อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

จากนโยบายเพิ่มความเร็ว120 ยกเครื่องจุดกลับรถบนทางหลวง

จากนโยบายผลักดันให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม.ต่อชม.บนถนน4 ช่องจราจรขึ้นไป จากเดิมกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 90 กม. ต่อชม. ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนออกกฏกระทรวง โดยกฤษฎีกากำลังพิจารณา เมื่อผ่านการพิจารณาจะส่งให้รมว.คมนาคมลงนามประกาศใช้ อังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08.00 น.


จากนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ผลักดันให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม.ต่อชม.บนถนน4 ช่องจราจรขึ้นไป จากเดิมกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 90 กม. ต่อชม. ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนออกกฏกระทรวง โดยกฤษฎีกากำลังพิจารณา เมื่อผ่านการพิจารณาจะส่งให้รมว.คมนาคมลงนามประกาศใช้



เบื้องต้นกรมทางหลวง (ทล.) ได้สำรวจทางหลวงที่จะให้ใช้ความเร็ว120 กม.ต่อชม.รวมระยะทาง252 กม. โดยเลือกเส้นทางนำร่องในระยะ(เฟส) แรกบนทางหลวง(ทล.) หมายเลข32 (ถนนสายเอเชีย) ช่วงบริเวณหมวดทางหลวงบางปะอิน-ทางต่างระดับอ่างทอง กม.ที่ 4+100+50+000 ระยะทาง 45.9 กม. เนื่องจากมีความพร้อมด้านนกายภาพและมีความปลอดภัยในการรับความเร็วที่จะเพิ่มขึ้น

ส่วนระยะที่ 2 บนถนนสายเอเซียช่วงทางต่างระดับอ่างทอง-.มโนรมย์ จ.ชัยนาท กม.ที่ 50+000+150+000 ระยะทาง 100 กม. รวมถึงทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ทางหลวงหมายเลข 3(ถนนสุขุมวิท) และทางหลวงหมายเลข4( ถนนเพชรเกษม) ขึ้นอยู่กับความพร้อม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเส้นทางที่มีแบริเออร์เกาะกลางถนน โดยรมว.คมนาคม ระบุว่า การใช้ความเร็ว 120 กม.ต่อชม.ต้องมีแบริเออร์คอนกรีตหุ้มด้วยแผ่นยางธรรมชาติเพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ รวมทั้งต้องไม่มีจุดกลับรถแบบพื้นราบ ต้องเป็นจุดกลับรถแบบทางลอดหรือสะพานกลับรถคอนกรีตยกระดับ (เกือกม้า)



ปัจจุบันมีโครงข่ายถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงระยะทาง 55,000 กม.ทั่วประเทศในปี62 พบลักษณะจุดกลับรถ(ยูเทิร์น) พื้นราบทั่วประเทศ 10,183 แห่ง แบ่งเป็นทางตรง 8,791 แห่ง ทางโค้ง 342 แห่ง ทางแยก 892 แห่ง และอื่นๆเช่นทางลักผ่าน 158 แห่ง ส่วนจุดกลับรถต่างระดับมี 131 แห่ง แบ่งเป็นทางตรง 124 แห่ง และทางโค้ง 7 แห่งในจำนวนนี้เป็นจุดกลับรถทางต่างระดับแบบสะพานเกือกม้า 91แห่ง และแบบทางลอดใต้ทางหลวง 40 แห่ง

กรมทางหลวงจะทำจุดกลับรถทุก 3 กม.ในพื้นที่ที่อยู่ย่านชุมชน และ 5 กม.ในพื้นนอกเมือง ทั้งนี้รูปแบบการเกิดอุบัติเหตุที่พบบ่อยสุดคือการเลี้ยวตัดกระแสจราจรทางตรง ณ จุดกลับรถต่างๆ เช่นจุดกลับรถและทางแยก



ในอนาคตลักษณะจุดกลับรถบนพื้นราบจะต้องเหลือน้อยลงที่สุด” นายสราวุธ ทางศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง ย้ำ!! พร้อมเปิดเผยว่า กรมทางหลวงใช้งบประมาณปี 64 ประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อขยายผลใช้ความเร็ว 120 กม.ต่อชม.ในระยะ 2 บนถนนสายเอเซียช่วงทางต่างระดับอ่างทอง-อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท กม.ที่ 50+000+150+000 ระยะทาง 100 กม. เพื่อปรับปรุงจุดกลับรถพื้นราบกว่า 30 จุด ให้เป็นจุดกลับรถแบบทางลอดหรือสะพานกลับรถเกือกม้า แทนเพื่อลดจุดตัด

