อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

ยกการ์ดสูง สู้โควิด-19 ต้องรู้เท่าทัน-อย่าได้ประมาท

โควิด-19 เป็นโรคที่มีการแพร่ระบาดลุกลามขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกิจกรรมทางสังคมอย่างร้ายแรงในทั่วโลก พฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 10.00 น.


ความรู้เท่าทันและความไม่ประมาทเกี่ยวกับ โควิด-19 เป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตทุกคน ในเบื้องต้นควรรู้ว่า โควิด-19 เป็นชื่อย่อของเชื้อ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (Coronavirus Disease 2019 - Covid-19) เป็นไวรัสในวงศ์ใหญ่ที่เป็นสาเหตุของโรคทั้งในสัตว์และคน  ไวรัสโคโรนาหลายสายพันธุ์ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจตั้งแต่โรคหวัดธรรมดาไปจนถึงโรคที่มีอาการรุนแรง เช่น โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง ซาร์ส (SARS) และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง เมอร์ส (MERS) โควิด-19 เป็นโรคติดต่อเกิดจากไวรัสโคโรนาชนิดที่มีการค้นพบล่าสุด ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เชื้อโควิด- 19 แพร่ระบาดจากสารคัดหลั่ง เช่น น้ำตา น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ

โควิด-19 เป็นโรคที่มีการแพร่ระบาดลุกลามขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกิจกรรมทางสังคมอย่างร้ายแรงในทั่วโลก ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคโดยเฉพาะ แม้ว่านักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์มีการศึกษาค้นคว้าและวิจัยวัคซีนป้องกันโรค แต่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการมีวัคซีน ฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและหลีกเลี่ยงไม่ให้ได้รับเชื้อ ผู้คนทั้งหลายจึงต้องตื่นรู้และตื่นตัวกับการรับมือโควิด-19 อย่างเหมาะสมและทันท่วงทีท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้การผลิตวัคซีนของทั่วโลกยังมีไม่มากเพียงพอต่อความต้องการของประชากรโลกที่มีกว่า 7 พันล้านคน อีกทั้งวัคซีนที่ผลิตได้อาจมีผลข้างเคียงแก่ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน การป้องกันและหลีกเลี่ยงไม่ให้ได้รับเชื้อจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการดำรงชีวิตและการดำเนินชีวิตของทุกคน




การป้องกันความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อมีข้อควรประพฤติปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ การสวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย การล้างมือด้วยน้ำและสบู่นาน 20 วินาที หรือแอลกอฮอล์เจลทุกครั้งที่มือสัมผัสกับวัตถุต่างๆ เชื้อโควิด-19 มีชีวิตอยู่ อายุของเชื้อไวรัสโควิด-19 บนพื้นผิวสัมผัสของวัตถุต่างๆ เหล็ก 2-9 วัน อะลูมิเนียม 2-8 ชั่วโมง โลหะอื่นๆ 5 วัน ไม้ 4 วัน กระดาษ 4-5 วัน แก้ว 5 วัน พลาสติก  8 ชม.- 9 วัน ถุงมือยางน้อยกว่า 8 ชม. เซรามิก 5 วัน ประการสำคัญอย่านำมือมาสัมผัสที่บริเวณใบหน้า ให้เว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นอย่างน้อย 1.5 เมตร และควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนแออัด

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization- WHO) มีคำแนะนำในการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันการติดเชื้อ คือ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพซึ่งมีสารอาหารครบถ้วนเพราะจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มรสหวาน ไม่สูบบุหรี่เพราะการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อในระดับที่อันตรายรุนแรง ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีสำหรับผู้ใหญ่ วันละ 1 ชั่วโมงสำหรับเด็ก เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นโยคะ ฯลฯ โดยให้รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากบุคคลอื่น ๆ หรือการทำกิจกรรมภายในบ้าน ดูแลสุขภาพจิต อ่านหนังสือ ฟังเพลง ลดการดูข่าวเพื่อลดความเครียด ความสับสน และความกลัว

ความไม่แน่ใจของประชาชนว่าจะติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ ในกรณีที่เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง หรือสัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือมีอาการไข้สูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส มีอาการอ่อนเพลีย มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ ท้องเสีย หอบเหนื่อย สูญเสียการได้กลิ่นและสูญเสียการรู้รสชั่วคราว ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง



การลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและรู้เท่าทันกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ควรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสื่อสารโดยการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” เมื่อไปในสถานประกอบการ และร้านค้าต่าง ๆ ก่อนเข้าให้เช็กอินทุกครั้ง และหลังออกจากสถานที่ให้เช็กเอาต์ทุกครั้ง ซึ่งหากพบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ดังกล่าว กรมควบคุมโรคจะได้รับการแจ้งให้ทราบถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ส่วนแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” เป็นแอพพลิเคชั่นที่บันทึกข้อมูลการเดินทางของผู้ใช้งานด้วยเทคโนโลยี GPS และ Bluetooth ร่วมกับการสแกน QR Code เพื่อประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อ ตรวจสอบสถานะบุคคลเกี่ยวกับโควิด-19 ซึ่งมีการแบ่งความเสี่ยงออกเป็น 4  ระดับ คือ สีเขียวเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงต่ำมากซึ่งไม่มีอาการ ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา สีเหลืองเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงน้อย ซึ่งอาจจะมีอาการไข้หวัด แต่ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา สีส้มเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยง เพราะเป็นคนที่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา แต่ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการไม่เด่นชัด ซึ่งคนในกลุ่มนี้ต้องกักตัวอยู่กับบ้านจนครบ 14 วัน พร้อมทั้งเฝ้าระวัง ถ้ามีอาการควรรีบไปโรงพยาบาลทันที สีแดงเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะทั้งมีอาการ และมีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

