อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

เริ่มทดลองรถเมล์ไทยทำไทยใช้แปลงโฉมรถเก่าโทรมๆเป็นไฟฟ้า

สัปดาห์นี้พาไปชมความสามารถของคนไทย ในโครงการพัฒนารถโดยสารไฟฟ้าจากรถโดยสารประจำทางใช้แล้วของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) (City transit E-buses) อังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 08.00 น.


สัปดาห์นี้พาไปชมความสามารถของคนไทย ในโครงการพัฒนารถโดยสารไฟฟ้าจากรถโดยสารประจำทางใช้แล้วของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก. ) (City transit E-buses) ผลงานวิจัยและพัฒนาของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาโครงการฯ ทั้งหมด 4 คัน ขณะนี้พัฒนาเสร็จแล้ว 1 คัน

ผู้เกี่ยวข้องกำลังทดสอบการเดินรถต้นแบบใน 3 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางที่ 1 อู่บางเขน-รามอินทรา-แจ้งวัฒนะ-ทางด่วนอุดรรัถยา-คลองหลวง-กาญจนาภิเษก (ตะวันออก)-ทางด่วนฉลองรัช ระยะทาง 77.5 กม. เส้นทางที่ 2 อู่บางเขน-รามอินทรา-แจ้งวัฒนะ-ทางด่วนอุดรรัถยา-กาญจนาภิเษก (ตะวันออก)-ทางด่วนฉลองรัช-รามอินทรา 100 กม. และ เส้นทางที่ 3 อู่บางเขน-รามอินทรา-วิภาวดีรังสิต-ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน)-ทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนเอเซีย) กลับรถ กม.15 ย้อนกลับทางเดิมเข้าสู่อู่บางเขน 100 กม. โดยจะทดสอบไปถึงสิ้นเดือน ม.ค. นี้



คณะทำงานวิจัยฯ จะเก็บข้อมูลสมรรถนะการเดินรถ การใช้อัตราเชื้อเพลิง ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจะนำรถเมล์ไฟฟ้าไปทดสอบการลุยน้ำท่วมขัง ที่สนามทดสอบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) วิทยาเขตปราจีนบุรี 1-2 วัน ส่วนรถเมล์ไฟฟ้าอีก 3 คัน จะทยอยนำมาทดสอบเช่นเดียวกับคันแรก

เมื่อทดสอบทั้ง 4 คันเสร็จสิ้นตามขั้นตอนแล้ว จะนำมาทดลองให้ประชาชนใช้บริการฟรีในเส้นทางเดินรถจริงของ ขสมก. 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 95 บางเขน-แฮปปี้แลนด์, สาย 107 บางเขน-ท่าเรือคลองเตย, สาย 129 บางเขน-สำโรง, สาย 543 บางเขน-ลำลูกกา, สาย 543ก ท่าน้ำนนท์-อู่บางเขน และ สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง-บีทีเอสจตุจักร กำหนดแผนทดลองเดินรถไว้ 2 เดือน ช่วง ก..-เม..64 เบื้องต้นกำหนดเดินรถไม่เกิน 200 กม.ต่อวัน



นางพริ้มเพรา วงศ์สุทธิรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ 2 ขสมก. บอกว่า ที่เลือกวิ่งใน 6 เส้นทางนี้ เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของเขตการเดินรถที่ 1 ซึ่งได้ติดตั้งตู้อัดประจุไฟฟ้ารองรับการชาร์จแบตเตอรี่ไว้แล้ว เป็นเส้นทางที่มีความหลากหลายทั้งวิ่งทางราบ ทางด่วน วิ่งเส้นทางในเมือง นอกเมือง และเชื่อมท่าอากาศยาน ทำให้มีสภาพจราจรและการเดินรถที่แตกต่างกัน เมื่อทดลองวิ่งครบทั้ง 6 เส้นทางแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปปรับปรุงให้สอดคล้องกับการใช้งานมากที่สุด ก่อนส่งมอบรถโดยสารไฟฟ้า 4 คัน ให้ 4 หน่วยงานที่ร่วมมือกันในครั้งนี้ ได้แก่ ขสมก. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 63 พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมผลงานวิจัยการพัฒนาต้นแบบรถโดยสารไฟฟ้าในโครงการนี้เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในการออกแบบและผลิตรถโดยสารไฟฟ้าที่สามารถจดทะเบียนเพื่อใช้งานกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้อย่างถูกต้อง พร้อมสำหรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม รวมทั้งพัฒนาตู้อัดประจุไฟฟ้า 2 ตู้ ติดตั้งที่เขตการเดินรถที่ 1 ของ ขสมก. โดยชาร์จแบตเตอรี่ช่วงกลางคืนหลังให้บริการเสร็จว่าแต่ละคันจะใช้เวลาชาร์จกี่ ชม. กว่าแบตจะเต็ม เนื่องจากแต่ละคันมีจำนวนเที่ยววิ่งไม่เท่ากัน



โครงการนี้ ขสมก. ได้สนับสนุนรถโดยสารปรับอากาศสีเหลือง-ส้ม ยูโรทู ยี่ห้อเบนซ์ ที่ปลดระวางแล้ว 4 คัน อายุใช้งาน 21-22 ปี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับปรุงเป็นรถโดยสารไฟฟ้า โดยเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ถอดตัวถังจากที่ใช้น้ำมันดีเซลใช้เชื้อเพลิงแบตเตอรี่แทน ปรับปรุงที่นั่งภายในรถโดยสาร ผ้าม่าน และทาสีรถให้มีสภาพใหม่ เน้นประกอบและผลิตในไทย โดยวัสดุ 40-50% ที่ประกอบต้องใช้ของไทย ทั้งนี้วัสดุบางส่วน เช่น แบตเตอรี่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ถ้าประกอบและผลิตเสร็จ ทำให้รถโดยสารไฟฟ้านี้มีอายุใช้งานได้อีก 7-8 ปี

งบประมาณดำเนินการอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาทต่อคัน ใกล้เคียงราคานำเข้ารถเมล์ไฟฟ้าจากต่างประเทศ 10-12 ล้านบาทต่อคัน ส่วนรถเมล์ใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติ (เอ็นจีวี) และน้ำมันดีเซลอยู่ที่คันละ 3-5 ล้านบาท หากส่งเสริมให้ผู้ประกอบการผลิตรถเมล์ไฟฟ้าในประเทศจำนวนมากจะส่งผลให้ต้นทุนถูกลง



ภาครัฐสนับสนุนโครงการรถเมล์ไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงเพื่อลดมลพิษทางอากาศ เรื่องกรีนๆ หากผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตรถโดยสารไฟฟ้าได้เองถือว่า ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ.



--------------------------------------
คอลัมน์ มุมคนเมือง
โดย ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่ง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    61%
  • ไม่เห็นด้วย
    39%

ความคิดเห็น