถึงปัจจุบัน

เนิร์นแบร์ก 2488 : เมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัฐบาเยิร์นอยู่ในสภาพเสียหายราบเป็นหน้ากลอง ซึ่งเป็นผลจากสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งยาวนานเกือบ 6 ปี อย่างไรก็ตาม การที่พรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมัน หรือพรรคนาซี ภายใต้การนำของนายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เคยจัดการเดินขบวนครั้งยิ่งใหญ่ที่นี่ ถือเป็นนัยสำคัญ ที่ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งเป็นผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่สอง ได้แก่ สหรัฐ สหภาพโซเวียต สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส เลือกเมืองเนิร์นแบร์กเป็นสถานที่ตั้งคณะตุลาการพิเศษ ในอีก 6 เดือนต่อมาหลังพรรคนาซียอมรับความพ่ายแพ้ โดยมีสถานะเทียบเท่ากับ "ศาลทหารระหว่างประเทศ"

นายพลแฮร์มันน์ เกอริง ในคอกจำเลย

จำเลยกลุ่มแรก 21 คน ขึ้นศาลเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2488 ทั้งหมดเป็นสมาชิกระดับสูงของพรรคนาซี และส่วนใหญ่มีความใกล้ชิดกับฮิตเลอร์ โดยเฉพาะนายพลแฮร์มันน์ เกอริง นายรูดอล์ฟ เฮสส์ และนายโยอาคิม ฟอน ริบเบนทรอปป์ ทั้งนี้ จำเลยทั้งทุกคนถูกดำเนินคดีในข้อหาอาชญากรรมต่อสันติภาพ อาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการสมคบคิด ขณะที่กองกำลังกึ่งทหารในนาม "ชุตต์ชตัฟเฟิล" และตำรวจลับ "เกสตาโป" ถูกฟ้องเช่นกัน ว่าเป็น "องค์กรอาชญากรรม"


British Pathé

อย่างไรก็ตาม "กลุ่มบุคคลสำคัญที่สุด" กลับไม่ได้ปรากฏตัวต่อศาล เนื่องจากกระทำอัตวินิบาตกรรมในช่วงสิ้นสุดสงคราม โดยเฉพาะฮิตเลอร์ นายพลไฮน์ริช ฮิมเลอร์ ผู้บัญชาการของชุตต์ชตัฟเฟิล ซึ่งถือเป็น "มือขวา" ของท่านผู้นำ และนายโยเซฟ เกิบเบิลส์ ผู้ที่เสมือนเป็น "มือซ้าย" ของฮิตเลอร์


RobertHJacksonCenter

อนึ่ง ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วย ที่ประเทศซึ่งมีรูปแบบการปกครองและระบอบการเมืองแตกต่างกัน ร่วมส่งผู้แทนทางกฎหมายเพื่อทำหน้าที่คณะตุลาการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหาร เช่นเดียวกัน อัยการล้วนเป็นตัวแทนผู้พิพากษาศาลสูงจากประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร ด้านทนายฝ่ายจำเลยแน่นอนเป็นคณะนักกฎหมายชาวเยอรมัน



กระบวนการไต่สวนดำเนินไปอย่างเคร่งเครียดยาวนาน 218 วัน ร่วมด้วยการให้การของพยาน 240 คน และการตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับคดีอีกมากกว่า 300,000 หน้า ขณะที่แทบไม่มีจำเลยคนใดยอมรับผิดหรือให้การรับสารภาพ

จนกระทั่งคณะตุลาการมีคำพิพากษาความยาว 16,000 หน้า เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2489 ให้จำเลย 12 คนรับโทษประหารชีวิต รวมถึงเกอริงและริบเบนทรอปป์ อีก 7 คน รับโทษจำคุก และยกฟ้อง 3 คน


British Pathé

อีก 16 วันต่อมาถึงกำหนดการประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น เกอริงฆ่าตัวตายด้วยการกลืนยาพิษ ส่วนเฮสส์รับโทษจำคุกตลอดชีวิต และถึงแก่กรรม จากการแขวนคอภายในเรือนจำ เมื่อปี 2530 รวมอายุได้ 93 ปี

อนึ่ง หลังจากนั้นกองทัพสหรัฐจัดตั้งศาลทหารไต่สวน "จำเลยแบบจำเพาะเจาะจง" อีก 185 คน จากจำนวนดังกล่าว 24 คนถูกพิพากษาให้รับโทษประหารชีวิต และปิดฉากการพิจารณาคดี เมื่อเดือนเม.ย. 2492

ขณะที่พระราชวังแห่งความยุติธรรม ซึ่งเป็นอาคารศาลกลางแห่งเมืองเนิร์นแบร์ก สถานที่ไต่สวน "กลุ่มอาชญากรสงครามแห่งศตวรรษที่ 20" ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะ "ห้องพิจารณาคดีหมายเลข 600".

-----------------------------

ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป


เครดิตภาพ : AP, GETTY IMAGES

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%