อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

เปลี่ยนผ่านอำนาจพญาอินทรี ทรัมป์มีโอกาสลงแบบไม่สวย

นับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศมาแล้ว 244 ปี กระบวนการถ่ายโอนอำนาจของฝ่ายบริหารในสหรัฐเป็นไปด้วยความราบรื่นมาตลอด จนกระทั่งการเตรียมเปลี่ยนผ่านจากยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สู่นายโจ ไบเดน ที่จะรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐคนที่ 46 อย่างเป็นทางการ ในวันพุธที่ 20 ม.ค.นี้ อาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2564 เวลา 09.30 น.


เมื่อมวลชนฝ่ายสนับสนุนทรัมป์บุกรุกเข้าไปภายในรัฐสภา เพื่อขัดขวางกระบวนการลงมติของสภาคองเกรส ส่งผลให้เกิดการปะทะอย่างดุเดือดกับตำรวจปราบจลาจล มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย



แม้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในที่สุด แต่สถานการณ์ดังกล่าวได้ทิ้งร่อยรอยความเสียหายไม่เพียงแต่กับทรัพย์สิน แต่ถือเป็น "ความอับอายขายหน้า" และ "ความอัปยศ" ครั้งใหญ่ ของประเทศที่สร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวเองและชาวโลกมาตลอด ในฐานะ "ประเทศอภิมหาอำนาจหนึ่งเดียว และชาติประชาธิปไตยใหญ่ที่สุดของโลก"


Associated Press

ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐ ครั้งที่ 25 ดำเนินการระหว่างปี 2508 - 2510 แบ่งเป็น 4 หมวดว่าด้วยการถ่ายโอนหรือสืบทอดอำนาจประธานาธิบดี โดย 3 หมวดเกี่ยวกับการที่ผู้ดำรตำแหน่งประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ เนื่องจากลาออก และการต้องเข้ารับการรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาล เป็นการชั่วคราว เคยมีการใช้มาแล้ว เมื่อนายเจอรัลด์ ฟอร์ด รับตำแหน่งหลังประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ลาออกเพราะกรณีอื้อฉาว "วอเตอร์เกต" เมื่อปี 2517

ต่อมาเมื่อปี 2545 และ 2550 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้นำสหรัฐในเวลานั้น มอบอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ให้รองประธานาธิบดีดิก เชนีย์ รักษาการนานหลายชั่วโมง เนื่องจากบุชต้องเข้ารับการส่องกล้องเพื่อตรวจระบบการทำงานของลำไส้ใหญ่

เช่นเดียวกัน ในสมัยที่บิดาของบุช คืออดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ดำรงตำแหน่งรองผู้นำสหรัฐ เมื่อปี 2528 ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน มอบหมายให้บุชรักษาการแทนนานประมาณ 8 ชั่วโมง เพื่อเข้ารับการผ่าตัดเนื้อเยื่อที่มีแนวโน้มลุกลามเป็นมะเร็ง

รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ และนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม ในหมวดที่ 4 ซึ่งเป็นหมวดสุดท้าย ว่าด้วยการปลดผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เนื่องจาก "ไม่สามารถใช้อำนาจบริหารตามกฎหมายได้อีก" ยังไม่เคยมีการใช้ หรือเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมใช้อำนาจนี้มาก่อน แต่ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีที่ทรัมป์อยู่ในตำแหน่งผู้นำสหรัฐ เรื่องนี้เป็นที่หยิบยกขึ้นมาพูดถึงบ่อยขึ้นโดยหลายฝ่าย


Associated Press

กรณีเกิดขึ้นที่สภาคองเกรสจึงทำให้มีการตั้งคำถามมากขึ้นว่า ในเมื่อการใช้อำนาจอีกครั้งของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อถอดถอนทรัมป์เป็นครั้งที่สอง อาจไม่ทันเวลา เนื่องจากผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันมีเวลาอยู่ในตำแหน่งอีกเพียง 2 สัปดาห์ "จะเป็นไปได้หรือไม่" ที่รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ จะใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ปลดประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง โดยอาศัยขั้นตอนตามที่ระบุอยู่ในบทบัญญัติของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 25

ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐ ครั้งที่ 25 ดำเนินการระหว่างปี 2508 - 2510 สืบเนื่องจากเหตุลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2506 และก่อนหน้านั้นคือการที่ประธานาธิบดีดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ มีอการหนักจากโรคหัวใจกำเริบ โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการสืบทอดอำนาจของประธานาธิบดีโดย "รองประธานาธิบดี" ไม่ใช่ "ผู้ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี" ในกรณีที่ประธานาธิบดีถึงแก่อสัญกรรม ลาออก ถูกถอดถอน หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม

หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องการดำเนินการตามนั้นจริง เพนซ์ต้องได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่าครึ่งหนึ่ง จากคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ว่าทรัมป์ไม่อยู่ในสถานะที่จะบริหารประเทศได้อีกต่อไป และสมควรให้เพนซ์ "ยึดอำนาจเป็นการชั่วคราว"

ในกรณีที่ทรัมป์คัดค้าน และยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อสภาคองเกรส เพนซ์มีเวลา 4 วันทำการ ในการแสดงหลักฐานโต้แย้ง เมื่อครบกำหนด สภาคองเกรสจะประชุมและลงมติ โดยแยกเป็นการประชุม 2 สภา ซึ่งแต่ละสภาต้องลงคะแนนสนับสนุนมากกว่า 2 ใน 3 คือ ไม่ต่ำกว่า 290 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร และไม่น้อยกว่า 67 เสียงในวุฒิสภา


CBS Evening News

ขณะเดียวกัน สภาคองเกรสสามารถตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบ "ภาวะความเป็นผู้นำ" ของทรัมป์ได้เช่นกัน ซึ่งนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร เคยมีแนวคิดแต่งตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบทรัมป์ในเรื่องดังกล่าวด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส เคยตีพิมพ์บทความเขียนโดย "เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์" ยืนยันว่าการมีการหารือเป็นการภายในเกี่ยวกับการใข้อำนาจตามหมวด 4 ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐ ครั้งที่ 25 มานานระยะหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมีความกังวลในเวลาเดียวกัน ว่าอาจก่อให้เกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางกระบวนการที่ซับซ้อนและการดำเนินนโยบายของทรัมป์ที่ "คาดเดาได้ยาก" สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องทำให้ดีที่สุด คือควบคุมเรือลำนี้ให้เดินทางไปได้อย่างตลอดรอดฝั่งจนครบ 4 ปี.

----------------------------

ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป

เครดิตภาพ : REUTERS, AP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น