อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564

ปฏิบัติการของสายลับ

สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาและศัตรูคู่แค้นอิสราเอลดูจะดุเดือดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เรื่องนี้สร้างความเดือดดาลให้กับอิหร่านอย่างมาก เพราะถือเป็นการหยามหน้า ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญที่จะผลักดันให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในความครอบครอง พุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 12.00 น.


สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาและศัตรูคู่แค้นอิสราเอลดูจะดุเดือดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่าน นายโมห์เซ็น ฟาครีซาเดห์ นักวิทยาศาสตร์ของอิหร่าน ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องโครงการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ถูกสังหารเสียชีวิต

เรื่องนี้สร้างความเดือดดาลให้กับอิหร่านอย่างมาก เพราะถือเป็นการหยามหน้า ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญที่จะผลักดันให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในความครอบครอง ซึ่งจะเพิ่มอำนาจต่อรองของอิหร่านต่อภูมิภาคตะวันออกกลางได้

ก่อนจะเข้าเรื่องนี้ ซึ่งบอกคุณผู้อ่านก่อนว่าสนุกแน่ เพราะทีมสังหารนักวิทยาศาสตร์นั้นมีด้วยกัน 12 คนด้วยกัน คาดกันว่าจะเป็นฝีมือของหน่วยมอสสาด สายลับอิสราเอลที่ชื่อกระฉ่อนไปทั่วโลกกับขีดความสามารถในการปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จมากมาย แต่เรามาปูพื้นกันนิดก่อนนะครับ

อิหร่านเป็นชาติมหาอำนาจของตะวันออกกลาง เมื่อก่อนปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ แต่ถูกประชาชนโค่นล้มแล้วแปลงประเทศเป็นรัฐอิสลามทันที (ใครสนใจประวัติศาสตร์ช่วงนี้แนะนำให้หาภาพยนตร์รางวัลออสการ์อย่าง Argo มาดูได้) แม้จะเป็นรัฐอิสลาม แต่กับชาติในตะวันออกกลางด้วยกันแล้ว ไม่ค่อยถูกกันนัก ซาอุดีอาระเบียชาติมหาอำนาจในย่านนี้ก็ไม่ถูกกับอิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ร่ำรวยก็ไม่ถูกกับอิหร่าน แม้ทั้งหมดจะเกลียดอิสราเอลที่ไปตั้งแหมะอยู่ในพื้นที่ย่านนี้

แต่เอาเข้าจริงชาติตะวันออกกลางนั้นก็ไม่ถูกกันเองมาเยอะ ด้วยความเชื่อคนละนิกาย และการแข่งกันเป็นมหาอำนาจในพื้นที่



ตัวแปรสำคัญที่ประเทศตะวันออกกลางดึงมาเป็นดุลคานอำนาจคือ สหรัฐอเมริกาที่มีความสัมพันธ์อันดีกับอิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย ปัจจัยตรงนี้ทำให้อิหร่านมักโดนคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และด้วยระบอบการปกครองที่ค่อนข้างอำนาจนิยม แม้จะมีเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่ก็มีโครงสร้างอีกชั้นคุมประธานาธิบดี ซึ่งเป็นผู้นำจิตวิญญาณทางอิสลาม ซึ่งปกครองมีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งอีกที

เอาเข้าจริงในภูมิภาคนี้ มีอิสราเอลนี่แหละครับที่ดูจะก้าวหน้าเป็นประชาธิปไตย ส่วนใหญ่แล้วประเทศมุสลิมในย่านนี้จะปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กันเสียส่วนใหญ่

ช่วงที่ผ่านมา อิหร่านเจอการกดดันแบบรุนแรงจากรัฐบาลอเมริกา ภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอุดมด้วยกลุ่มฝ่ายขวา สายเหยี่ยว ซึ่งมองว่าอิหร่านไม่มีศักยภาพอะไรมากนักในการจะต่อกรอเมริกาในตอนนี้ ย้ำนะครับ! ในตอนนี้! ดังนั้นหากปล่อยไปไม่ทำอะไร อิหร่านจะเข้มแข็งขึ้นแน่ ว่าแล้วสายเหยี่ยวในทำเนียบขาวก็ผลักดันให้ทรัมป์ตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อลดทอนศักยภาพอิหร่าน

ไม่ว่าจะเป็นการถอนตัวจากข้อตกลงเรื่องนิวเคลียร์ระหว่างอเมริกากับอิหร่าน จนทำให้อิหร่านกลับไปเสริมสร้างผลิตนิวเคลียร์ของตัวเองอีกครั้ง ในเวลาต่อมาอเมริกาตัดสินใจสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่านที่มีบทบาทสนับสนุนกลุ่มคู่ขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยนายพลคนนี้ตายในอิรัก ขณะนั่งรถกลับ เป็นการสังหารที่โหดรุนแรงมาก คนกลัวว่าจะเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้เลย ทางอิหร่านก็ตอบโต้ แต่ดันไปยิงเครื่องบินพาณิชย์ของประเทศยูเครนตกโดยไม่ได้ตั้งใจซะงั้น

