อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

เปิดใจคนไทยในอเมริกา ประเดิมฉีดวัคซีนโควิด

เราได้เห็นภาพข่าวหลายประเทศทั่วโลกเริ่มทยอย ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างรุนแรง มีผู้ติดเชื้อในระดับหลักสิบล้าน และเสียชีวิตไปกว่าหลักแสน พุธที่ 13 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น.


แม้ขณะนี้โควิด-19 จะแพร่ระบาดอย่างรุนแรงทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่เราก็ยังพอมีข่าวดีมาบ้างคือ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 จนข้ามมาปีใหม่ 2564 เราได้เห็นภาพข่าวหลายประเทศทั่วโลกเริ่มทยอย ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างรุนแรง มีผู้ติดเชื้อในระดับหลักสิบล้าน และเสียชีวิตไปกว่าหลักแสน สถานการณ์ในสหรัฐอเมริกาเกือบตลอดทั้งปีที่ดูรุนแรง แต่เมื่อมี
วัคซีนออกมาทำให้ประชาชนเริ่มมีความหวังในการป้องกันเจ้าไวรัสมรณะมากขึ้น


ขณะที่ประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันเช่นกันว่า ภายในปี 2564 รัฐบาลมีแผนการฉีดวัคซีน “ฟรี” เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 แก่ประชาชนไทยให้ได้อย่างน้อย 50% โดยลอตแรก ก.พ. 64 “ระยะเร่งด่วน” จะได้รับวัคซีนฯ 2 ล้านโด๊ส จากบริษัท ซิโนแวค ประเทศจีน นำมาฉีดให้แก่กลุ่มเสี่ยง เช่น บุคลากรทางการแพทย์และผู้สูงอายุก่อน ส่วนเดือน มี.ค. และ เม.ย. จะได้รับอีก 8 แสนโด๊ส และ 1 ล้านโด๊ส ตามลำดับ นอกจากนี้ยังสั่งจองจากบริษัท แอสตราเซเนกา อีก 26 ล้านโด๊ส (กำหนดรับมอบ พ.ค.) และจัดหาเพิ่มอีก 35 ล้านโด๊ส (รวมเป็น 63 ล้านโด๊ส)



เผยอาการวัคซีนโควิดฯ เข็มแรก

ทีมข่าว 1/4 Special Report ได้มีโอกาสสอบถาม .ต.อ.อดิศักดิ์ อรชร  หัวหน้าพยาบาลประจำศูนย์ดูแลพักฟื้นแห่งหนึ่ง ในเมืองรีโน รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา (มาทำงานอยู่ที่สหรัฐตั้งแต่ 17 ปีก่อน) ซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ถือเป็นคนไทยกลุ่มแรก ๆ จึงได้มีการสื่อสารกันผ่านทางระบบไลน์ ซึ่ง ร.ต.อ.อดิศักดิ์ ก็ได้เขียนข้อมูลตอบกลับมาค่อนข้างละเอียดว่า ตัวเองได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มแรก โดยเภสัชกร ซึ่งเป็นวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers of  Disease Control and Prevention หรือ CDC) อันเป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลางเป็นผู้ดำเนินการฉีดให้ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 64 ที่ผ่านมา

“หลังจากได้รับวัคซีนเข็มแรกไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง รู้สึกปวดศีรษะ (6/10 ของ pain scale) ต้องกินยาแก้ปวดและนอนพักผ่อน เพราะต้องเก็บแรงไว้เข้าเวรใน 4 ชั่วโมงถัดไป หลังตื่นนอนปวดที่แขนซ้ายซึ่งถูกฉีดวัคซีนแทน ส่วนอาการปวดศีรษะหายไป แต่มีอาการปวดที่แขนซ้ายซึ่งถูกฉีดวัคซีนแทน”

นอกจากนี้เจ้าตัวได้เปิดเผยอีกว่า ตนเองได้ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 63 แต่มีอาการไม่หนักมาก อาการวันแรกมีปวดกระบอกตาทั้งสองข้าง เจ็บคอ ไม่มีไข้ ไม่มีปัญหาเรื่องการหายใจ  แต่ปวดกล้ามเนื้อมาก อ่อนเพลีย ไม่มีแรงเดิน ความดันต่ำ หน้ามืดตาลาย ต่อมาในวันที่ 3 ของการป่วยไม่สามารถรับรสชาติอาหารได้ ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน  10 วันตามที่ CDC กำหนด  โดยในช่วงดังกล่าวได้รับประทานพวกวิตามิน ยาแก้ปวด และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถึงแม้จะไม่ได้รสชาติของอาหารก็ตาม กระทั่งอาการดีขึ้นตามลำดับ จนสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ



วัคซีนต้องฉีดทั้งหมด “2 เข็ม

ร.ต.อ.อดิศักดิ์ เปิดเผยต่อว่า หลังจากกลับมาทำงานแล้ว ทาง CDC อนุมัติให้ผู้ที่ติดเชื้อภายใน 90 วัน สามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกได้ หากไม่มีอาการป่วยของโควิดฯ แล้ว (ต้องฉีดทั้งหมด 2 เข็ม) ในส่วนของวัคซีนเข็มที่ 2 จะฉีดห่างจากเข็มแรก 21 วัน ควรฉีดในคนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป) ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทางหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ ที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการแพทย์ ให้มีโอกาสได้รับการฉีดวัคซีน เป็นกลุ่มแรก ๆ ในสหรัฐ อเมริกา ทั้งนี้ในสหรัฐอเมริกาค่อนข้างให้ความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอย่างมาก

