อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564

สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ เปิดวิธีใช้เงินอย่างไรให้อยู่รอด

มาดูวิธีการใช้เงินอย่างไรให้อยู่รอดจนถึงสิ้นเดือนได้อย่างสบายใจ จากคอลัมน์ ปากท้องต้องรู้ ในครั้งนี้ อาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 เวลา 11.00 น.


ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะกลับมาระบาดในรอบสองหรือไม่ ทำให้หลายคนยังไม่กล้าที่จะใช้จ่ายและกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเอาเงินมาใช้จ่าย แต่ยังมีอีกหลายคนที่รายได้มีจำกัด ถูกลดทอนลงจากการปิดกิจการ หรือโดนตัดเงินเดือน ในขณะที่รายจ่ายหลักในแต่ละเดือนอย่างการชำระหนี้ ก็ยังจำเป็นต้องใช้คืนอยู่ ทำให้เมื่อรายได้ลด แต่รายจ่ายไม่ได้ลดตาม จึงออกอาการ“เงินตึงมือ”ตั้งแต่กลางเดือน

คอลัมน์ “ปากท้องต้องรู้” ครั้งนี้จึงจะพาผู้อ่านมาดูวิธีว่าจะใช้เงินอย่างไรดีให้อยู่รอดไปจนถึงสิ้นเดือน ซึ่งอาจเป็นวิธีง่าย ๆ แต่บางคนทำได้ยากในการควบคุมไม่ให้รายจ่ายเกินกว่ารายรับ มาดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง

เริ่มต้นด้วยต้องทำ “แผนใช้เงิน” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อจะได้รู้ถึงงบประมาณส่วนตัวที่ใช้ดูแลการใช้จ่ายในแต่ละช่วงเวลา โดยมากจะทำตามช่วงเวลาของรายรับ เช่น รับเงินรายเดือน ก็ทำแผนใช้เงินเป็นรายเดือน ถ้ารับรายสัปดาห์ ก็ทำรายสัปดาห์ การทำแผนอาจดูยุ่งยาก แต่ในสถานการณ์แย่ ๆ แผนใช้เงินจะเป็นเหมือนผู้ช่วยให้จัดการเงินได้ดีขึ้น

แต่หากใครไม่มีเวลา ไม่อยากยุ่งยาก ก็ไม่ต้องทำแผนใหม่ทุกเดือน ทำแค่ตอนที่ชีวิตการเงินมีการเปลี่ยนแปลง เช่น รายได้เพิ่มหรือลด มีรายจ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือนเพิ่มขึ้น หรือมีหนี้ที่ต้องชำระเพิ่มขึ้น

โดยทำตามขั้นตอนคือ 1. จดรายการรายรับต่อเดือนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้งหมด เพราะต้องรู้ก่อนว่า ตอนเองมีรายรับเท่าไร โดยการเขียนออกมาให้ได้มากที่สุดว่า เงินที่เข้ามามีอะไรบ้าง เป็นจำนวนเท่าไร เพื่อให้รู้จำนวนเงินเข้าในแต่ละเดือน เมื่อมีข้อมูลรายรับครบแล้ว ก็ให้นำจำนวนเงินของรายรับแต่ละรายการมาบวกกัน แล้วจะได้ยอด “รวมรายรับ” ของเดือนนั้น ๆ

2. จดรายจ่ายต่อเดือนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้งหมด โดยเมื่อพอจดรายรับแล้ว ก็ถึงเวลาจดรายจ่ายทั้งหมดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในแต่ละเดือนว่า มีรายการอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ จดทุกรายการที่ทำให้เงินออกจากกระเป๋า รวมถึงเงินออมก็ถือว่าเป็นรายจ่าย เพราะเป็นเงินที่ออกไปจากกระเป๋า ถึงแม้ว่าจะย้ายไปอยู่อีกกระเป๋าก็ตาม ซึ่งหากเมื่อจดรายจ่ายครบทุกรายการแล้ว ก็ให้นำจำนวนเงินของรายจ่ายทั้งหมดมาบวกกัน แล้วจะได้ยอด “รายจ่ายรวม” ของเดือนนั้น

3. ทำแผนใช้เงินให้อยู่รอดไปจนถึงสิ้นเดือน รายการรายรับรายจ่ายที่ได้ จะยังไม่ใช่แผนใช้เงินที่เสร็จสมบูรณ์ จะต้องนำยอดรวมของรายรับและรายจ่ายมาเปรียบเทียบกันก่อน ผลที่ได้จากการเปรียบเทียบจะบอกได้ว่า ควรปรับรายรับและรายจ่ายอย่างไร เพื่อให้รายการรายรับ รายจ่ายนี้กลายเป็น “แผนใช้เงิน” ที่นำไปใช้ได้

ทั้งนี้เมื่อได้ผลจากการเปรียบเทียบรายรับ-รายจ่ายแล้ว หากผลปรากฎว่า รายรับ เท่ากับ รายจ่าย นั่นหมายถึงใช้เงินไปจนถึงสิ้นเดือนได้แน่นอน แต่หากมีรายจ่ายที่ไม่คาดฝัน ช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถ อาจทำให้เงินอยู่ไม่ถึงสิ้นเดือน ยกเว้นแต่มีรายรับเพิ่ม หรือมีเงินเก็บเงินออมเผื่อใช้ยามฉุกเฉินไว้แล้ว

กรณีรายรับ มากกว่า รายจ่าย คุณจะอยู่รอดไปถึงสิ้นเดือนได้อย่างสบายใจ เพราะรายรับมากกว่ารายจ่าย ถือว่า คุณคือผู้บริหารเงินที่ดี แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ เงินเหลือจากทุกๆเดือนให้เก็บออมไว้เผื่อยามฉุกเฉินเช่นเดียวกัน เป็นเงินสำรองใช้จ่ายอนาคตได้อีกด้วย

สุดท้ายหากรายรับ น้อยกว่า รายจ่าย นั่นหมายถึง หายนะมาเยือนแล้ว แสดงว่าคุณบริหารจัดการเงินได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้บางเดือนอาจต้องกู้หนี้ยืมสินไปตลอด และทิ้งไว้อาจเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวได้ ต้องเร่งแก้ไข หนทาง คือ ควรหารายรับ หรือรายได้เพิ่มเติม และควรปรับให้รายจ่ายลดน้อยลงกว่าเดิม สำรวจดูว่ารายจ่ายใดที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ก็ควรตัดรายจ่ายนั้นออกให้หมด เพราะอย่าให้ค่าใช้จ่ายมีมากเกินกว่ารายได้เด็ดขาด ก่อนจะนำไปสู่ปัญหาหนี้สินในอนาคตได้

ดังนั้นการทำ “แผนใช้เงิน” เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะได้รู้ว่า รายรับ และ รายจ่าย มีมากน้อยเพียงใดเมื่อมาเปรียบเทียบกันจะได้เห็นภาพชัดเจน ก่อนจะนำไปสู่การปรับแก้ไข ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ให้มีเงินเพียงพอต่อการใช้ชีวิตไปจนถึงสิ้นเดือน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 371