อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

แนวทางสังคมนิยม

แม้โควิด-19 จะส่งผลกระทบหนักหน่วงต่อทุกภาคส่วน ขัดขวางเศรษฐกิจ และกิจกรรมในสังคม แต่พรรคสังคมนิยมเวียดนาม รวมทั้งประชาชนและกองทัพ ได้ร่วมมือกันต่อสู้กับโควิดอย่างเต็มกำลัง ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญเกือบทั้งหมด อังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น.

พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม หรือ ซีพีวี (Communist Party of Vietnam : CPV) เริ่มการประชุมใหญ่ทุก 5 ปี ครั้งที่ 13 สภาแห่งชาติ ในเมืองหลวงกรุงฮานอย ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยการประชุมซึ่งจะดำเนินติดต่อกันไปจนถึงวันที่ 2 ก.พ.จะมีวาระสำคัญหลายอย่างที่น่าสนใจจับตามอง โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายกลุ่มผู้นำระดับสูงของประเทศชุดใหม่
 
การประชุมครั้งนี้ถูกกำหนดโดย การประชุมใหญ่เต็มองค์คณะครั้งที่ 14 คณะกรรมการศูนย์กลางพรรคฯ ในกรุงฮานอย ระหว่างวันที่ 14–18 ธ.ค. 2563
 
รายงานในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์พนมเปญ โพสต์ ของกัมพูชา บอกว่า การประชุมสภาแห่งชาติ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ครั้งที่ 13 จะมีการลงมติเลือกสมาชิกชุดใหม่ 180 คน ของคณะกรรมการศูนย์กลางพรรคฯ จากผู้แทนพรรคฯ 1,587 คนจากทั่วประเทศ และหลังจากนั้นผู้แทนพรรคฯ จะลงมติเลือกคณะกรรมการกรมการเมือง หรือ โปลิตบูโร ชุดใหม่ 19 คน จากคณะกรรมการศูนย์กลางพรรคฯ 180 คน โดยสมาชิกโปลิตบูโรหมายเลขหนึ่ง คือเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม หรือผู้นำสูงสุดของประเทศ
 
เลขาธิการพรรคฯ คนปัจจุบันคือ นายเหวียน ฝู จ่อง
 
การประชุมใหญ่คณะกรรมการศูนย์กลางพรรคฯ ช่วงกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีการพิจารณา คัดกรอง รายงานที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติ เช่น ผลการดำเนินงาน ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะเวลา 10 ปี ระหว่างปี 2554–2563 ซึ่งรัฐบาลกำหนดเป้าหมาย ทำให้เวียดนามกลายเป็น “ประเทศอุตสาหกรรมทันสมัย” ภายในปี 2563  และระบบเศรษฐกิจการตลาดแบบสังคมนิยม
 
นอกจากนั้นก็เป็นรายงานกำหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา สำหรับปี 2564–2573 และทบทวนผลการดำเนินงาน ภารกิจด้านเศรษฐกิจและสังคม ระหว่างปี 2559–2563 และกำหนดภารกิจสำหรับปี 2564-2568

ยุทธศาสตร์การพัฒนาระยะ 10 ปี ระหว่างปี 2554–2563 สถานการณ์โลกและในภูมิภาค มีความซับซ้อนเกินคาดการณ์ ในปีสุดท้าย (2563) การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจถดถอยในระดับที่ไม่เคยปรากฎในรอบหลายทศวรรษ และผลพวงคาดว่าจะนานหลายปี 
 
แม้โควิด-19 จะส่งผลกระทบหนักหน่วงต่อทุกภาคส่วน ขัดขวางเศรษฐกิจ และกิจกรรมในสังคม แต่ซีพีวี รวมทั้งประชาชนและกองทัพ ได้ร่วมมือกันต่อสู้กับโควิดอย่างเต็มกำลัง ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญได้เกือบทั้งหมด
 
อัตราเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนาม ยังอยู่ในระดับ “ค่อนข้างสูง” ในช่วงระหว่างปี 2554 – 2558ค่าเฉลี่ยอัตราเติบโตของจีดีพี อยู่ที่ 5.9 % ต่อปี และขยับขึ้นเป็น 6.8 % ต่อปี ระหว่างปี 2559–2562
 
ปี 2563 เศรษฐกิจสะดุดจากพิษของโควิด-19 แต่คาดว่าจะเติบโตเกิน 2 % 
 
ส่วนช่วงระหว่างปี 2554–2564 โดยรวม คาดว่าอัตราเติบโตโดยเฉลี่ย น่าจะอยู่ที่ 5.9 % ต่อปี ทำให้เวียดนามอยู่ในกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตสูง
 
มูลค่าจีดีพีของเวียดนามสูงขึ้นกว่าเท่าตัวในระยะ 10 ปี จาก 116,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2553 สู่ระดับ 268,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2563 และรายได้ต่อหัวต่อปีของประชากร เพิ่มขึ้นจาก 1,331 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2553 เป็น 2,750 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2563
 
มูลค่าการนำเข้าส่งออกสูงขึ้นกว่า 3 เท่า จาก 157,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2553 เป็น 517,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2562 แต่เมื่อโดนผลกระทบจากโควิดในปี 2563 สูงขึ้นเพียงแค่ 527,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 190% ของจีดีพี

การส่งออกของเวียดนามเติบโตรวดเร็วมาก จาก 72,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2553 เป็น 267,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2563 หรือสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 14% ต่อปี ช่วยขับเคลื่อนอัตราเติบโตของเศรษฐกิจประเทศโดยรวม
 
ทางด้านความสัมพันธ์กับนานาชาติ ปัจจุบันเวียดนามมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับ 111 ประเทศ มีสถานทูตและสถานกงสุลใน 98 ประเทศ.

-----------------
     
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 49