อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

ตะลึง ตร.ญี่ปุ่นจับชาวไทย! ลอบขนไอซ์มากสุดอันดับ 1

สถานการณ์ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ ยังทวีความรุนแรงในช่วงแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และจะมีแนวทางสกัดกั้นหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าว เสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2563 เวลา 07.00 น.


ต้องยอมรับว่าปีนี้ 2563 สารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยค่อนข้างหนักหนาสาหัสจริง ๆ ต้องบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์กันเลยทีเดียวเชียว แม้กำลังจะนับถอยหลังสิ้นปีแล้ว แต่มรสุมหลากหลายเรื่องก็ยังอีนุงตุงนังแบบครบเครื่อง หากไล่เรียงจาก เจ้าวิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกลายเป็นลูกโซ่ จนทำให้ระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวพังพาบตั้งแต่กลางปี 63 เรื่อยมา เท่านั้นไม่พอยังมี ทั้งปัญหาการเมือง และอาชญากรรม ก็หนักหนาสาหัส !

โดยเฉพาะ ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ก็ใช่ย่อย ยิ่งช่วงส่งท้ายปี ทั้งตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ตำรวจ ปส.) และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกันสกัดกั้นยาเสพติดได้แบบ บิ๊กลอต อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับ ยาเคตามีนกว่า 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนเอาไว้ปะปนในโกดังแป้งมัน ย่าน อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านเช่าย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร แถวซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ เขตห้วยขวาง ยังพบ เฮโรอีนอัดแท่ง อีกกว่า 200 กิโลกรัม ทั้งหมดเตรียมจะส่งออกทางเรือไปยังไต้หวันทำให้เห็นว่า ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติยังคงฉวยโอกาสใช้ประเทศไทยเป็นต้นทางเพื่อลักลอบส่งยาเสพติดไปยังประเทศที่สาม

นอกจากปลายทางไปไต้หวันแล้ว ก่อนหน้านี้ ทางการประเทศญี่ปุ่น เคยแถลงสถิติการลักลอบขนยาเสพติดที่ตรวจพบที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงปลายปี 2562 มีปริมาณการจับกุมไอซ์ จำนวน 272 กิโลกรัม (สูงที่สุดเท่าที่เคยจับกุมได้)ส่วนใหญ่เป็นการลำเลียงมาจากประเทศไทย มาเป็นอันดับหนึ่ง

จากรายงานของสำนักศุลกากรนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น พบสถิติการจับกุมของคดีระหว่างปี 2562-2563 เพิ่มขึ้น 4.3% ส่วนยาเสพติดที่ยึดได้เพิ่มขึ้นเป็น 6.8%โดยพบว่าส่วนใหญ่ถูกลักลอบขนผ่านทางสายการบินต้นทุนต่ำที่มีต้นทางมาจากประเทศไทย แม้ช่วงหลังจะมีเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้การลักลอบขนยาเสพติดต้องถูกชะงักลง แต่ก็ยังมีความพยายามที่จะขนยาเสพติดผ่านทาง พัสดุภัณฑ์ จากประเทศไทยแทน



หญิงไทยถูกจับเพียบรับจ้าง “แก๊งไอ้มืด

ทีมข่าว 1/4 Special Report มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เพิ่งได้เข้ามารับตำแหน่งเมื่อ ต.ค. 63 ที่ผ่านมา ถึงสาเหตุที่สถานการณ์ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ ยังทวีความรุนแรงในช่วงแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และจะมีแนวทางสกัดกั้นหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ ?!?

ผู้สื่อข่าว : สถานการณ์ลักลอบขนยาเสพติดจากไทยไปประเทศญี่ปุ่นช่วงปี 2562-2563 ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ?
นายวิชัย : จากสถานการณ์ลักลอบขนยาเสพติดจากไทยไปประเทศญี่ปุ่นช่วงปี 62-63 นั้น ประเทศญี่ปุ่นมีการจับกุมชาวต่างชาติในคดียาเสพติด (ขาเข้า) แบ่งเป็นชาวไทยจำนวน 58 ราย (20.5%) รองลงมาได้แก่ ชาวมาเลเซีย 37 ราย (13.6%) และชาวแคนาดา จำนวน 34 ราย ( 12.8%) ขณะที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่น รายงานเพิ่มเติมถึงของกลางยาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับชาวไทย ส่วนใหญ่เป็น ไอซ์ รวมประมาณ 54.7 กิโลกรัม โคเคนประมาณ 3.25 กิโลกรัม และผู้ต้องหาเกือบทั้งหมดเป็น ผู้หญิง เดินทางในสถานะนักท่องเที่ยว ลงเครื่อง ที่ท่าอากาศยานนาริตะ หรือ ฟูกูโอกะ ทั้งนี้ได้ซุกซ่อนยาเสพติดมากับสิ่งของ สัมภาระ หรือตามร่างกาย รวมประมาณ 50 ราย ที่เหลือใช้วิธีส่งเป็นพัสดุระหว่างประเทศ (Parcels Post) ขณะที่การลำเลียงผ่านทางท่าเรือระหว่างประเทศ พบไม่มากนัก

