อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

เอ็นดีซี

ในสารเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า “เป้าหมายหลัก” ภารกิจขององค์การปสหประชาชาติ ในปี 2564 คือ การระดมความร่วมมือทั่วโลก เพื่อไปสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ภายในกึ่งกลางศตวรรษนี้ “ทุกรัฐบาล เมือง ภาคธุรกิจและบุคคล สามารถมีส่วนร่วม ในการบรรลุวิสัยทัศน์นี้” พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น.

ผ่านขีดเส้นตายสิ้นปี 2563 กว่าครึ่งของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่สามารถยื่นเสนอรายงานฉบับปรับปรุง การลดปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศ ตามพันธกรณีที่ให้ไว้กับองค์การสหประชาชาติ ทำให้เป้าหมายลดโรคร้อน ตามความตกลงปารีส ไม่อาจบรรลุได้ตามกำหนด
 
เกือบทุกประเทศบนโลกใบนี้ ลงนามในความตกลงปารีสปี 2558 ซึ่งเรียกร้องให้จำกัดเพดานอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ต่ำกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม 2 องศาเซลเซียส หรือ 1.5 องศาองศาเซลเซียส ถ้าเป็นไปได้


United Nations
 
เป้าหมายชุดแรกที่เรียกว่า การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ เอ็นดีซี (Nationally Determined Contributions : NDCs)  หากบรรลุ เราจะเห็นโลกร้อนขึ้น 3 องศาเซลเซียส แต่ประเทศต่าง ๆ ให้คำมั่นจะเริ่งการลดปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยจะปรับแผนดำเนินการทุก 5 ปี    
 
ช่วงใกล้ถึงขีดเส้นตาย วันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลายประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ กล่าวว่า จะบรรลุเป้าหมายปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ “ภายในคริสต์ศตวรรษนี้” แต่ประเทศอื่น ๆ จำนวนมาก ปล่อยผ่านขีดเส้นตาย โดยไม่ยื่นเสนอรายละเอียด เป้าหมายระยะสั้นฉบับปรับปรุง ตามที่เคยให้คำมั่นไว้
 
เป้าหมายของประเทศส่วนใหญ่ที่ร่วมตกลงใน เอ็นดีซี จะสิ้นสุดลงในปี 2573 มีเพียงไม่กี่ประเทศ รวมถึง สหรัฐอเมริกา สิ้นสุดในปี 2568
 
จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ ถึงวันที่ 1 ม.ค. 2564 มีประมาณ 70 ประเทศ จากเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก ที่ยื่นเสนอรายงานฉบับปรับปรุง หลายประเทศที่ไม่ได้ยื่น อ้างความล่าช้าจากปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19
 
หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อยากจะเห็นแผนล่าสุดจากจีน ประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยเมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ประกาศแผนยากลำบากใหม่ จีนจะลดการปล่อยคาร์บอนเหลือศูนย์ ภายในปี 2603 (ค.ศ. 2060) แต่จนถึงขณะนี้ ทางการปักกิ่งยังไม่ได้ยื่นแผนข้อเสนอ


United Nations
 
อีกประเทศที่ยังไม่ยื่นเสนอรายงานความคืบหน้าคือ สหรัฐ ประเทศผู้ปล่อยคาร์บอนมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน ซึ่งประะานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งกลายเป็นอดีตผู้นำไปหมาด ๆ ถอนสหรัฐออกจากความตกลงปารีส 
 
แต่ผู้นำสหรัฐคนใหม่ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามในคำสั่งนำประเทศกลับเข้าสู่ความตกลงใหม่อีกครั้ง พร้อมกับประกาศทำให้อเมริกาเป็นประเทศปลอดคาร์บอน ภายในปี 2593 เร็วกว่าจีน 10 ปี
 
จากการประเมินของยูเอ็น การปล่อยก๊าซคาร์บอน จำเป็นต้องลดลงปีละ 7.6% ในระยะ 10 ปีจนถึงปี 2573 ถ้าจะจำกัดความร้อนเฉลี่ยของโลก ไม่ให้สูงขึ้นอีกเกิน 1.5 องศาเซลเซียส
 
ปัจจุบัน ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิพื้นผิวโลก ร้อนขึ้นเกือบ 1.2 องศาเซลเซียสแล้ว เพิ่มขีดความรุนแรงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสรรพสิ่งมีชีวิตบนโลกมากขึ้น
 
ในสารเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า “เป้าหมายหลัก” ภารกิจขององค์การปสหประชาชาติ ในปี 2564 คือ การระดมความร่วมมือทั่วโลก เพื่อไปสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ภายในกึ่งกลางศตวรรษนี้ “ทุกรัฐบาล เมือง ภาคธุรกิจและบุคคล สามารถมีส่วนร่วม ในการบรรลุวิสัยทัศน์นี้”
 
ข้อมูลล่าสุดจากการประเมินของ Clamate Action Party กลุ่ม 49 ประเทศที่ยื่นแผนข้อเสนอใหม่ ก่อนกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงทั้ง 27 ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป หรือ อียู มีอัตราส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกเพียงแค่ 23.7%
 
และหลังการประเมินดังกล่าว อีก 20 ประเทศได้ยื่นเสนอแผนใหม่ รวมถึงประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น เกาหลีใต้ และอาร์เจนตินา
 
แต่แผนข้อเสนอใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิม หลายประเทศที่ยื่น เช่น บราซิล ญี่ปุ่น รัสเซีย นิวซีแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และเวียดนาม ล้วนแต่มีเนื้อหาความมุ่งหมายเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง.

-----------------------------
       
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 51