อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

ประวัติศาสตร์ของ 'หงส์แดง' วันนี้สู่ผู้คนใน 50 ปีข้างหน้า...

ว่ากันว่าประวัติศาสตร์คือการบันทึกเรื่องราว และบ่งบอกรากเหง้าของสิ่งต่าง ๆ ซึ่ง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ก็เตรียมพร้อมที่จะส่งสารถึงผู้คนในอีก 50 ปีข้างหน้าได้ทราบแล้วว่าในปัจจุบันนี้พวกเขาเป็นอย่างไร และอยู่ตรงจุดไหนบนเวทีลูกหนังโลก...  อาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563 เวลา 15.10 น.


ช่วงนี้คอบอลทั้งหลายคงได้กลับสู่บรรยากาศเดิม ๆ ที่คุ้นเคย เมื่อโปรแกรมทีมชาติผ่านพ้น วนเข้าสู่เรื่องราวของเกมลีกกันอีกครั้ง

ซึ่งมันก็เป็นปกติที่เมื่อกลับมาจากเกมทีมชาติทีไร บรรดาสโมสรน้อยใหญ่ที่มีนักเตะในทีมต้องไปรับใช้ขาติ ก็มักจะออกมาบ่นกันเป็นทิวแถว เพราะนักเตะของพวกเขาส่วนใหญ่ก็อ่วมอรทัยกลับมากันซะมาก

ไม่อ่วมจากเกมในสนาม ก็อ่วมกับการต้องเดินทาง โดยเฉพาะพวกนักเตะอเมริกาใต้ทั้งหลายแหล่ ที่บินกันครึ่งโลกเลยทีเดียว

ยิ่งเที่ยวนี้มีเรื่องของ “โควิด-19” บวกเข้ามาอีก ทำเอาบางทีมถึงกับมึน เชื่อว่าแฟนบอล ลิเวอร์พูล คงเข้าใจความรู้สึกนี้ดี ก็ขอเอาใจช่วยให้ “หงส์แดง” ประคองตัวผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี เพราะดูแล้วมันหนักหนาจริง ๆ
 

พูดถึง ลิเวอร์พูล แล้ว เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน เพิ่งมีข่าวหนึ่งเกี่ยวกับพวกเขาที่ผมสนใจ และรู้สึกชื่นชมในไอเดีย นั่นคือข่าวที่ว่า สโมสรเตรียมติดตั้งสิ่งที่เรียกว่า “แคปซูลกาลเวลา” เอาไว้ภายใน “แอกซ่า เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์” ศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่ของสโมสรที่ย่านเคิร์กบี ซึ่งเพิ่งเปิดใช้งาน หลังปักหลักอยู่ที่เมลวูดมาร่วม 70 ปี

แคปซูลที่ว่า จะบรรจุสิ่งของที่บ่งบอกเรื่องราวของสโมสรในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น จดหมายจาก เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป, เสื้อแข่งไนกี้ฤดูกาล 2020-21, เสื้อแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 พร้อมลายเซ็นนักเตะ, สิ่งของเพื่อการไว้อาลัยเหตุการณ์ ฮิลล์สโบโร, ทัมบ์ไดรฟ์บรรจุข้อความจาก เจอร์เกน คลอปป์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตั๊ดพร้อมลายเซ็นของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, ถุงมือของ อลิสซอน เบคเกอร์, หนังสือแมตช์เดย์เกมพบ เชลซี วันรับแชมป์ พรีเมียร์ลีก, แว่นตาของ คลอปป์ และอื่น ๆ อีกมากมาย
 

โดย “หงส์แดง” ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีการนำแคปซูลที่ว่า มาเปิดออกอีกครั้งในปี 2070 หรืออีก 50 ปีข้างหน้า...

ถือเป็นไอเดียที่เข้าท่าไม่น้อยเลยนะครับ เพราะประวัติศาสตร์ของทุกเรื่องมันย่อมมีคุณค่าในตัวของมันเองทั้งสิ้น และที่สำคัญมันคือสิ่งที่บ่งบอกเรื่องราวในเวลานั้น ๆ ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

แน่นอนว่ามันย่อมไม่มีใครรู้ว่าอีก 50 ปีข้างหน้า ลิเวอร์พูล จะอยู่ตรงไหน หรือจะถูกจดจำแบบใดบนหน้าประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังโลก

แต่คนในอีก 50 ปีข้างหน้า ก็คงพอรู้ได้บ้างเมื่อแคปซูลที่ว่าถูกเปิดออกมาอีกครั้งว่า ในยุค 50 ปีก่อนหน้านั้น “หงส์แดง” เป็นอย่างไร และอยู่ตรงจุดไหนของโลกลูกหนัง

และมันก็ไม่น่าแปลกใจที่หลายสโมสร หรือหลาย ๆ สมาคมฟุตบอลของแต่ละชาติ จะมีพิพิธภัณฑ์ที่บ่งบอกเรื่องราวประวัติศาสตร์ของตัวเอง และผมก็เชียร์เต็มที่เลยครับให้บ้านเรามีเรื่องแบบนี้เยอะ ๆ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของฟุตบอลที่ปัจจุบันก็มีพิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม อยู่ที่พระตำหนักทับแก้ว จ.นครปฐม แต่รวมถึงพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ในแง่มุมอื่น ๆ ด้วย    

อย่างที่บอกไปแหละครับ ว่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์มันมีคุณค่าในตัวของมันเอง ไม่อย่างนั้น คนรุ่นหลังคงไม่ขวนขวายที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ของตัวเองและของคนอื่นกันมากมาย เพราะการศึกษาประวัติศาสตร์ จะว่าไปมันก็คือการทำความรู้จักที่มาของตัวเองนั่นแหละ

ไม่มีก้าวแรก มันก็ย่อมไม่มีก้าวต่อ ๆ ไป ถ้าไร้ซึ่งประวัติศาสตร์ มันก็คงยากที่จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง...

ผยองเดช    

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21