อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

นิทานเสียงสร้างจินตนาการสู่ผลงานศิลปะ

กลุ่มกล่องดินสออยากได้นิทานไปให้อาสาสมัครอ่านเพื่อทำหนังสือเสียง แล้วใส่พวกเสียงประกอบเพื่อให้ได้นิทานเสียง 5-8 นาทีที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยมีความพยายามรวบรวมให้ได้ 100 เรื่องเพื่อนำไปมอบให้แก่โรงเรียนสอนเด็กตาบอด 12 แห่งทั่วประเทศ จันทร์ที่ 18 มกราคม 2564 เวลา 12.00 น.


เพื่อนรุ่นพี่ของผมส่งข้อความทักมาว่า “กลุ่มกล่องดินสออยากได้นิทานไปให้อาสาสมัครอ่านเพื่อทำหนังสือเสียง แล้วใส่พวกเสียงประกอบเพื่อให้ได้นิทานเสียง 5-8 นาทีที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยมีความพยายามรวบรวมให้ได้ 100 เรื่องเพื่อนำไปมอบให้แก่โรงเรียนสอนเด็กตาบอด 12 แห่งทั่วประเทศ ถ้านิทานไม่มีลิขสิทธิ์จะดีมาก” ผมอ่านแล้วไม่ติดอะไรเพราะนิทานที่ผมมีเป็นนิทานที่ผมแต่งเองมียี่สิบกว่าเรื่อง นำไปให้ได้ทั้งหมดเลย จึงติดต่อนัดรับนิทานกับ คุณโบว์ - ปิยวรรณ องค์สุวรรณ ผู้จัดทำโครงการ คุณโบว์บอกผมว่า ถ้ามีอบรมอาสาสมัครอยากจะเชิญผมไปร่วมกิจกรรมด้วย
 
ปลายปีที่แล้ว รัฐบาลให้วันหยุดพิเศษเพิ่ม โรงเรียนลูกผมหยุด แต่ที่ทำงานผมไม่หยุด ผมจึงพาลูกไปทำงานด้วย ตกเย็นก็พากันไปที่ธนาคาร UOB ถนนสาทร เมื่อไปถึงมีอาสาสมัครที่เป็นพนักงานของธนาคาร นั่งเว้นระยะห่างนั่งเรียงกัน 4 ชั้นเต็มพรึ่บ ผมได้เจอคุณโบว์ที่ออกมาต้อนรับและบอกว่า ได้ทำโครงการร่วมกับธนาคาร UOB มีชื่อโครงการว่า “โครงการหนังสือนิทานเสียง UOB Voice of Love”
 

 
วันนั้นมีวิทยากร 3 ท่าน ครูศิระ ครูโน้ต และครูเตย มาช่วยกันอบรมราว ๆ 2 ชั่วโมงทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เริ่มจากการแนะนำตัวของครูและผู้อบรม มีท่าแนะนำตัวแปลก ๆ ตลก ๆ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายและละลายพฤติกรรม ครูศิระพูดถึงประโยชน์ของการใช้เสียง ตัวอย่างของการพากย์เสียงแบบต่าง ๆ และพูดถึงคุณสมบัติของนักพากย์เสียงที่ดี เช่น ต้องมีพลังกาย พลังใจ และพลังเสียง สามารถพูดได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ พากย์ได้ตรงกับคาแรกเตอร์ของตัวละคร แสดงอารมณ์ผ่านเสียงได้ดี อ่านอักขระ ควบกล้ำได้ดี อ่านได้คล่อง และมีเทคนิคในการใช้เสียง
 
หลังจากนั้นครูโน้ตและครูเตยชวนทุกคนมาวอร์มอัพก่อนเริ่มออกเสียง ตั้งแต่วอร์มหน้า อ้าปาก สูดลมหายใจแล้วเปล่งเสียงยาว ๆ ชวนอ่านประโยคพวก tongue twister สอนการใช้อุปกรณ์ นั่นก็คือ โปรแกรมอัดเสียงในมือถือนั่นเอง รวมถึงการสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น เอาไมค์อยู่ไกลปากเกินไป หรือใกล้จนลมหายใจแรงเข้าไมค์ ทุกคนได้ลองอัดเสียงแนะนำตัวเอง แล้วส่งเข้าอีเมลของโครงการ
 

