อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

เพื่อนตัวเล็กกับภารกิจใหญ่ บรูไนนำอาเซียน 2564

บรูไน ประเทศขนาดเล็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำหน้าที่ประธานอาเซียนประจำปีนี้ ท่ามกลางวิกฤติใหม่คือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสถานการณ์ตึงเครียดยืดเยื้อเรื่องทะเลจีนใต้ ที่บรูไนเป็นหนึ่งในประเทศมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง อาทิตย์ที่ 3 มกราคม 2564 เวลา 09.30 น.


บรูไนทำหน้าที่ประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ประจำปี 2564 โดยรับไม้ต่อจากเวียดนาม ท่ามกลางช่วงวิกฤติรอบด้าน โดยเฉพาะวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากว่าจะยืดเยื้ออีกนานหลายปี และการรักษาสมดุลของความร่วมมือภายในภูมิภาค ระหว่างสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับ 2 ประเทศมหาอำนาจของโลก นั่นคือสหรัฐและจีน

แม้เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กมาก แต่บรูไนมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรสำคัญทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ขณะเดียวกันยังเป็นหนึ่งในประเทศคู่ขัดแย้งกับรัฐบาลปักกิ่ง ต่อข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ นอกจากมาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์


มัสยิดสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน เมืองหลวงของบรูไน

แต่ละฝ่ายต่างอ้างการกำหนดเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตัวเอง เป็นอาณาเขตทางทะเลที่มีสิทธิพิเศษ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ( อันคลอส ) ฉบับปี 2525 ด้วยเหตุนี้ นอกจากโต้แย้งกันเองภายในภูมิภาคแล้ว ประเทศเหล่านี้ยังต้องแสดงจุดยืนร่วมกันในนามอาเซียนเพื่อต่อรองกับจีน ซึ่งใช้ "แผนที่เส้นประ 9 เส้น" อ้างเป็น "หลักฐานทางประวัติศาสตร์" บ่งชี้กรรมสิทธิเหนือเกาะ แนวปะการัง สันดอน โขดหิน และน่านน้ำ "แทบทั้งหมด" ในทะเลจีนใต้
 
โดยหลักการพื้นฐานตามกฎบัตรอาเซียน ถือว่าทั้ง 10 ประเทศมีบทบาทเป็นหนึ่งเดียวในฐานะคู่เจรจาเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง จริงอยู่ที่อาเซียนและจีนมีความสำคัญต่อกันด้วยการเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ แต่การคลี่คลายความขัดแย้งเรื่องทะเลจีนใต้ เป็นกลไกระดับพหุภาคี ซึ่ง ณ ที่นี้แน่นอนว่าหมายถึงอาเซียนกับจีน
 
นอกเหนือจากการยึดมั่นตามแนวทางปฏิบัติของอันคลอส ที่สมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศและจีนล้วนเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาฉบับดังกล่าว ให้ถือเป็น "กฎหมายทะเลระหว่างประเทศ" ในการจัดการข้อพิพาทเขตแดนทางทะเล พื้นที่ทับซ้อน การเดินเรือ และครอบคลุมผลประโยชน์ทางทะเลในทุกด้าน
 
ทั้งนี้ จีนและอาเซียนกำลังจัดทำแนวทางปฏิบัติ ( ซีโอซี ) เรื่องทะเลจีนใต้ร่วมกัน โดยร่างฉบับแรกจัดทำเสร็จสิ้นเมื่อต้นปี 2562 ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งหวังให้เป็นการปูทางสู่การยกระดับข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน จากกรอบความร่วมมือฉบับดั้งเดิมที่ลงนามร่วมกันเมื่อปี 2545 แต่การที่รัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธยอมรับคำวินิจฉัยตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการ เมื่อปี 2559 ซึ่งมีเนื้อหาเป็นคุณมากกว่าแก่ผู้ร้อง คือ ฟิลิปปินส์ ส่งผลกระทบให้กระบวนการจัดทำซีโอซียังคงล่าช้า


พิธีส่งมอบค้อนสัญลักษณ์ประธานอาเซียน จากเวียดนามสู่บรูไน ที่กรุงฮานอย 15 พ.ย. 2563
 
ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไปมาก บรูไนอยู่ในสถานะไม่ต่างจากสมาชิกอาเซียนที่เหลือ นั่นคือความจำเป็นที่จะต้องยกระดับความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจกับจีน ซึ่งก้าวสู่การเป็นมหาอำนาจเกิดใหม่และเติบโตอย่างรวดเร็ว หากอาเซียนและจีนมีความคืบหน้าเรื่องซีโอซีมากเท่าไหร่ จะช่วยให้บรูไนสามารถใช้บทบาทของการเป็นประธานอาเซียน ดำเนินนโยบายเชิงรุกด้านความมั่นคงในทะเลจีนใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในปีนี้
 
อนึ่ง สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไน ทรงมีพระราชดำรัสว่า บรูไนจะสานต่อภารกิจของอาเซียนในการสร้างความสมานฉันท์จากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ที่ตอนนี้เข้าสู่กระบวนการจัดหาวัคซีน ซึ่งจะผลักดันให้มีการดำเนินการร่วมกันในระดับภูมิภาค ร่วมด้วยการฟื้นฟูเศรษฐกิจซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องจากวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้
 
ขณะเดียวกัน พระองค์ตรัสถึงสถานการณ์ภาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่าแม้มีการเชื่อมโยงกันมากขึ้นในหลายด้าน แต่หากมองแยกเป็นรายประเทศปรากฏว่า ทุกประเทศประสบกับปัญหาภายในที่แตกต่างกันออกไป แต่ท่ามกลางความท้าทายนานัปการที่เป็นผลจากวิกฤติด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติยุคใหม่ อาเซียนต้องยึดมั่นในความสมัครสมานสามัคคีร่วมกันต่อไป บนพื้นฐาน "เราห่วงใย เราเตรียมพร้อม เราประสบความสำเร็จ".

_____________________

ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, AFP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น