รูปแบบของจุดกลับรถแบบพื้นราบบางเส้นทางนั้นไม่สามารถใช้แบบเกือกม้า หรือทางลอดได้ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ก่อสร้าง ตัวอย่างของทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) บริเวณกม.ที่69, 74,77 .สมุทรสงคราม ที่แขวงทางหลวงสมุทรสงคราม ได้ขยายเลนกลับรถให้กว้างขึ้น และปรับมุมของเกาะกลางถนนตรงจุดยูเทิร์นให้รถตีวงเลี้ยวได้อย่างปลอดภัย พร้อมเพิ่มไฟสองสว่างในตอนกลางคืน ทำให้รถบรรทุก และรถพ่วงกลับรถได้ครั้งเดียว ไม่ต้องรอคิวและรถที่ยูเทิร์นในเลนตัวเองปลอดภัย



หรือกรณีดราม่าโลกโซเชียลแชร์ถนนให้รถวิ่งสวนเลนในช่องทางขนาน เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับช่องทางหลักที่จะออกช่องทางขนาน บริเวณโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี

อธิบดีกรมทางหลวง ชี้แจงว่า โครงการก่อสร้างสะพานบนทางหลวงหมายเลข 41 ยกระดับข้ามทางหลวงหมายเลข 4009 ซึ่งทางหลวงหมายเข 41 เป็นทางสายหลักในพื้นที่ภาคใต้มีการจราจรหนาแน่นและใช้ความเร็วสูง แต่จากสภาพพื้นที่โครงการสองข้างทางเป็นย่านชุมชน จึงจำเป็นต้องก่อสร้างทางขนาน เพื่อแยกรถท้องถิ่นออกจากทางหลัก เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ซึ่งชุมชนต้องการให้ออกแบบทางขนานแบบเดินรถสวนทาง พร้อมก่อสร้างทางเข้าออกและจุดกลับรถระหว่าทางหลักกับทางขนานเพื่อรองรับการจราจรในท้องถิ่น โดยรูปแบบนี้คล้ายคลึงกับทางหลวงหมายเลข 3701 และ 3702 บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง บนทางหลวงหมายเลข340 บริเวณสะพานบางยี่หน



โครงการทางแยกต่างระดับเวียงสระยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เปิดใช้ทางเป็นการชั่วคราว อยู่ระหว่างติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่นป้ายจราจร งานตีเส้นจราจร ติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสง ไฟฟ้าส่องสว่าง จะแล้วเสร็จวันที่ 5ส.ค.64

สำหรับจุดกลับรถที่ปลอดภัยย่านชุมชน พบว่าทางลอดใต้สะพานเป็นอีกจุดที่ปลอดภัยมีหลายพื้นที่ได้พัฒนาโดยชุมชนเอง ตัวอย่างเช่นชาวสามรอยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมบริจาคเงินประมาณ 5 แสนบาท นำมาสร้างอุโมงค์ทางลอดสำหรับรถจักรยานยนต์(จยย.) ระหว่างอ.สามร้อยยอดไปจ.ประจวบคีรีขันธ์ระยะทาง13กม ซึ่งมีจุดตัดบนถนนเพชรเกษมถึง39แห่งทั้งขาไปและขากลับ โดยปรับปรุงพื้นที่รกร้างใต้สะพาน ขีดสี ตีเส้น ติดไฟฟ้าให้แสงสว่างทำให้อุบัติเหตุลดลง เทียบกับเทศกาลปีใหม่ 61 มีผู้เสียชีวิต9ราย แต่ตั้งแต่ปี 62 ไม่พบว่ามีอุบัติเหตุในจุดตัดจากรถจยย.



แม้จะมีเสียงเชียร์ล้นหลามให้กรมทางหลวงที่นับหนึ่งปิดตำนานจุดกลับรถพื้นราบเพื่อลดจุดตัดลดอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่การสร้างสะพานเกือกม้าก็ต้องใช้งบมหาศาลจุดละ100-200 ล้าน พร้อมๆ กับข้อกังวลเรื่องน้ำท่วมทางลอด

................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่ง


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น