อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

เที่ยวเมืองประจวบคีรีขันธ์

“อ่าวมะนาว”  ซึ่งเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฉายา “เมืองสามอ่าว” เพราะมีอ่าวทอดยาวต่อกัน ได้แก่ อ่าวมะนาว อ่าวประจวบ และอ่าวน้อย จันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น.


จากตอนที่แล้ว https://www.dailynews.co.th/article/807041 ผมแนะนำสถานที่เที่ยว “อ่าวมะนาว”  ซึ่งเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฉายา “เมืองสามอ่าว” เพราะมีอ่าวทอดยาวต่อกัน ได้แก่ อ่าวมะนาว อ่าวประจวบ และอ่าวน้อย ถ้าใครอยากจะขึ้นไปเห็นทั้ง 3 อ่าวพร้อมกัน ต้องขึ้นไปยัง “เขาช่องกระจก” สถานที่เที่ยวอีกแห่งที่เดินขึ้นบันไดเพียง 400 ขั้นเท่านั้น (ไว้คราวหน้าแล้วกันนะ)
 

 
คณะทัวร์ของผมขอแค่ครึ่งเดียวก่อน เราจึงไปกราบพระที่วัดอ่าวน้อยแทน ใครเป็นสายวัดสายบุญรับรองชอบวัดนี้แน่นอนครับ พระอุโบสถทำจากไม้สักทั้งหลัง ใช้วิธีเข้าลิ่มไม่ใช้ตะปู สลักลวดลายวิจิตรงดงาม พระพุทธรูปทำด้วยหยกขาว นำไปแกะสลักที่เชียงแสน เมื่อสำเร็จแล้วจึงอัญเชิญมาประดิษฐานที่นี่ ภายในพระอุโบสถเย็นสบาย มีลมพัดเข้ามาตลอดเวลา ผมหลับตานั่งสมาธิได้นานเลยครับ
 

 
ณ วัดอ่าวน้อยแห่งนี้ มีพระในถ้ำให้ไปกราบไหว้ เดินขึ้นบันไดพอได้หอบ 200 ขั้น มีศาลาให้พักเป็นช่วง ๆ วิธีช่วยให้ลืมความเหนื่อย แค่หันไปดูวิวข้างล่าง จะเห็นอ่าวของจังหวัดประจวบฯ จากมุมสูง สวยงามมาก เมื่อเข้าไปในถ้ำ เดินลงไปจะเห็นพระนอนองค์ใหญ่ก่อน ยังไม่หมดครับ เดินไปต่อด้านในถ้ำได้อีก มีพระพุทธรูปเรียงรายและมีพระนอนอีกองค์ ไปสุดทางจะตัน ภายในถ้ำเย็นสบาย ก่อนจะออกจากถ้ำให้เงยหน้าสังเกตด้านบน จะเป็นช่องรูปหัวใจ ถ่ายรูปออกมาสวยดีครับ
 
วันกลับ คณะทัวร์เล็ก ๆ ของเราอยากไปแวะที่ “หว้ากอ” ขับรถไปเพียง 15 นาทีจากที่พัก (โรงแรมฟ้าชมคลื่น) เพราะอยากรู้ว่าตอนเด็กที่เราเคยเรียน ...รัชกาลที่ 4 ทรงคำนวณว่าจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปีและพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรที่หมู่บ้านหว้ากอ… เราอยากรู้ว่าสถานที่จะเป็นเช่นไร
 


สถานที่นี้กลายเป็น “อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ” พื้นที่กว้างใหญ่ อยู่ติดทะเล เราไปยังอาคารคล้ายหอดูดาว ด้านในทำเป็นบันไดวนเพื่อให้อ่านเรื่องราววิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับนักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์ อ่านชื่อของบุคคลในภาพแล้วต่างเป็นชื่อที่คุ้นหูทั้งนั้น เช่น พิธากอรัส พลาโต อริสโตเติล ฯลฯ โดยไล่เรียงศตวรรษจากอดีตสู่ปัจจุบันขึ้นไปถึงชั้นบนสุดครับ
 
เมื่อเดินลงมาจะมีทางเชื่อมไปยังอีกอาคาร เป็นการแสดงเรื่องราวของการเกิดสุริยุปราคา เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411 รวมถึงพระราชประวัติรัชกาลที่ 4 มีเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ไทยให้ศึกษาและเรียนรู้
 

 
ผมเพิ่งทราบที่มาของชื่อ “ประจวบคีรีขันธ์” ว่าสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองกุย เมืองคลองวาฬ และเมืองบางนางรมเข้าด้วยกัน และพระราชทานชื่อเมืองใหม่ 2 เมืองที่อยู่ในเส้นรุ้งเดียวกัน แต่คนละฝั่งอ่าวไทย โดยที่ตั้งเมืองยังคงตั้งอยู่เมืองกุยและโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองกุยเป็นเมือง “ประจวบคีรีขันธ์” เพื่อให้คล้องจองกันกับเมือง “ปัจจันตคีรีเขตร” ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นดินแดนในประเทศกัมพูชา
 
ใครพอมีวันหยุดสัก 2-3 วัน เมืองประจวบคีรีขันธ์ผมว่าน่าเที่ยวและมีเสน่ห์มากครับ ผมว่าเมืองนี้ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก วิถีชีวิตเรียบง่าย ได้กินอาหารทะเล ผจญภัยนิด ๆ สายบุญก็มี แสงสีความทันสมัยยังไม่เข้ามาเยอะนัก เหมาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบเงียบ ๆ สบาย ๆ แนวสโลว์ไลฟ์ หรือใครมากับครอบครัว ก็มีสถานที่ให้ความรู้และพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างครบถ้วนครับ
 
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
หนังสือเด็กก้อนเมฆ
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น