อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

หุ่น 'พุ่มพวง ดวงจันทร์' มนต์เสน่ห์ราชินีลูกทุ่ง

เสียงเพลงของ ราชินีลูกทุ่งไทย ยังเป็นอมตะตลอดกาล ต้องยอมรับว่าไม่มีใครจะสามารถมาทาบรัศมี ’พุ่มพวง ดวงจันทร์“ ศิลปินแห่งชาติ อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น.


เสียงเพลงของ ราชินีลูกทุ่งไทย ยังเป็นอมตะตลอดกาล ต้องยอมรับว่าไม่มีใครจะสามารถมาทาบรัศมี ’พุ่มพวง ดวงจันทร์“ ศิลปินแห่งชาติ หรือ รำพึง จิตหาญ ที่ล่วงลับด้วยวัยเพียง 31 ปีมานานกว่า 28 ปีแล้ว (พุ่มพวง มีอาการป่วยด้วย โรคเอสแอลอี หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง ขั้นรุนแรง ทำให้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2535)

ไม่ใช่เรื่องแปลก ณ ปัจจุบัน ยังมีผู้คนจากทั่วสารทิศ แวะเวียนไปเยือน วัดทับกระดาน ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เพื่อได้สัมผัสสักการะเซ่นไหว้ หุ่นรูปปั้น “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ซึ่งถือเป็นตำนานชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย ถือกำเนิดวันที่ 4 ส.ค. 2504 ที่บ้านหนองนกเขา ต.ไพรนกยูง อ.หันคา จ.ชัยนาท แล้วครอบครัวย้ายมารับจ้างทำไร่อ้อย อยู่ ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง แม้อ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้เพราะเรียนแค่ชั้น ป.2 แต่ก็มีทั้งพรสวรรค์-พรแสวงสามารถฟังจดจำเนื้อเพลงได้แบบเหลือเชื่อ อายุ 8 ขวบ เริ่มหัดร้องเพลง ด้วยน้ำเสียงเหมือนมีมนต์สะกดให้ผู้คนฟัง จนมีคนพาเดินสายไปประกวดร้องเพลงในชื่อ “น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย” กวาดรางวัลตามงานต่าง ๆ มากมาย ทั้งในสุพรรณบุรีพระนครศรีอยุธยา บางครั้งข้ามไปไกลถึงสระบุรี

กระทั่งอายุ 15 ปี ก้าวเข้าสู่วงการลูกทุ่งอย่างเต็มตัว ขณะ ครูไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน อ.สองพี่น้อง พุ่มพวง ได้ร่วมร้องเพลงบนเวที จนครูไวพจน์ เห็นความสามารถจึงขอรับเป็นบุตรบุญธรรม และพาไปอยู่กรุงเทพ มหานคร เข้าสู่วงการลูกทุ่งในยุคนั้น ตั้งชื่อ “น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ” อัดแผ่นเสียงอัลบั้มแรกเพลง “แก้วรอพี่” จากนั้นปี พ.ศ. 2519 ครูมนต์ เมืองเหนือ รับเธอเป็นลูกศิษย์ พร้อมเปลี่ยนชื่อจากน้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ เป็น “พุ่มพวง ดวงจันทร์” แล้วชีวิตก็เริ่มโลดแล่นสู่วงการลูกทุ่งอย่างเต็มตัว
 


แฟน ๆ ยังแน่นวัดทับกระดาน

เรื่องราวชีวิตของราชินีลูกทุ่งไทย พุ่มพวง ดวงจันทร์ มีสื่อมวลชนทุกแขนงนำเสนอมาแล้วเกือบทุกแง่มุม ไม่เว้นแม้กระทั่งนำไปถ่ายทอดเป็นบทภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์ แต่บทเพลงและเสียงร้องของพุ่มพวง ได้กลายเป็นอมตะไม่เสื่อมคลาย จนทำให้ทั้งบรรดามิตรรักแฟนเพลงและประชาชนยังเดินทางไปสักการะหุ่นรูปปั้นของพุ่มพวง ดวงจันทร์ หรือบ้างก็เรียกว่าหุ่น “แม่ผึ้ง” ที่วัดทับกระดาน อ.สองพี่น้อง แบบไม่ขาดสาย “วันที่ 13 มิ.ย.” ของทุกปี ยังมีการจัดงานรำลึกให้พุ่มพวง มีคอนเสิร์ตศิลปินลูกทุ่งมาตลอด 28 ปี

นอกจากนี้ในช่วงกลางเดือนและปลายเดือนยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีประชาชนจากทั่วสารทิศไปสักการะหุ่นพุ่มพวง เพื่อขอโชคลาภ และตัวเลขเด็ด จนทำให้กลายเป็นสถานที่อีกหนึ่งแห่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมจากนักเสี่ยงโชคเช่นกัน ภายในวัดมีหุ่นรูปปั้นของพุ่มพวง มากมายถึง 10 หุ่นด้วยกัน แต่ที่ผู้คนมักพูดถึงจะเป็น หุ่นรูปปั้นที่ 1 ภายในศาลาทรงไทยริมสระน้ำ วัดทับกระดาน เพราะชาวบ้านเล่าขานบางคนก็เชื่อกันว่ามี ทั้งเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ และความลี้ลับอาถรรพณ์อยู่บริเวณดังกล่าว ทำให้หุ่นรูปปั้นที่บริเวณศาลาท่าน้ำ กลายเป็นจุดที่ชาวบ้านนักเสี่ยงโชค นิยมมาบนบานศาลกล่าวและขอตัวเลขไปเสี่ยงโชค เป็นอันดับยอดฮิตต้น ๆ ของเมืองไทย จนชาวบ้านบางกลุ่มที่มาแก้บนบ่อย ๆ พากันเรียกสั้น ๆ ให้จำง่าย ๆ ว่า วัดพุ่มพวง ก็มี

