อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

​​​​​​​เบื้องหลังเหตุคาร์บอมบ์ที่แนชวิลล์

ในวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันคริสต์มาสนั้น ที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา เกิดเหตุคาร์บอมบ์ขึ้นสร้างความเสียหายให้กับร้านค้าที่อยู่อาศัยแถวนั้นอย่างมาก พุธที่ 30 ธันวาคม 2563 เวลา 12.00 น.


สำหรับคนที่ติดตามข่าวต่างประเทศในสื่อเดลินิวส์ อาจจะทราบว่า ในวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันคริสต์มาสนั้น ที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา เกิดเหตุคาร์บอมบ์ขึ้นสร้างความเสียหายให้กับร้านค้าที่อยู่อาศัยแถวนั้นอย่างมาก โดยรถที่ระเบิดนั้นเป็นรถบ้านแบบที่เราเห็นในหนังฝรั่งใช้นอนได้อย่างสบายเหมือนบ้านพักเลย โดยพยานเห็นว่า รถคันดังกล่าวขับเข้ามาจอด แล้วก็มีคนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ก่อนตามมาด้วยการประกาศนับถอยหลังว่ารถคันนี้จะระเบิดตัวเอง จึงให้รีบอพยพออกจากจุดเกิดเหตุก่อน

นั่นจึงทำให้มีคนบาดเจ็บจากกรณีนี้แค่ 3 คนเท่านั้น

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จากรัฐ ตำรวจ และส่วนกลางต่างเดินทางลงพื้นที่มาหมด มีการห้ามบินในบริเวณดังกล่าว เพราะแรงระเบิดทำให้ไฟดับ อินเทอร์เน็ตล่ม เจ้าหน้าที่เข้าปิดกั้นพื้นที่เก็บหลักฐานทั้งหมดอย่างรวดเร็วทันที เพื่อนำไปวิเคราะห์ และใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้นจึงทราบว่าผู้ก่อเหตุนี้คือ แอนโทนี่ วาร์เนอร์ อายุ 63 ปี ซึ่งเขานั่งอยู่ในรถคันดังกล่าวด้วย เท่ากับเป็นการฆ่าตัวตายด้วยวิธีการสุดระทึกนี้ไป

แอนโทนี่ วาร์เนอร์ นั้นเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคพิเศษด้านข้อมูล เก่งเรื่องซ่อมคอมพิวเตอร์ ไม่แต่งงาน เพื่อนบ้านแทบไม่รู้จักเขา ก่อนเกิดเหตุ 3 อาทิตย์ เขาส่งอีเมลไปหาลูกค้า บอกว่าจะเกษียณตัวเองแล้ว เขาบอกแฟนเก่าว่าเป็นมะเร็งและจะยกรถให้ เนื่องจากรถอเมริกามันถูก เขาจึงยกให้แฟนคัน แต่ยังมีรถบ้านที่จะใช้ก่อเหตุฆ่าตัวตาย และจยย.อยู่ที่สวนหลังบ้านเขาอีกคัน

ก่อนเกิดเหตุเขาขับรถมาจอดที่จุดสังหารตัวเองตอน ตี 1 โดยก่อนจะระเบิด เขาได้ประกาศเตือนพูดออกลำโพงในรถแล้ว แกยังเปิดเพลง Downtown ของ ปีตูลา คลากส์ ซึ่งเป็นเพลงที่ปล่อยมาในปี 1964 หรือ 56 ปีก่อน ดนตรีนั้นสนุก มีเนื้อหาเป็นเพลงเศร้าประมาณว่าถ้าคุณมีปัญหาชีวิต ให้ไปในเมือง แสงสีของถนนจะทำให้คุณลืมปัญหาทุกอย่างได้หมด



โดยตอนพี่แกขับรถมาจอดนั้นคนยังไม่คิดอะไร จนหลายชั่วโมงต่อมามีการประกาศให้คนโดยรอบอพยพนั่นแหละครับ จึงเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไม่พบว่ามีคนข้องเกี่ยวกับ นายวาร์เนอร์ เขาดำเนินการคนเดียว ถึงตรงนี้ก็ยังไม่พบแรงจูงใจในการก่อเหตุนี้อย่างชัดเจน โดยอยู่ระหว่าการสอบสวนเรื่องดังกล่าวอยู่ รู้แค่ว่าก่อนเกิดเหตุนั้นเขาสั่งอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายชิ้น ที่บ้านตำรวจพบว่าคอมพิวเตอร์ของวาร์เนอร์มีการสืบค้นโปรแกรมแผนที่ 3 มิติอย่างกูเกิลสตรีทวิว เพื่อดูจุดเกิดเหตุ โดยเขาดูมาตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤษภาคมปีก่อนแล้ว

