อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

เปิดข้อมูล "รัฐ"จัดหา-กระจายวัคซีน ใครได้ ใครเสีย

ตามหลักการในภาวะเช่นนี้ ทั่วโลก รัฐเป็นผู้บริหารจัดการและวางแผนฉีดวัคซีนให้กลุ่มประชากรตามความจำเป็น รัฐเป็นผู้กระจายเอง เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในประเทศ และองค์การอนามัยโลกคอยดูด้วยเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในระดับโลก ถ้าให้เอกชนหรือใครที่คิดว่ามีเงินไปจัดหาและฉีดเองก็จะยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และเกิดการเรียงลำดับผิด จากที่ควรฉีดตามลำดับ 1,2,3 ก็กลายเป็นว่าฉีด 3,2,1 เสาร์ที่ 23 มกราคม 2564 เวลา 10.59 น.

ท่ามกลางการระบาดโควิด-19 ระลอกทั่วโลกที่ยังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันในอัตราสูง ขณะที่การระบาดรอบใหม่ใน ประเทศไทยก็ยังทรงตัวอยู่ แต่ความหวังที่เข้ามาในช่วงนี้คือการที่วัคซีนป้องกันโรคเริ่มทยอยออกมาให้เห็นกันบ้างแล้ว แต่เมืองไทยยังมิวาย มีดรามาล็อคสเป็ค จัดหาวัคซีนไม่ครอบคลุมประชาชน มาจนถึงปมวิพากษ์วิจารณ์รัฐกีดกันภาคเอกชน  

ซึ่งเรื่องนี้ “นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์” รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในฐานะหน่วงงานที่กำกับเรื่องคุณภาพ และความปลอดภัยของวัคซีนที่จะนำมาใช้ อธิบายให้ฟังโดยเริ่มจากเรื่องของ “การสั่งจองวัคซีน” บริษัทผู้ผลิตวัคซีนนั้นไม่ได้เพิ่งมาเปิดให้จองเมื่อเห็นผลแล้วว่าวัคซีนประสบความสำเร็จ แต่เปิดให้จองตอนเริ่มพัฒนา ซึ่งผลที่ออกมาจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ต้องยอมรับผล ดังนั้นจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

เช่นเดียวกับ “การขึ้นทะเบียน” บริษัทผู้ผลิตเขาเองก็ต้องวางแผนว่าจะไปขายให้ใคร ในจำนวนเท่าไหร่ แล้วก็ไปขอขึ้นทะเบียนกับ อย.ของประเทศนั้นๆ ซึ่งถ้าเป็นวัคซีนที่ใช้ในยามปกติ จะต้องมีผลการติดตามการฉีดว่ามีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพอย่างไร หลังผ่านการฉีดและติดตามได้ประมาณ 1 ปี

แต่กับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 วันนี้ ยังไม่มีตัวใดที่สำเร็จสมบูรณ์ การขึ้นทะเบียนเป็น “การขึ้นทะเบียนแบบฉุกเฉิน” ซึ่งคำว่าฉุกเฉินไม่ได้หมายความว่าให้นำเข้ามาแบบฉุกเฉิน หรือการรีบนำเข้ามาใช้ แต่คำว่าฉุกเฉินหมายความว่าต้องควบคุมและระวังอย่างรัดกุม คือต้องแจ้งอย่างชัดเจนว่าจะควบคุมอย่างไร กระจายอย่างไร ฉีดให้ใครติดตามผลอย่างไร
และในภาวะโรคระบาด และการใช้วัคซีนในภาวะฉุกเฉินนั้น ทั่วโลกจะทำแบบเดียวกันคือ รัฐเป็นผู้ดำเนินการ จัดหา และควบคุมกระจาย โดยเรียงลำดับผู้ที่ควรจะได้รับวัคซีนก่อน หลัง และติดตามผลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่พบว่ามีบริษัทเอกชนรายใดที่ดำเนินการฉีดให้กับประชาชนโดยตรง แต่รัฐเป็นผู้ดำเนินการทั้งสิ้น แม้แต่สหรัฐอเมริกา ซึ่งปกติจะมีการบริหารจัดการแบบรัฐ แต่การฉีดวัคซีนคราวนี้ยังดำเนินการโดยส่วนกลาง



 นพ.สุรโชค บอกว่า อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ปิดกั้นเอกชน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครมายื่นขอขึ้นทะเบียนแต่อย่างใด อย่างไฟเซอร์ หรือจอนห์สัน แอนด์ จอนห์สัน ก็มีการสอบถามเข้ามา แต่ไม่ได้มายื่น หรือแม้แต่กรณีที่มีเอกชนรายหนึ่งที่ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อนั้น หากยากยื่นก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องถามว่าจะเอาวัคซีนจากที่ไหน และฉีดให้ใคร เป็นไปตามกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดหรือไม่ ติดตามอย่างไร ตรงนี้ต้องตอบให้ได้ แต่ในข้อเท็จจริงคือ เอกชนรายนี้เพียงแค่ทำหนังสือมาถึงอย. เพื่อขอให้รับรองว่าเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการนำเข้าวัคซีน ซึ่งอย.ไปอนุญาตแบบนั้นไม่ได้

 “ตามหลักการในภาวะเช่นนี้ทั่วโลกรัฐเป็นผู้บริหารจัดการและวางแผนฉีดวัคซีนให้กลุ่มประชากรตามความจำเป็น รัฐเป็นผู้กระจายเอง เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในประเทศ และองค์การอนามัยโลกคอยดูด้วยเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในระดับโลก ถ้าให้เอกชนหรือใครที่คิดว่ามีเงินไปจัดหาและฉีดเองก็จะยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และเกิดการเรียงลำดับผิด จากที่ควรฉีดตามลำดับ 1,2,3 ก็กลายเป็นว่าฉีด 3,2,1 กว่าวัคซีนจะมาถึงคนที่ควรได้อันดับที่ 1 ก็ช้า และเกิดอันตราย เกิดความเสียหายมากกว่า กลายเป็นว่าไม่มีใครได้ประโยชน์จากวัคซีนเพราะมีการเรียงลำดับความสำคัญผิด”

ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมา การฉีดวัคซีนในระยะแรกทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทยก็จะมีการดูแล โดยรัฐบาล จนกว่าจะสามารถควบคุมโรคให้สงบลงได้ ก็เปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมในการดูแลสุขภาพประชาชน เหมือนที่มีการระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งระยะหลังก็เปิดให้เอกชนฉีดวัคซีนป้องกันได้
“ในภาวะที่โรคกำลังระบาด ถ้าไม่สามารถทำให้โรคสงบได้ก็ไม่มีประโยชน์ เราจึงต้องมองคนรอบข้างเราด้วย ไม่ใช่เรื่องของการค้าขายอย่างเดียว อย่างเช่น แอสตราฯ ที่ให้ไทยผลิต ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นกระจายวัคซีนให้กับประเทศในแถบอาเซียนด้วย ไม่ใช่หวังให้ประเทศไทยประเทศเดียว แต่เราต้องควบคุมโรคในแถบเพื่อนบ้านเราด้วย เราจะอยู่คนเดียวไม่ได้ เพราะถ้าเพื่อนบ้านยังไม่สงบ เราก็แย่ไปด้วย หลักการควบคุมการระบาดต้องไม่ได้มองแค่เราเพียงคนเดียว แต่ต้องมองทั่วโลก”

คอลัมน์ : คุณหมอขอบอก
เขียนโดย : อภิวรรณ เสาเวียง
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 28