ในปี 2563 หลายประเทศใช้มาตรการปิดประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด -19 ส่งผลให้การจับกุมยาเสพติดที่มากับผู้โดยสาร ที่ท่าอากาศยานของญี่ปุ่นลดลงไปมาก อย่างไรก็ตามขบวนการยาเสพติดระหว่างประเทศ ได้หันไปลักลอบส่งยาเสพติดทางบริการขนส่ง พัสดุ ระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งข้อมูลของทางการญี่ปุ่น ห้วงเดือน ม.ค.- มิ.ย. 63 รายงานคดียาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติมีทั้งสิ้น 51 ราย พบคนไทยเกี่ยวข้องมากที่สุดเท่ากับจำนวนคดีของชาวอเมริกัน รองลงมาคือ ชาวมาเลเซีย  และชาวไต้หวัน อีกทั้งเราอยู่ใกล้แหล่งผลิตยาเสพติดรายสำคัญของโลก โดยเฉพาะบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ จึงทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางคมนาคม สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ บก น้ำ เดินทางได้สะดวก ไฟลต์เที่ยวบินก็มีเป็นจำนวนมาก ทำให้แก๊งยาเสพติดต่าง ๆ เลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการขนส่ง

ผู้สื่อข่าว : คนไทยที่ถูกจับกุมให้การรับสารภาพว่าอย่างไรบ้าง ?
นายวิชัย : จากการจำแนกตามการจับกุมซึ่งมี 2 ลักษณะคือ 1.จับกุมที่ท่าอากาศยาน ผู้ถูกจับกุมชาวไทย มักให้การว่า ถูกว่าจ้างโดย กลุ่มชาวแอฟริกันตะวันตก ให้นำกระเป๋าเดินทางซึ่งซุกซ่อนยาเสพติดเข้าไปในญี่ปุ่น เมื่อไปถึงและเข้าพักที่โรงแรมใด ให้แจ้งกลับมาที่ผู้ว่าจ้างซึ่งจะแจ้งไปยังผู้รอรับยาเสพติดส่วนมากเป็นชาวแอฟริกันตะวันตกที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ให้นัดหมายรับยาเสพติดกับผู้ลำเลียงดังกล่าวต่อไป และ 2.จับกุมที่ท่าเรือ หรือเป็นการจับยึดยาเสพติดที่ซุกซ่อนไปกับพัสดุไปรษณีย์ ผู้รับยาเสพติดส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นมักให้การว่า ได้รับการว่าจ้างให้นำยาเสพติดไปส่งต่อให้กับผู้ว่าจ้างอีกทอดหนึ่ง โดยมากมักสืบสวนไปไม่ถึง ตัวการใหญ่ เนื่องจากถูกตัดตอนข้อมูลจากผู้รับยาเสพติดคนแรก



...ไทย-ตร.ญี่ปุ่นเร่งสกัดแก๊งไอซ์ข้ามชาติ

ผู้สื่อข่าว : ทางการญี่ปุ่นระบุชาวไทยพยายามนำเข้ายาเสพติดมากอันดับหนึ่ง ?
นายวิชัย : นับเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย อย่างมาก และจัดได้ว่า เป็นการกระทำผิดของอาชญากรรมยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งทางรัฐบาลไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ความสำคัญต่อปัญหานี้ มีคำสั่งในระดับนโยบายที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ กลุ่มเครือข่ายแอฟริกันตะวันตก ซึ่งแม้ว่าในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้คนเหล่านี้เดินทางเข้า-ออกประเทศไม่ได้ แต่ยังคงสร้างปัญหาโดยหลอกลวงหรือว่าจ้างหญิงสาวชาวไทยไปลำเลียงหรือนำยาเสพติดไปส่งผ่านพัสดุระหว่างประเทศ ตลอดจนส่งไปที่ญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง และทางสำนักงาน ป.ป.ส. ไม่ได้ปล่อยให้เกิดการจับกุมขึ้นก่อนแล้วค่อยประสานงาน หากแต่มีการกำหนดเป็นแผนงานโครงการและกลไกรับผิดชอบชัดเจน พร้อมกับกำหนดเป้าหมายสืบสวนร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และทางการญี่ปุ่น ในทุกช่องทางเข้า-ออกทั้งของตัวบุคคล พัสดุ สัมภาระ และสินค้าต่าง ๆ เพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับผู้สั่งการที่เคลื่อนไหวในไทย ซึ่งมีผลการจับกุมได้บ้างแล้ว

