อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

หน้าหนาวvsเผาขยะ อันตรายกว่าที่คิด!

อากาศเย็นๆปลายปี กับการผิงไฟอุ่นๆคงเป็นการทำทำร่างกายอบอุ่นได้อย่างดี.. แต่รู้หรือไม่ว่า การเผาขยะหรือผิงไฟจากเชื้อเพลิงพลาสติก ส่งผลร้ายต่อร่างกายได้มากกว่าที่คิด!  เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563 เวลา 14.00 น.


ปลายปีแบบนี้ ลมพัดเย็นๆ มีหมอกบางๆในยามเช้า ในกรุงเทพฯมีหรือเปล่า? ไม่แน่ใจ...เเต่เชื่อว่าหลายคนที่เป็นเด็กต่างจังหวัด คงยังจำช่วงวัยเด็ก ตอนที่เอามือไปผิงไฟ รับไอความร้อนทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นได้เป็นอย่างดี ยิ่งอากาศหนาวเท่าไหร่ "คนเฒ่าคนแก่" ตามต่างจังหวัด ก็จะตื่นเช้ามาก เพื่อลุกมาก่อไฟผิงคลายหนาวแทนการซุกตัวนอนอยู่ในผ้าห่มเหมือนกับเด็กๆ

ซึ่งจากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาได้ระบุว่า ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดยในช่วงเริ่มต้นของฤดูหนาวในปีนี้ ลักษณะอากาศบริเวณประเทศไทยตอบนยังคงแปรปรวน โดยจะมีฝนตกในบางช่วงแต่ปริมาณไม่มากนัก ส่วนบริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่ต่อไป

วันนี้เลยจะมาเตือนกันถึงอันตรายที่หลายคนมองข้ามไป? คือ การใช้กล่องโฟม ถุงพลาสติก ที่เป็นเชื้อเพลิงในการก่อไฟ ว่าส่งผลกระทบต่อผิวหนัง ปอด ตา ระบบประสาท และระบบทางเดินหายใจอย่างไรบ้าง...

โดย ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย เคยให้ความรู้เอาไว้ว่า การเผาขยะและพลาสติกในบริเวณบ้าน เป็นวิธีที่ง่าย แต่...เป็นวิธีที่ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ มวลสารที่เกิดจากการเผาไหม้สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคได้หลากหลายโรค



"ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด และเป็นสาเหตุของการเกิดผื่น ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ ปวดหัว ทำลายระบบประสาท ตับ ไต ระบบสืบพันธุ์"

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ประเทศไทยมีปริมาณขยะเกิดขึ้นกว่า 15 ล้านตันต่อปี แบ่งเป็นขยะที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ประมาณ 8,766 ตัน ในเขตเทศบาลเมืองและเมืองพัทยาประมาณ 16,620 ตัน และนอกเขตเทศบาลประมาณ 16,146 ตัน

"ขยะ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ส่วนใหญ่เป็นเศษอาหารและอินทรีย์สารร้อยละ 64 รองลงมาคือ ขยะมูลฝอยที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ร้อยละ 30 แต่กลับนำไปใช้ประโยชน์หรือรีไซเคิลเพียง 3.91 ล้านตัน หรือแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น" ปัญหาที่สำคัญคือ...ยังมีการกำจัดขยะ "แบบไม่ถูกต้อง" ทั้งเทกองกลางแจ้ง บ้างก็เผาในที่โล่ง อยู่ถึงร้อยละ 81 ของสถานที่ที่มีการกำจัดขยะ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับสารพิษจากการเผาขยะประเภทแก้วโฟม หรือกล่องโฟมบรรจุอาหาร อธิบดีกรมอนามัย บอกว่า จะทำให้เกิดการปล่อย "ก๊าซสไตรีน" ซึ่งสามารถดูดซึมผ่านผิวหนังและปอดได้ หากได้รับในระดับสูง จะทำอันตรายต่อตา ส่วนในระยะยาวกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ปวดหัว อ่อนเพลีย อ่อนแอ และเกิดภาวะซึมเศร้า

ส่วนการเผาไหม้พลาสติกประเภทพีวีซีทำให้เกิด การปล่อย "ก๊าซไดออกซิน" ซึ่งเป็นสารพิษต่อระบบต่างๆ ในร่างกายของคน เป็นสารก่อมะเร็ง และรบกวนการทำงานของระบบฮอร์โมน สามารถสะสมในร่างกายและถ่ายทอดผ่านทางรกจากแม่ไปสู่ลูกได้



"การเผาขยะในบริเวณบ้านเป็นวิธีการกำจัดขยะที่ค่อนข้างพบมากในพื้นที่ชนบท ขยะที่นำมาเผาส่วนใหญ่เป็นกระดาษ เศษกิ่งไม้ใบไม้ และพลาสติก เมื่อเผาแล้วจะปล่อยสารหลายชนิดออกมาโดยไม่มีกระบวนการบำบัด ทำให้มลพิษแพร่กระจายเข้าไปในบ้าน และในบรรยากาศนำไปสู่การปนเปื้อนแหล่งน้ำและดิน ซึ่งประชาชนจะได้รับสารพิษผ่านการสูดดม การดื่มน้ำ และรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนด้วย"

สิ่งที่ควรทำคือ ควรลดการปล่อยมลพิษโดยห้ามเผาพลาสติกที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงก่อไฟ ซึ่งจะเกิดสารพิษที่เป็นผลกระทบต่อสุขภาพแก่คนในครอบครัว และบ้านใกล้เคียง อีกทั้งเป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น

จริงๆ ก็ควรคัดแยกขยะ โดยเฉพาะขยะประเภทพลาสติก และขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยอาจนำไปขายให้กับผู้ที่รับซื้อ แต่จุดเริ่มต้นอันดับแรกที่ควรทำให้เป็นนิสัยคือ ลดการใช้ถุงพลาสติก ไม่ใช้ภาชนะบรรจุอาหารประเภทกล่องโฟม  หรือ เลี่ยงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีพีวีซีเป็นองค์ประกอบ

ส่วนการซื้อสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น แก้ว ขวดแก้ว ถือเป็นวิธีที่ดี เพราะจะช่วยลดขยะอินทรีย์ที่เกิดขึ้น เช่น เศษอาหาร หรือเศษกิ่งไม้ใบไม้ ก็สามารถนำมาหมักทำปุ๋ย เพื่อลดการกำจัดด้วยการเผาในบริเวณบ้าน

คราวนี้...ถ้าคิดจะก่อไฟ ก็ต้องระวังนิดหนึ่ง เชื้อเพลิงประเภทไหนบางที่ก่อสารอันตราย แม้จะติดไฟง่าย แต่คำนึงถึงสุขภาพบ้างก็จะดี! เพราะบางครั้งเราก็ไม่สามารถรู้ได้หรอกว่า...ควันที่เราสูดดมเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวนั้น จะไปสะสมพร้อมที่จะทำร้ายร่างกายของเราขึ้นมาเมื่อไหร่...

....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย "พรรณรวี พิศาภาคย์"



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น