อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

ทิ้งทวน

จากอดีตศัตรูคู่ศึก ในสงครามเวียดนาม ตั้งแต่ปลายปี 2498 จนถึงปี 2518 เวียดนามและสหรัฐพัฒนาความสัมพันธ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยสหรัฐมองเวียดนามเป็นหุ้นส่วนสำคัญทางเศรษฐกิจและความมั่นคง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วยต่อต้านการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาค จันทร์ที่ 4 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น.

บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน และการค้าระหว่างประเทศ แนะให้จับตามอง ความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จะอนุมัติให้เก็บภาษี สินค้านำเข้าจากเวียดนาม ก่อนครบวาระพ้นจากตำแหน่ง ในวันที่ 20 ม.ค. นี้ หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ให้เวียดนามและสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศปั่นค่าเงิน ทำให้สหรัฐเสียเปรียบการค้า
 
รายงานทุกครึ่งปี งวดล่าสุดของกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่า  ในช่วงเวลา 1 ปี นับถึงวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวียดนามและสวิตเซอร์แลนด์ มีการกระทำที่ "เกินเกณฑ์" ทั้ง 3 ข้อ ที่รัฐบาลสหรัฐกำหนด ว่าเป็นการปั่นค่าเงิน หรือบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งประกอบด้วย 1. แทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 2. ตัวเลขบัญชีเดินสะพัดเกินดุล มากกว่า 2 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และ 3. ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐ มากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์


Reuters
 
บริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐ ที่สั่งนำเข้าสินค้าจากเวียดนาม ควรต้องเตรียมรับมือการจัดเก็บภาษีจากการสอบสวนการปั่นค่าเงิน ตาม “มาตรา 301” ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ ยูเอสทีอาร์ ซึ่งดำเนินการเป็นคู่ขนานกับการตรวจสอบของกระทรวงการคลัง แต่ผลการสอบสวนของยูเอสทีอาร์ คาดว่าจะประกาศต่อสาธารณชน อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 7 ม.ค. 
 
เดบอราห์ เอล์มส ผู้อำนวยการบริหาร Asian Trade Centre ที่ประเทศสิงคโปร์ ให้ความเห็นที่ประชุมสัมนาทางออนไลน์ จัดโดยหอการค้าอเมริกาในเวียดนาม ว่าถือเป็นความฉลาดที่จะต้องวางแผนตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เพื่อรับมือข้อสรุปของกระบวนการ ตามมาตรา 301 โดยเฉพาะหลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศขึ้นบัญชีดำไปแล้ว จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่สุด (extremely likely) ที่รัฐบาลสหรัฐจะใช้มาตรการบางอย่าง เพื่อตอบโต้เวียดนาม
 
ในระยะ 10 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐ สั่งนำเข้าสินค้าจากเวียดนาม รวมมูลค่าประมาณ 65,000 ล้านดอลลาร์ (1,953,890 ล้านบาท) เทียบกับ 66,600 ล้านดอลลาร์ ของตลอดทั้งปี 2562

ภาษีที่จะเรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากเวียดนาม ซึ่งส่วนหลักได้แก่ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เฟอร์นิเจอร์  อิเล็กทรอนิกส์ และสิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือน มูลค่ารวมน่าจะอยู่ที่ 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอย่างต่ำ
 
สหรัฐเคยใช้การสอบสวน ตามมาตรา 301 เพื่อเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ในอัตรา 25% คิดเป็นมูลค่า 370,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 11.2 ล้านบาท ในช่วงที่ทรัมป์ทำสงครามการค้า นาน 2 ปีครี่งกับปักกิ่ง
 
จากอดีตศัตรูคู่ศึก ในสงครามเวียดนาม ตั้งแต่ปลายปี 2498 จนถึงปี 2518 เวียดนามและสหรัฐพัฒนาความสัมพันธ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยสหรัฐมองเวียดนามเป็นหุ้นส่วนสำคัญทางเศรษฐกิจและความมั่นคง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วยต่อต้านการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาค

เชื่อว่า มาตรการตอบโต้ของรัฐบาลสหรัฐ จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ ตามด้วยทางการเมือง อย่างแน่นอน  แต่จะหนักเบาแค่ไหน คงต้องจับตาดูกันต่อไป
 
การเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเวียดนาม ยังจะสร้างปัญหายุ่งยากทางการค้าเพิ่ม ให้กับรัฐบาลสหรัฐชุดใหม่ที่นำโดยว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งจะเข้าพิธีสาบานตน รับตำแหน่งต่อจากทรัมป์ ในวันที่ 20 ม.ค. และอาจทำให้ฮานอยขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ เพื่อเป็นการตอบโต้
 
ช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ รัฐบาลของทรัมป์ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ใหม่หลายชุดต่อจีน  รวมถึงขึ้นบัญชีดำ บริษัทผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์อันดับ 1 SMIC และบริษัทผู้ผลิตโดรน SZ DJI Technology
 
หากทรัมป์ลงนามอนุมัติ การเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเวียดนาม ตามคำแนะนำของ ยูเอสทีอาร์ คาดว่าการเก็บจะเริ่มภายในไม่กี่สัปดาห์ หลังจากรัฐบาลใหม่ของไบเดนเข้าทำหน้าที่ แต่ยังไม่แน่ชัดว่า อัตรคาที่เก็บจะสูงถึง 25 % เท่ากับที่ใช้เล่นงานจีน หรือระหว่าง 6.2 % - 10 % ที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เรียกเก็บจากสินค้ายางรถยนต์จากเวียดนาม เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา.
       
_________________

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

    

    
    

    

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 60