ผู้สื่อข่าว : ที่ผ่านมามีการประสานความร่วมมือจาก ป... ไทย และ ทางการญี่ปุ่น และวิธีการแก้ไขปัญหาของ ป...ในการลักลอบขนยาเสพติดไปยังต่างประเทศ เป็นอย่างไร ?
นายวิชัย : ยอมรับว่าการปฏิบัติงานเพื่อตรวจสอบสกัดกั้นยาเสพติด ที่ท่าอากาศยาน จากประเทศไทยขาออก อาจจะมีความยากลำบากมากกว่าขาเข้า เครื่องเอกซเรย์ที่อาคารผู้โดยสารขาออก เน้นตรวจวัตถุระเบิดและโลหะ แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจละเอียดทั้งร่างกายและสัมภาระ แต่บางครั้งจะพบปัญหาเกี่ยวกับผู้โดยสารมีเวลาจำกัดเพื่อเตรียมขึ้นเครื่อง นอกจากนี้หากผู้ต้องสงสัยกลืนยาเสพติดลงท้อง ต้องนำตัวไปเอกซเรย์ร่างกายที่โรงพยาบาลอีกด้วย ที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ส.จึงประสานยังปลายทางประเทศญี่ปุ่น ให้ร่วมตรวจค้น ผู้โดยสารที่ต้องสงสัย ไปจากไทยอย่างละเอียด  ซึ่งโดยภาพรวมก็ได้รับความร่วมมือจากญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ซึ่งตอนนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นมาประจำการอยู่ที่ ป.ป.ส. ของไทย คอยประสานเรื่องยาเสพติดโดยเฉพาะแล้ว 

ส่วนวิธีการแก้ไขปัญหาของ ป... ในการลักลอบขนยาเสพติดไปยังต่างประเทศ มาตรการดำเนินการแก้ปัญหา มีดังนี้ 1.ประสานงานด้านข้อมูลและปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อวางมาตรการดำเนินการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว การสืบสวนขยายผลจับกุม รวมถึงการเฝ้าระวัง-ตรวจสอบได้ทันท่วงที 2.รณรงค์ให้ชาวไทย ไม่ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ไม่หลงกลหรือเห็นแก่ของฟรี โดยชี้ให้เห็นถึงโทษของการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าญี่ปุ่น ซึ่งจะต้องถูกจำคุกเป็นเวลาหลายปีและไม่ได้กลับไทย และที่สำคัญส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ 3.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนจับกุมผู้ว่าจ้างและผู้ร่วมขบวนการในประเทศไทยเพื่อยับยั้งการลักลอบส่งยาเสพติด 4.แจ้งเตือน บริษัทขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ หากพบความผิดปกติของสินค้า หรือพฤติกรรมน่าสงสัยของผู้ส่งสินค้า ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบก่อนการส่งออกไปต่างประเทศ และ 5.ปลูกฝังให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปตระหนักถึงโทษของยาเสพติด

ผู้สื่อข่าว : สำหรับบทลงโทษผู้ต้องหาลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศญี่ปุ่น มีอัตราโทษเช่นไร ?
นายวิชัย :  รายงานจากกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ส่วนใหญ่เป็นโทษจำคุก ไม่เกิน 10 ปี และปรับประมาณ 2-3 ล้านเยน หากไม่มีเงินเสียค่าปรับจะถูกจำคุกแทนค่าปรับ ซึ่งอัตราโทษขึ้นอยู่กับปริมาณยาเสพติดที่ตรวจพบ โดยอัตราโทษจำคุกอยู่ระหว่าง 2-10 ปี ถือว่าอัตราโทษน้อยเมื่อเทียบกับประเทศไทย  เช่น กรณีผู้ต้องหาชาวไทยรายหนึ่ง ลักลอบนำไอซ์เข้าประเทศญี่ปุ่นจำนวน 500 กรัม ได้รับโทษจำคุก 7 ปี และปรับ 3 ล้านเยน และเมื่อพ้นโทษจะถูกส่งตัวกลับประเทศไทย และเนรเทศไม่ให้เดินทางไปญี่ปุ่นได้อีก อย่างไรก็ตาม ไม่พบโทษประหารชีวิต เหมือนในประเทศเวียดนาม จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ขบวนการเหล่านี้ไม่เข็ดหลาบและกระทำผิดซ้ำ แต่ถ้าหากถูกจับในสนามบินที่ประเทศไทย ถือว่าเป็นการพยายามจะนำยาเสพติดเข้า-ออกนอกราชอาณาจักร จะมีโทษสูงถึงประหารชีวิต ที่ผ่านมาก็มีผู้ต้องหาถูกศาลตัดสินลงโทษประหารชีวิตมาแล้ว



ปัจจุบันยาเสพติดที่ถูกลักลอบนำเข้าญี่ปุ่นมาก คือ ไอซ์ ราคาซื้อ-ขายในญี่ปุ่นจะตกอยู่กรัมละประมาณ 18,000-20,000 บาท สูงกว่าราคาซื้อ-ขายในประเทศไทยเกือบ 10 เท่า ทำให้กลุ่มนักค้ายาเสพติดพยายามลักลอบส่งออกเพื่อทำกำไรอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้รับจ้างลำเลียง ส่วนใหญ่เป็น ผู้หญิง ได้รับค่าจ้างครั้งละ  20,000-30,000 บาท หรือเป็นการให้มาเที่ยวญี่ปุ่นฟรี ที่ผ่านมาวิธีนี้ได้ผลเพราะเป็นลักษณะขนแบบ กองทัพมด ลอบหิ้วไปจำนวนไม่มาก.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น