ทั้งนี้ประวัติการทำงานของวาร์เนอร์นั้นเขามีความชำนาญเรื่องการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการย่องเบา โดยหัวหน้างานบอกว่าวาร์เนอร์ก็ดูเป็นคนดี ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น แต่ทำงานได้อย่างเปี่ยมประสิทธิภาพมาก แถมย่านที่เขาอยู่นั้น ก็เป็นย่านน่าอยู่ คนก็ปกติสุขกัน ทีนี้พอเพื่อนบ้านทราบข่าวก็ต่างตกใจกันใหญ่ละครับ

ตอนที่มีการนับถอยหลังว่ารถจะระเบิดนั้น คนซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุที่ได้ยินเสียงเตือนนี้ยังงงว่ามันเรื่องจริงไหม แต่บางคนก็หยิบข้าวของและหนีออกมาโดยเร็ว พอรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นอย่างแน่นอน ซึ่งระเบิดนั้นเกิดขึ้นในเวลาหกโมงเช้า

วินาทีนี้เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนก็ยังหาสาเหตุการก่อเหตุครั้งนี้อยู่

แต่ที่น่าสดุดีมากที่สุด เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจแนชวิลล์ 6 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะที่รับแจ้งว่ามีเสียงปืนดังขึ้นมาจากรถคันนั้น ตำรวจทั้ง 6 นายต่างเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ และเมื่อมีการแจ้งเตือนว่าจะมีระเบิด พวกเขาต่างไปเคาะประตูบ้านเรือนประชาชนใกล้กับที่รถจอดอยู่ เพื่ออพยพพวกเขาออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด

นั่นทำให้มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้น้อยมาก

โดยตอนเกิดเหตุมีตำรวจบางคนได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดทำให้หูดับชั่วคราว แต่พวกเขาก็พยายามหาเพื่อนร่วมงาน ดูว่าบาดเจ็บตรงไหนไหม ก่อนที่จะพบว่าพวกเขาทั้ง 6 นายและเพื่อนบ้านบริเวณโดยรอบจุดระเบิดนั้นปลอดภัย

โดยเจ้าหน้าที่เจมส์ ลูอันเลน มาที่จุดเกิดเหตุคนแรก ก่อนจะแจ้งเรียกกำลังเสริมทันที โดยเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 6 คนนั้น มีจ่าทิโมธี มิลเลอร์ คนเดียวเท่านั้นที่ทำงานมากว่า 11 ปี ที่เหลือ 5 คนทำงานไม่ถึง 4 ปีแม้แต่คนเดียว

หลังเกิดเหตุ สื่อมวลชนและสังคมอเมริกาต่างยกย่องตำรวจทั้ง 6 นายว่าเป็นวีรชนที่ช่วยเหลือประชาชน ต่างหลักของตำรวจที่ดีในยุคที่ตำรวจอเมริกามีภาพลักษณ์ตกต่ำกับการยิงคนดำลุแก่อำนาจมาก เหตุการณ์นี้น่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตำรวจได้



ผู้ว่าเมืองแนชวิลล์บอกว่า “ผมคิดว่าพวกเขาก็แค่ทำตามหน้าที่ แต่พวกเราในแนชวิลล์ต่างรู้ดีว่า มันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก”

สำหรับเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 คนนั้น เป็นชาย 4 คน หญิง 2 คน มีอยู่คนทำงานได้เพียง 16 เดือนเท่านั้น แต่สิ่งที่พวกเขากล้าเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ประชาชนในเมืองซึ่งเป็นคนจ่ายภาษีให้กับเจ้าหน้าที่ได้ปลอดภัย

แน่นอนว่าสำนักข่าวฝ่ายขวาทั้งหลายต่างยกย่องสดุดีในความดีงามของเจ้าหน้าที่อย่างมาก เพราะขนาดสื่อซ้ายๆ ยังยกย่อง อย่างนิวยอร์ก ไทมส์ จบประโยคข่าวนี้โดยการโควทคำพูดจากผู้ว่าเมืองว่า

เจ้าหน้าที่เหล่านี้ไม่ได้ห่วงใยตัวเขาเอง ไม่ได้คิดคำนึงถึงแต่พวกเขา แต่พวกเขาห่วงใยประชาชนแนชวิลล์”

จบได้เท่มากครับ

สุดท้ายนี้บทความนี้นำเสนอในวันที่ 30 ธันวาคม เป็นบทความสุดท้ายของปี 2563 ซึ่งวิกฤติสาหัส จึงขออำนวยพรแก่ผู้อ่านทุกท่านให้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยด้วยโรคต่างๆ ขอขอบคุณที่อ่านหนอนโรงพักกันมาตลอดปี และปีหน้าก็จะมาเล่าเรื่องราวต่างๆ แก่ผู้อ่านดังเช่นเคยนะครับ ผมขอหยิบคำพูดอมตะจาก ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีแห่งสวนอักษรผู้ล่วงลับว่า

ไม่มีคนอ่าน ไม่มีนักเขียน”

พบกันใหม่ในปีหน้า 2564 ครับผม
.......................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 

เครดิตภาพ : AP, REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น