อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

เคล็ดลับปรับไลฟ์สไตล์ ลดเสี่ยง "โรคหลอดเลือดสมอง"

อาการ“ฉับพลัน” ที่พบบ่อย ได้แก่ “พูดลำบาก” คือ การพูดผิดปกติ  ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือพูดไม่รู้เรื่อง “ปากตก” มุมปากข้างใดข้างหนึ่งตกลง ปากเบี้ยว มุมปากสองข้างไม่เท่ากัน และ “ยกไม่ขึ้น” คือ แขนขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง ยกไม่ขึ้น เสาร์ที่ 16 มกราคม 2564 เวลา 11.40 น.

 
เมื่อพูดถึง “โรคหลอดเลือดสมอง” หรือ “Stroke” หลายคนอาจเข้าใจว่า เป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่รู้หรือไม่ว่า “ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต” มีผลต่อการเกิดโรคในทุกกลุ่มวัย ไม่ว่าจะเป็นการกิน การอยู่ และการนอน รวมถึงความเครียด ล้วนมีผลกระทบกับสุขภาพทั้งในระยะสั้น และเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาวได้    
 
ซึ่ง ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ นายกสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย ระบุว่า โรคหลอดเลือดสมอง คือ ภาวะที่เซลล์สมองถูกทำลาย มีสาเหตุจากหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน หรือ แตก ทำให้ขัดขวางการลำเลียงเลือดซึ่งนำออกซิเจน และสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์สมอง หรือมีก้อนเลือดไปกดเนื้อสมอง ส่งผลให้สมองสูญเสียการทำหน้าที่จนเกิดอาการของอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต 
 
อาการของโรคจะเกิดขึ้นแบบ “ฉับพลัน” โดยเป็นอาการที่สมองทำงานผิดปกติไป โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่ “พูดลำบาก” คือ การพูดผิดปกติ  ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือพูดไม่รู้เรื่อง “ปากตก” คือ มุมปากข้างใดข้างหนึ่งตกลง เมื่อยิ้มยิงฟันแล้วพบว่าปากเบี้ยว มุมปากสองข้างไม่เท่ากัน และ “ยกไม่ขึ้น” คือ แขนขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง ยกไม่ขึ้น 


 
นอกจากนี้ยังมีอาการผิดปกติอื่นๆ อีก อาทิ ตามืดทันที มองเห็นภาพซ้อน ชาครึ่งซีก เวียนศีรษะ การทรงตัวไม่ดี เดินเซ บางครั้งจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรงทันทีทันใด  โดยอาจจะมีอาการออกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างพร้อมกันก็ได้ หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยโดยด่วน เนื่องจากโรคนี้หากได้รับการรักษาอย่างทันเวลาก็จะมีโอกาสกลับคืนมาเป็นปกติได้
 
ทั้งนี้จากข้อมูลขององค์กรโรคหลอดเลือดสมองโลกพบว่าในปี 2563 ทั่วโลกมีผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองกว่า 80 ล้านคน เสียชีวิตประมาณ 5.5 ล้านคน และยังพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 14.5 ล้านคนต่อปี หรือประชากรโลก 1 ใน 4 มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
 
ศ.พญ.นิจศรี ระบุว่า ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2556 - 2560 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2560 มีผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 3 แสนราย และมีผู้เสียชีวิตปีละไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นราย

สำหรับค่าใช้จ่ายที่ใช้รักษาผู้ป่วยระยะสั้น คือเมื่อเกิดอาการแล้วได้รับการรักษาทันที สามารถเบิกจ่ายได้ตามสิทธิการรักษา แต่หากมารักษาล่าช้า หรือโรคเป็นมาก มีความพิการเกิดขึ้น ต้องรักษาระยะยาว และได้รับการดูแลตลอดชีวิต จะมีค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 2-3 ล้านบาทต่อคน อย่างไรก็ตามโรคนี้เป็นแล้วสามารถเป็นซ้ำได้ ผู้ป่วยต้องดูแลสุขภาพให้ดี และรับประทานยาต่อเนื่องสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ  
 


“โรคนี้จะพบได้บ่อย เป็นสาเหตุของความพิการและเสียชีวิตอันดับ 1 ในผู้สูงอายุ และจากการศึกษาพบว่าปัจจัยเสี่ยงสําคัญที่ทำให้เกิดโรค นอกจากอายุแล้ว ยังเกี่ยวกับโรคประจำตัวและพฤติกรรมต่างๆ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และในคนอายุน้อยยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการใช้สารเสพติด รวมทั้งการได้รับบาดเจ็บบริเวณคอหรือศีรษะด้วย”
 
อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถป้องกันได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตนเอง ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ซึ่งมีการศึกษาพบว่าการดูแลตนเองให้ดี รวมทั้งรักษาโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง จะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 90% ดังนั้นจึงควรเริ่มต้นดูและสุขภาพ และป้องกันตัวเองอย่างง่ายๆ โดยรับประทานอาหารมีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ เลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนเพียงพอ คลายเครียด ควบคุมน้ำหนักตัว ตรวจสุขภาพประจำปี หากมีสัญญาอันตรายต้องรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการ โดยสามารถโทรสายด่วนเจ็บป่วยฉุกเฉิน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง 
 
ชีวิตที่ไม่หย่อน ไม่ตึงจนเกินไป จะช่วยให้เราสุขภาพแข็งแรงเพื่อดูแลตัวเองและคนที่เรารักไปนาน ๆ. 

"คุณหมอขอบอก"
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น