 
ครูโน้ตและครูเตยให้อาสาสมัครจับคู่แล้วใส่อารมณ์ลงไปในคำ ๆ เดียว ในกิจกรรม “มา-ไม่” (คนหนึ่งอ้อนวอนชวนให้มา อีกคนตอบปฏิเสธแข็งขัน) กิจกรรมเดินรอบห้องแล้วใส่อารมณ์ต่าง ๆ เข้าไปในขณะที่เดิน เมื่ออาสาสมัครเริ่มคุ้นเคยกับการใช้เสียงเป็นแล้ว ครูโน้ตและครูเตยให้จับกลุ่มแล้วอัดเสียงเล่านิทาน ผมจับคู่กับลูกชายเล่านิทานเรื่อง “เป็ด! กระต่าย!” โชคดีที่เรื่องนี้ง่าย เป็นบทสนทนาที่สลับไปมา และเราสองคนพ่อลูกเล่านิทานคู่กันเป็นประจำอยู่แล้ว จึงอ่านจบเร็วและส่งเป็นกลุ่มแรก ส่วนกลุ่มอื่นที่มีตัวละคร 3 หรือ 4 ตัวต้องแบ่งบทและรับส่งกันให้ดี ๆ
 
เมื่อทุกกลุ่มส่งงานเสร็จแล้ว ครูก็จะไล่เปิดฟังทีละกลุ่ม ที่เซอร์ไพร้ส์สำหรับผมมาก ๆ คือ มีคอมเมนเตเตอร์ที่เป็นน้องผู้พิการทางสายตามาฟังด้วย น้องจะบอกพวกเราอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า เรื่องไหนพากย์ไหนดี ฟังแล้วเข้าใจ นึกภาพตามได้ เรื่องไหนพูดเร็วไป พูดไม่ชัด ฟังไม่ถนัด น้องจะบอกให้เราฟัง วันนั้นกลับบ้านดึกพอสมควรครับ ผมขอโทษลูกชายที่พาเขาออกจากบ้านมาทั้งวัน แต่ลูกบอกว่า ไม่เป็นไร เขาได้ทำจิตอาสาแบบนี้แล้วสุขใจ
 

 
ผ่านไปหลายสัปดาห์ คุณโบว์ส่งข้อความมาทวงการบ้าน ว่าผมและลูกชายต้องส่งนิทานเสียงให้กับโครงการด้วย โดยผมและลูกจองที่จะเล่าเรื่อง “พ่อม้าน้ำนักมายากล” ไว้ เรารีบอัดเสียงและทำส่งทันที คุณโบว์บอกว่า จะนำไปทำเสียงประกอบเพิ่มเติม ส่วนตอนเริ่มของนิทานเสียง จะเป็นเสียงของน้องผู้หญิงตาบอดที่ได้มาร่วมงานในวันนั้น
 
ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมนึกได้ว่า นิทานเสียงที่ทำเสร็จแล้วจะไปไหนต่อ คุณโบว์บอกว่า ทำหนังสือนิทานเสียงครบ 100 เรื่องแล้ว และนำไปมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับโรงเรียนสอนเด็กตาบอดเรียบร้อย เด็ก ๆ จะได้ฟังนิทาน แล้วจินตนาการว่าเสียงของตัวละครจะเป็นใครพูด มีรูปร่างอย่างไร โดยจะมีดินเบาให้เด็ก ๆ ลองปั้นตัวละครที่ชอบตามจินตนาการที่ได้ฟังในวิชาศิลปะ ผมตื่นเต้นมากอยากจะดูรูปเหล่านั้น เมื่อได้เห็นรูปแล้วก็ชื่นใจครับ
 

 
“โครงการหนังสือนิทานเสียง UOB Voice of Love” เป็นโครงการที่ได้ประโยชน์กับทุก ๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครที่ได้มาร่วมกันทำอะไรดี ๆ ใช้เสียงของตัวเอง เพื่อผลิตเป็นนิทานเสียงให้กับเด็กตาบอด เด็กตาบอดได้ฟังนิทานดี ๆ ที่มีให้ฟังถึง 100 เรื่อง และต่อยอดสร้างผลงานศิลปะที่ไม่เหมือนใคร จากการปั้นที่ได้รูปทรงมาจากการฟังเสียง และบางส่วนของผลงานปั้น จะนำมาจัดทำเป็นของขวัญในเทศกาลวันวาเลนไทน์ที่จะมาถึงนี้…ถือเป็นการให้ที่ส่งต่อไปเรื่อย ๆ น่าประทับใจจริง ๆ ครับ
 
.......................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย "น้าเมฆ"
https://facebook.com/cloudbookfanpage

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น