ความผิดพลาดของอิหร่านนี้ ทำให้อเมริการู้ว่า อิหร่านไม่ได้แกร่งอย่างที่คิด พวกเขาจึงจับมือกับอิสราเอล ทำลายอำนาจของอิหร่านต่อไป โดยไม่นานก่อนการสังหารนักวิทยาศาสตร์ พวกเขาได้สังหารสมาชิกระดับสูงขององค์กรก่อการร้ายอย่างอัล กออิดะห์ ซึ่งเคยมี บิน ลาเดน เป็นผู้นำ โดยสมาชิกระดับสูงนี้ถูกฆ่าในอิหร่าน ซึ่งแอบให้ที่พักพิงหลบภัยแก่สมาชิกรายนี้ในฐานะตัวประกัน (เพราะอิหร่านก็ไม่ถูกกับอัล กออิดะห์ เพราะเป็นองค์กรก่อการร้ายที่คุมไม่ได้ ไม่เหมือนไอซิสที่ตัวเองมีส่วนช่วยสนับสนุน)



ในช่วงที่ผ่านมาอิหร่านโทรมกับเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การรับมือกับโควิดที่ปล่อยให้คนติดเชื้อกันเยอะมาก ระดับรัฐมนตรีก็ยังติด เรียกได้ว่าความอ่อนแอของอิหร่านนั้น ยิ่งทำให้อิสราเอล คู่ปรับต้องเร่งจัดการเผด็จศึกให้ได้ โดยเป้าหมายสำคัญคือการหยุดโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านให้เร็วที่สุด เพราะถ้าช้าไปกว่านี้ รัฐบาลอเมริกาใหม่ ที่เป็น โจ ไบเดน ซึ่งอาจจะประนีประนอมกับอิหร่านมากขึ้น และจะปิดโอกาสในการเปิดเกมพิฆาตในเรื่องนี้ทันที

ดังนั้นจึงมีการส่งทีมสังหาร 12 รายเข้าไปในพื้นที่ซึ่งวางจุดไว้เป็นสถานที่สังหารนักวิทยาศาสตร์รายนี้ มีการนำรถนิสสันเปล่า ๆ ไปจอดไว้ เมื่อขบวนรถของนักวิทยาศาสตร์ชะตาขาดเราขับมาถึง นิสสันได้ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง จนทำให้ไฟแถวนั้น รวมถึงกล้องวงจรปิดดับหมด เป็นการตัดการติดต่อโลกภายนอกโดยทันที และทำให้ขบวนรถเสียจังหวะ จากนั้นมือสังหารทั้งหมด ได้ออกจากสวนสาธารณะข้าง ๆ รวมถึงมีทีมขี่ จยย.มา พวกเขารอให้สไนเปอร์ลั่นกระสุนก่อน จึงตามมาด้วยการถล่มชุดใหญ่ ๆ ว่ากันว่านักวิทยาศาสตร์ของเราโดนยิงไป 3 นัด แล้วจึงเปิดประตูรถตะเกียกตะกายมาตายกลางถนนในสภาพจมกองเลือด จะไปส่งรพ.ใกล้เคียงก็ช่วยไม่ได้ เพราะโรงพยาบาลก็ไฟดับหมด (เครื่องปั่นไฟก็ไม่มี โธ่...)

เจ้าหน้าที่ต้องนำเฮลิคอปเตอร์มารับส่งร่างผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาลแต่ก็ไม่ทันแล้ว ส่วนทีมสังหารทั้ง 12 รายหนีรอดไปได้หมด ในสภาพไม่มีใครบาดเจ็บด้วย

ถึงตรงนี้ อิหร่านชี้นิ้วกล่าวหาอิสราเอลทันที ซึ่งก็เป็นไปได้ เพราะหน่วยงานไหนจะมีศักยภาพสูงทำได้ขนาดนี้ อย่างกะหนังฮอลลีวูด โดยในช่วง 10 ปีก่อน อิสราเอลก็ไล่สังหารนักวิทยาศาสตร์อิหร่านอย่างต่อเนื่อง ทั้งติดระเบิดแม่เหล็กที่ใต้รถ ขับไล่ยิง คาร์บอมบ์ ขโมยข้อมูลเอกสารเพื่อหาว่าใครคือทีมงานผลิตนิวเคลียร์ของอิหร่านบ้าง

งานนี้อิหร่านสะบักสะบอมอย่างมาก แม้จะอยากตอบโต้ แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า อิหร่านน่าจะรอรัฐบาลใหม่อเมริกา เพื่อเริ่มต้นเจรจากันมากกว่า และถ้าจะเปิดศึกจริง ๆ น่าจะรอหลังเลือกตั้งอิหร่านผ่านพ้นไปก่อน จากนั้นจึงค่อยเริ่มลุย

ถึงตรงนี้การเมืองข่าวกรองสายลับทีมสังหารในโลกจริง ๆ นั้น มันดุเดือดเลือดพล่านไม่แพ้นิยายหรือภาพยนตร์เลย ซึ่งในนิยายหรือภาพยนตร์นั้น เรายังรู้ว่าสุดท้ายไม่มีใครจากไปตายจริง แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง หลายชีวิตสูญสิ้นไปอย่างรุนแรงเจ็บปวด เพียงเพราะเราเกิดกันคนละแผ่นดิน คนละความเชื่อ คนละประเทศ ถือเป็นด้านมือของรัฐชาติอีกมุมหนึ่ง

.......................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น