การที่ประชาชนมีความตื่นตระหนกว่าตนจะได้รับเชื้อโควิด-19 หรือไม่ แล้วมีการซื้อชุดตรวจไวรัสโควิด-19 เอง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีคำเตือนว่าการซื้อชุดตรวจเร็ว (rapid test) จะไม่เป็นผลดี เพราะมีข้อจำกัดในการแปลผล มีความเสี่ยงต่อการแปลผิด และมีความเสี่ยงต่อการกระจายเชื้อโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งปัจจุบันมีการหลอกลวงขายวัคซีนป้องกันโควิด-19  เกลื่อนสังคมออนไลน์ หลอกขายเข็มละ 4,500 บาท ประชาชนต้องระมัดระวังอย่าไปหลงเชื่อ

ปัจจุบันมีวัคซีนที่ได้รับการรับรองในต่างประเทศ ได้แก่  mRNA-1273 ผลิตโดย บริษัทโมเดอร์นา เธอราพิวติกส์ สหรัฐอเมริกา ร่วมกับสถาบันสุขภาพแห่งชาติ, BNT162b2 ผลิตโดย บริษัทไฟเซอร์ สหรัฐอเมริกา ร่วมกับบริษัท ไบโอเอ็นเทค เยอรมนี, ChAdOx1nCoV-19  ผลิตโดย มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด อังกฤษ ร่วมกับบริษัท แอสตราเซเนกา, Corona Vac ผลิตโดย บริษัทไซโนแวค จีน ร่วมกับศูนย์วิจัยบูตันตัน  บราซิล, วัคซีน ผลิตโดย บริษัทไซโนฟาร์ม จีน ร่วมกับสถาบันผลิตภัณฑ์ชีวภาพอู่ฮั่น, Bacillus Calmette-Guérin BRACE trial ผลิตโดย สถาบันวิจัยสุขภาพเด็กเมอร์ดอช ออสเตรเลีย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น  และ Ad5-nCoV ผลิตโดยบริษัท คานซิโน ไบโอโลจิคส์ จีน

รัฐบาลมีแผนจัดหาวัคซีน จากบริษัทไซโนแวค  ซึ่งไทยเตรียมทำเรื่องขึ้นทะเบียน อย. ภายในวันที่ 14 ก.พ. 64  จีนจะจัดส่งวัคซีนลอตแรก 2 แสนโด๊ส ในเดือน ก.พ. 64 ลอตที่สอง  8 แสนโด๊สในเดือน  มี.ค. 64 และลอตที่สาม 1 ล้านโด๊ส  ในเดือน เม.ย. 64  รวม 2 ล้านโด๊ส  หลังจากนั้นไทยจะได้รับวัคซีนจากบริษัทแอสตราเซเนกา  26 ล้านโด๊ส ในเดือน พ.ค. 64 



สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จะได้รับการฉีดคนละ 2 โด๊ส ซึ่งจะมีการทยอยฉีดแก่ผู้ที่มีความเสี่ยงได้รับเชื้อ ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่อยู่หน้างานใกล้ชิดการตรวจคัดกรอง ผู้เจ็บป่วยโควิด ประชาชนผู้สูงอายุ ประชาชนที่มีโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีความจำเป็นอื่นๆ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นการระบาดใหญ่ (Pandemic) ไปทั่วโลกกว่า 200 ประเทศในทุกทวีป ปัจจุบันมีการลุกลามขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 64 ทั่วโลกมียอดผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 91 ล้านราย และมียอดผู้เสียชีวิตสะสมเกือบ 2 ล้านราย  สำหรับประเทศไทย มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 10,834 ราย รักษาหายแล้ว 6,732 ราย และมียอดผู้เสียชีวิต 67 ราย 

การบริหารจัดการ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ศบค. ประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด พื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด และพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด 38 จังหวัด สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใน 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร ระยอง ชลบุรี จันทบุรี และตราด การเดินทางออกนอกพื้นที่จะต้องขออนุญาตออกนอกจังหวัด โดยขอเอกสารรับรองความจำเป็นในการเดินทางได้ที่ ที่ว่าการอำเภอต้นทางที่อยู่ โดยนายอำเภอเป็นผู้รับรอง

การให้ความร่วมมือของประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลด้วยการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” จะมีส่วนสำคัญต่อการควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งจะเกิดผลดีต่อชาติบ้านเมืองในทุกมิติ

...............................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น