ทีมข่าว 1/4 Special Report  ได้สัมภาษณ์ นายสุวัฒน์ เหลืองวิลัย ไวยาวัจกร ผู้ที่ยืนหยัดอยู่คู่กับวัดทับกระดาน มาอย่างยาวนานเล่าให้ฟังว่า จากการที่บรรดามิตรรัก แฟนเพลงต่างมอบความรักและศรัทธาให้กับราชินีเพลงลูกทุ่ง น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ทางคณะกรรมการวัดทับกระดานได้ขออนุญาตแม่เล็ก มารดาของพุ่มพวง นำอัฐิเถ้ากระดูกบางส่วนของพุ่มพวง นำมาผสมใช้เป็นมวลสารปั้นบรรจุไว้ใน “หุ่นพุ่มพวง”  ซึ่งยกให้เป็น รูปปั้นที่ 1 นำมาตั้งไว้ภายในศาลาทรงไทยท่าน้ำ วัดทับกระดาน เพื่อให้ได้มีโอกาสมากราบเซ่นไหว้รำลึกถึง โดยจะมีการเปลี่ยนชุดให้หุ่น ปีละ 2 ครั้ง เรียกว่าตลอดระยะเวลา 28 ปีแห่งการจากไปจนปัจจุบันนี้ มีผู้ได้โชคลาภจากตัวเลขของพุ่มพวง โดยเฉพาะตัวเลขวันเสียชีวิต “13 มิ.ย.” จะเป็นเลขยอดนิยมทุกปีเมื่อมาถึงเดือนมิ.ย.คราวใด ลอตเตอรี่เลขท้ายดังกล่าวในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียงไม่ต้องไปถามซื้อหา
 


ฮือฮาอภินิหารให้โชคลาภ
สิ่งของแก้บนหุ่นพุ่มพวง ที่เวลาชาวบ้านมากราบขอพรบน บานศาลกล่าวเขย่าเสี่ยงเซียมซี แล้วได้โชคลาภหรือประสบผลสำเร็จตามที่มุ่งหวังไว้ ส่วนใหญ่จะเป็น ดอกกุหลาบสีแดง, ชุดไทย และ เครื่องสำอาง ส่วนอาหารจะเป็น ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ สังเกตได้จาก ของเซ่นไหว้ ไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบ ชุดไทย และอาหารคาวหวาน จะถูกนำมาเซ่นไหว้บริเวณหุ่นพุ่มพวง ที่ศาลาท่าน้ำอยู่ตลอด  จนกลายเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยครั้ง จนโด่งดังเลื่องลือกระฉ่อนไปทั่วโลก โดยเฉพาะหลังจากวิกฤติโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลงบรรดามิตรรักแฟนแพลง และนักเสี่ยงโชคก็แวะเวียนกลับมาไม่ขาดสายเช่นเดิม”

ไวยาวัจกร กล่าวต่อว่า ความเชื่อ และความศรัทธา ที่ชาวบ้าน และบรรดาแฟนเพลงทั่วทั้งประเทศ มีต่อราชินีลูกทุ่ง แทบจะไม่เสื่อมคลาย ถึงแม้ว่าชีวิตจะล่วงลับไปแล้ว 28 ปี แต่ก็มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่ได้เคยประสบพบเจอทั้งอิทธิฤทธิ์และความศักดิ์สิทธิ์ของหุ่นพุ่มพวง ในรูปแบบแตกต่างกันไป กระทั่งทำให้ปัจจุบันมีการสร้างหุ่นเอาไว้แล้วถึง 10 ตัว แต่ละหุ่นก็จะระบุหมายเลขและผู้ก่อสร้างเอาไว้ ส่วนใหญ่จะประสบพบเจอแต่เรื่องเป็นมงคลและโชคลาภ แทบทั้งสิ้น เมื่อสมหวังตามที่ตั้งใจหรือบนบานศาลกล่าวเอาไว้จึงต้องมาแก้บนกันเกือบตลอด



ช่วงหลัง ๆ เรียกว่า  บนถนนสายทุ่งคอก-บ้านทับกระดาน ที่แยกออกจากถนนสายมาลัยแมนซึ่งเป็นถนนสายหลัก ช่วงที่ระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร รถราจะวิ่งสัญจรไปมาแบบไม่ขาดสาย มีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือศิลปินในวงการบันเทิง แห่แหนเดินทางมายังวัดทับกระดาน เพื่อภาวนาขอพรจากหุ่นพุ่มพวง ให้ตนเองประสบความสำเร็จนานาประการ ทั้งการค้าขาย การเงิน การงาน และการแสดง นอกจากนี้บรรดานักเสี่ยงโชค บ้างก็เชื่อมั่นว่าการเสี่ยงเซียมซี หน้าหุ่นพุ่มพวง ก็ช่วยให้มีโชคลาภ ได้เลขเด็ด ๆ นำไปเสี่ยงโชค ไม่ได้ถูกเลขท้าย 2 ตัว หรือ 3 ตัวเท่านั้น แม้กระทั่งลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 ก็มีผู้ดวงเฮงมาแล้วให้เห็น ทั้งที่ยอมเป็นข่าว และไม่เป็นข่าวก็หลายราย ที่พากันมาแก้บนหุ่นพุ่มพวงแบบเงียบ ๆ

นับได้ว่าพลังศรัทธาต่อราชินีลูกทุ่งไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ลืมเลือน แม้ชีวิตเธอจะล่วงลับไปแล้ว แต่เสียงเพลง มนต์เสน่ห์เสียงร้องยังคงกังวานแว่ว มอบความสุขกับมิตรรักแฟนเพลงแบบไม่เสื่อมคลาย.




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น