อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

รู้เรื่อง "ไทรอยด์" จุดยุทธศาสตร์ควบคุมรูปร่าง

ความผิดปกติที่ฮอร์โมนอาจจะเกิดจากต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไปเกิดภาวะไทรอยด์เป็นพิษ และผลิตฮอร์โมนน้อยเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากตัวต่อมไทรอยด์เองหรือส่วนของสมองที่ควบคุม การรักษาต้องทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์กลับมาปกติ ด้วยการให้ยาหรือบางรายใช้วิธีกลืนแร่ และผ่าตัด เสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2563 เวลา 09.29 น.

“ต่อมไทรอยด์” เป็นอวัยวะอยู่บริเวณกลางลำคอใต้ลูกกระเดือก แบ่งเป็นต่อมที่อยู่ข้างขวาและข้างซ้ายและมีแนวเชื่อมกันตรงกลางบริเวณหน้าหลอดลม ทั้งนี้ “ต่อมไทรอยด์” ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ช่วยในการ 
ควบคุมระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย โดยมีสมองเป็นตัวสั่งการ และมีไอโอดีนที่เพียงพอเป็นสารตั้งต้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ไทรอยด์มีการทำงานผิดปกติ จะส่งผลต่อสมดุลการทำงานของร่างกาย และรูปร่าง
 
โดย “นพ.พนัส บิณศิรวานิช” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี อธิบายว่า ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ความผิดปกติที่ฮอร์โมน และความผิดปกติที่บริเวณโครงสร้าง เช่น เนื้องอกขึ้นในต่อมไทรอยด์ อย่างไรก็ตามความผิดปกติทั้งสองอาจจะเกิดร่วมกันได้
 
ทั้งนี้ ความผิดปกติที่ฮอร์โมนอาจจะเกิดจากต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไปเกิดภาวะไทรอยด์เป็นพิษ และผลิตฮอร์โมนน้อยเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากตัวต่อมไทรอยด์เองหรือส่วนของสมองที่ควบคุม การรักษาต้องทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์กลับมาปกติ ด้วยการให้ยาหรือบางรายใช้วิธีกลืนแร่ และผ่าตัด
 
ส่วนกรณีผิดปกติที่บริเวณโครงสร้างและการมีเนื้องอกในต่อมไทรอยด์ นั้น ในอดีตเกิดจากการขาดสารไอโอดีน ทำให้ต่อมไทรอยด์โตหรือ “โรคคอพอก” เมื่อรักษาด้วยยาก้อนคอพอกจะยุบลง แต่ปัจจุบันคนปัญหาขาดสารไอโอดีนลดลง ผู้ป่วย ส่วนใหญ่จึงมาด้วยก้อนเนื้องอกในต่อมไทรอยด์ที่ไม่ค่อยตอบสนองต่อยารักษา ดังนั้น การรักษาเนื้องอกในต่อมไทรอยด์แพทย์จึงต้องติดติดตามอาการที่ผิดปกติ ขนาดก้อน การเจาะตรวจเซลล์บริเวณเนื้องอก การผ่าตัดตามความเหมาะสม 
 
“นพ.บุญสาม รุ่งภูวภัทร” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ระบุว่า ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดในต่อมไทรอยด์ คือ ขนาดก้อนโตจนไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง เช่น หลอดอาหารและหลอดลม ทำให้เกิดอาการกลืนลำบากหรือหายใจเหนื่อย หรือก้อนมีลักษณะที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง และผู้ป่วยต้องการผ่าตัดก้อนนั้นออกเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ความสวยงาม เป็นต้น
 
“การผ่าตัดสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดแบบเปิด จะมีแผลบริเวณตรงกลางคอประมาณ 2-4 นิ้ว และการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งมีทางเข้าบริเวณอื่นทำให้ไม่เกิดแผลเป็นที่คอ อย่างไรก็ตามการผ่าตัดมีความเสี่ยงแม้จะเกิดได้น้อย คือทำให้เสียงแหบจากการบาดเจ็บของเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงเส้นเสียง ซึ่งอยู่บริเวณใต้ต่อต่อมไทรอยด์ ทั้งนี้ผู้ป่วยควรสอบถามรายละเอียดความเสี่ยงต่าง ๆ จากแพทย์ที่รักษา”
 



“นพ.พนัส” บอกว่า ปัจจุบัน ผู้ป่วยที่ตรวจพบเนื้องอกในต่อมไทรอยด์ที่มีขนาดโต ประเภทที่ตรวจพิสูจน์แล้วว่าไม่พบลักษณะมะเร็งนั้นจะมีทางเลือกในการรักษาทางใหม่ คือ การใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (High Intensity Focus Ultrasound: HIFU) ส่งคลื่นความร้อนผ่านบริเวณผิวหนังเข้าไปทำให้ก้อนบริเวณเนื้องอกเกิดการยุบตัว ลดขนาดของเนื้องอกลงได้ ประมาณ 20-70%
 
ดังนั้นผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม และปลอดภัยสำหรับอาการที่เป็นอยู่ได้ หรือหากสนใจ ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ สามารถรับฟังเสวนา “ครบเครื่องเรื่องรอบรู้เกี่ยวกับไทรอยด์” ได้ที่ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ รพ.สมิติเวช ธนบุรี หรือรับชมการถ่ายทอดสดผ่าน เฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/SamitivejThonburiHospital  ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 81