กรณีติดเชื้อโควิดฯ ในสหรัฐแทบจะไม่ทราบว่าใครเป็นบ้าง ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเองและชุมชน ไม่มีการตรวจเช็กไทม์ไลน์  ในกรณีหากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ท่านใดที่ไปในกลุ่มเสี่ยง ก็ต้องแจ้งให้ที่ทำงานทราบ และกักตัวตามนโยบายของหน่วยงาน หากมีอาการสงสัยว่าติดเชื้อโควิดฯ แล้วผลตรวจเป็นลบ แต่ก็ยังต้องตรวจเชื้ออีกทั้งแบบ Rapid and PCR พร้อมกันจนกว่าจะได้รับข้อมูลการเปลี่ยนแปลงจาก CDC ว่ายังต้องดำเนินต่อไปจนเมื่อไรเพื่อความปลอดภัยของคนที่เรารักและชุมชน ทุกคน ทุกหน่วยงาน ต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับโควิด-19

ร.ต.อ.อดิศักดิ์ ฝากย้ำด้วยว่า ในการป้องกันโควิด-19  หมั่นล้างมืออย่างน้อย 20 วินาที สวมหน้ากากอนามัย หรือเฟซชิลด์ นอกจากต้องเว้นระยะห่างทางสังคมแล้ว ก็ต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ  พร้อมให้ความร่วมมือกับนโยบายภาครัฐอย่างเคร่งครัด อย่างน้อยทำให้พวกเราทุกคนก็สามารถสู้กับโวรัสโควิดฯ ได้ระดับหนึ่งครับ



ในสหรัฐบริการตรวจฟรีโควิด

นอกจาก ทีมข่าว 1/4 Special Report ได้สอบถาม ร.ต.อ.อดิศักดิ์ ในรัฐเนวาดา ถึงเรื่องการเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับวัคซีนโควิดแล้ว ยังมีโอกาสได้สอบถามข้อมูลของชาวไทยในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ถึงบรรยากาศในสหรัฐอเมริกา ช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ 2564 ขณะนี้มีศูนย์ตรวจโควิด-19 กระจายไปทั่วทั้งประเทศ ในลักษณะเหมือนร้านสะดวกซื้อ เกือบทุกที่ทำงานจะ “บังคับ” ให้ไปตรวจ เมื่อตรวจเสร็จแล้วผลการตรวจจะถูกส่งไปยังที่ทำงานของคนที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ที่สำคัญข้อมูลแต่ละคนจะถูกส่งไปเชื่อมโยงกับข้อมูลของแต่ละมลรัฐ นั่นจึงทำให้การตรวจหาเชื้อคนจำนวนมาก จนทราบตัวเลขการติดเชื้อโควิด-19 ของคนอเมริกันมากกว่าประเทศไหนในโลก โดยการตรวจที่ศูนย์นั้นเป็น “การตรวจฟรี” คนไทยในอเมริกาบางคนที่บ้านตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์ตรวจจะโดนเรียกตรวจเกือบทุกวัน ถือเป็นนโยบายสำคัญว่ายิ่งตรวจเยอะ ยิ่งพบคนติดเชื้อเยอะ ยิ่งหามาตรการป้องกันแก้ไขได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

นี่คือเรื่องราวของคนไทยกลุ่มแรก ๆ ในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการฉีดวัคซีน ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนคนไทยที่กำลังรอการฉีดวัคซีน ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเจ้าไวรัสร้ายที่ยังแผลงฤทธิ์ไม่เลิก อาละวาดข้ามปีไปทั่วโลก.


‘มอ.’ วิจัยชุดตรวจโควิดฯ รู้ผล 15 นาที



นับเป็นข่าวดีของประเทศไทย เมื่อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) โดยทีมวิจัยจากคณะเทคนิคการแพทย์และคณะเภสัชศาสตร์ นำโดย ผศ.ดร.ธีรกมล เพ็งสกุล คณะเทคนิคการแพทย์ (มอ.) ร่วมกับบริษัทเอกชน วิจัยพัฒนาชุดตรวจโควิด-19 ภายใต้ชื่อ “KBS COVID-19” หลังจากใช้เวลาเกือบปีจนประสบความสำเร็จ ได้รับอนุญาตจากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. พร้อมจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ทางทีมวิจัยยังได้เร่งพัฒนาชุดตรวจโควิด-19 อีกชุดคือ “PSU COVID-19” ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นขออนุญาต อย.



สำหรับชุดตรวจดังกล่าวจะตรวจระดับ “ภูมิคุ้มกันในเลือด”  สามารถช่วยในการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ได้แม่นยำและรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถบ่งบอกระยะเวลาในการติดเชื้อได้อีกด้วย ใช้เวลา 10-15 นาทีเท่านั้น โดยหยดเลือด 2-3 หยด จากผู้เข้ารับการตรวจมาใส่ในชุดทดสอบ และใส่น้ำยาชุดตรวจนี้ลงไป และรอเวลาไม่เกิน 15 นาทีก็จะทราบผล โดยการตรวจในลักษณะนี้จะอาศัยหลักการทางอิมมูโนโครมาโตกราฟฟี ตรวจหาแอนติบอดี้ (ชนิด IgM และ IgG) ในพลาสมา และซีรั่มของเลือด ขณะนี้มีทั้งสถานพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์ทั่วทั้งประเทศ ให้ความสนใจและติดต่อสอบถามเพื่อสั่งซื้อชุดตรวจ “KBS COVID-19” มากกว่า 5 ล้านชิ้น (ชุดละ 350 บาท).

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น