อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

รอเลย!!ล้านสิทธิห้องพัก แถมวันหยุดเพิ่มอีกต่างหาก

เงียบเหงา...หงอยเหงากันจริง ๆ กับฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น ในปีนี้ หลังเจอการระบาดรอบใหม่ของไวรัสร้ายโควิด-19 เข้าไป ทำเอาบรรยากาศสถานที่เที่ยวที่คาดว่าจะคึกคัก กลับบางตา จนใจหาย จันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น.


สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ ๆ ห้างร้านเอกชน ที่เตรียมจัดงานเฉลิมฉลอง งานเคานท์ดาวน์ยิ่งใหญ่ มีอันต้องยกเลิก หรือบางแห่งต้องอาศัยจัดงานแบบออนไลน์กันแทน

หรือแม้แต่การสวดมนต์ข้ามปี ที่เป็นวิถีนิยมของบรรดาชาวพุทธ ก็มีอันต้องยกเลิกเหมือนกัน เพราะถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีคนจำนวนมากรวมตัวกัน

รวมไปถึงบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในต่างจังหวัด อาจมีบ้างแต่ไม่หนาแน่น ดั่งเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทั้งที่บรรยากาศในช่วงนี้ก็เป็นใจอีกต่างหาก

เรื่องนี้สะท้อนได้ชัดเจนจากการประเมินเงินสะพัด ในช่วงหยุดยาวปีใหม่ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.ประเมินไว้ว่าจะมีเงินสะพัดด้านการท่องเที่ยวประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อนกว่า 50% ที่มีเงินสะพัดราว 23,000 ล้านบาท

ไม่เพียงเท่านี้ด้านศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก็ออกมาสำทับซ้ำ เพื่อให้เห็นความวังเวง ความบอบช้ำจากพิษร้ายของไวรัสร้ายโควิด ที่ประเมินไว้ว่าการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีเงินสะพัดประมาณ 91,467 ล้านบาท หดตัวติดลบ 33.6%

การประเมินครั้งนี้ของหอการค้า ย้ำไว้ชัด ๆ ว่า เป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 15 ปี และมีมูลค่าที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี อีกต่างหาก เฮ้อ!! อะไร อะไร... ก็ดูแย่ไปซะทั้งหมด จากพิษสงของเจ้าโควิดนี่หล่ะ



แต่!! ต่อให้ร้ายอย่างไร? หากประชาชนคนไทย ร่วมมือร่วมแรงกันต่อสู้ ดูแลตัวเอง รับผิดชอบต่อสังคม การแพร่ระบาดที่ไปทั่ว ก็อาจจะดูแลแก้ปัญหาได้ (แม้เป็นเพียงคาดการณ์ ก็ตามทีเถอะ...)

แม้มีข่าวร้ายมาอย่างต่อเนื่อง แต่ใช่ว่า...ทุกอย่างจะเลวร้ายไปหมด ซึ่งก็รวมถึงโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่รัฐได้กำหนดให้เปิดใช้สิทธิห้องพัก จำนวน 1 ล้านสิทธิ ได้อีกครั้งในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ เริ่มตั้งแต่ 6 โมงเช้ากันทีเดียว

หากจำกันได้!! โครงการนี้รัฐได้เพิ่มสิทธิห้องพักให้เป็นครั้งที่ 3 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ก็พบว่าทั้งผู้ประกอบการ ทั้งคนใช้สิทธิ และผู้ที่เกี่ยวเนื่อง ต่างร่วมกัน “โกง” เพื่อนำสิทธิมาแปรเปลี่ยนเป็น “เงิน” จนทำให้ต้องเลื่อนเวลาการใช้สิทธิจากวันที่ 16 ธ.ค. ออกไปก่อน

แม้จนถึงเวลานี้การ “เชือดไก่ให้ลิงดู” จะไม่มีออกมาให้เห็นชัด ๆ แต่หากยังรอให้ขาวให้คลีนให้สะอาด อาจเสียโอกาสเพราะในช่วงนี้อยู่ในช่วงท่องเที่ยว ที่สำคัญยังได้เพิ่มระยะเวลาไปจนถึงสิ้นเดือน เม.ย.64 อีกต่างหาก

ก็แหม!! ช่วงไฮซีซั่นขนาดนี้ยังมีอุปสรรคมาขัดขวางอย่างไวรัสร้ายโควิด ก็ต้องลากยาวไปจนถึงสงกรานต์ปีหน้า กันหน่อย เพราะปีนี้ไทยก็ต้องยกเลิกงานสงกรานต์ กร่อยกันทั้งประเทศไปแล้ว แถมยังซ้ำเติมด้วยส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เข้าให้อีกด้วย



เรียกได้ว่าบรรยากาศสนุกสนาน บรรยากาศรื่นรมย์ ของเมืองไทยในปี 63 นี้ ต่างถูก “น็อก” หยุดทุกอย่าง ยกเลิกทุกอย่าง ด้วยพิษโควิด แม้รัฐบาลได้พยายามหาวันหยุดชดเชยมาแทน เพื่อหวังให้ประชาชนคนไทยหาช่วงเวลาเดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อทดแทน

แต่ก็อย่างว่า...ใครจะเที่ยวกันได้บ่อย ๆ ในเมื่อเงินในกระเป๋าก็มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นการให้วันหยุดเพิ่มของรัฐบาล ก็ไม่ได้รับการตอบสนองแบบเต็ม ๆ กันเท่าใดนัก

มาปีหน้า ปีฉลู ที่หลายคน หลายนักพยากรณ์ ได้ตั้งฉายาให้เป็น “วัวไฟ” กันแล้ว แต่ในเมื่อเศรษฐกิจข้างนอกยังไม่ดี เศรษฐกิจข้างในยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ ก็จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องหาวิธี “บู๊ต” ให้เงินหมุนในระบบเศรษฐกิจ ให้มีเงินสะพัดให้มากขึ้น

ด้วยเหตุนี้รัฐบาลของ “นายกฯ ลุงตู่” ก็พุ่งตรง พุ่งเป้าหมาย ไปที่การหาวันหยุดเพิ่มเติม แม้ยังไม่มีการเคาะ ยังไม่มีการไฟเขียวออกมาให้เห็นชัดเจน แต่อย่างน้อยก็มีตุ๊กตาให้เลือกไว้ก่อน

ทั้งในช่วงตรุษจีน 12-14 ก.พ. ปี 64 ที่อาจได้วันหยุดเพิ่มกันทั้งประเทศ หรืออาจเพิ่มวันหยุดในช่วงเทศกาลของแต่ละจังหวัดแต่ละภูมิภาค

แต่ทั้งหลายทั้งปวง ยังไม่ยุติ เพราะทุกฝ่ายต้องกลับไปทำการบ้าน ดูผลดีผลเสียให้รอบคอบให้ชัดเจน ว่า... คุ้มค่าหรือไม่ กับการที่จะกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ต่อเนื่อง

เอาเป็นว่า ณ เวลานี้ คนกำลัง “แพนิก” คนกำลัง “ตระหนก” กับการระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด-19 หาก “ลุงตู่” เอาอยู่... รับรอง คนออกเที่ยว กันกระหน่ำแน่!!

.............................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น