อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อภิปรายไม่ไว้วางใจ จัดหนักลอตใหญ่ของฝ่ายค้าน

นี่ก็จะสิ้นสมัยประชุมสภาฯ แล้ว ในวันที่ 28 ก.พ. ก็ต้องรีบๆ ยื่นแล้วขออภิปรายในช่วงวันที่ 16-19 ก.พ. ซึ่งก็เห็น ส.ส.ฝ่ายค้านก็คุยโวว่า “มีหมัดเด็ด” แต่ให้เวลา 4 วันไม่พอนี่ เห็นทีว่าน่าจะตกลงเรียนเรื่องจับใจความกันใหม่หน่อย พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 08.00 น.


ในที่สุดฝ่ายค้านก็ได้ฤกษ์ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเงื้อง่าราคาแพงจะต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจปีละครั้งให้ได้ และนี่ก็จะสิ้นสมัยประชุมสภาฯ แล้ว ในวันที่ 28 ก.พ. ก็ต้องรีบๆ ยื่นแล้วขออภิปรายในช่วงวันที่ 16-19 ก.พ. ซึ่งก็เห็น ส.ส.ฝ่ายค้านก็คุยโวว่า “มีหมัดเด็ด” แต่ให้เวลา 4 วันไม่พอนี่ เห็นทีว่าน่าจะตกลงเรียนเรื่องจับใจความกันใหม่หน่อย เพื่อจะได้ฟังแล้วเข้าประเด็นโชะๆ ไม่ตีโวหารให้ฟังแล้วเบื่อ

เปิดชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมา ก็มีถึง 10 คน คนแรกก็ไม่พ้นหัวหน้า ครม. 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถูกยื่นอภิปรายประเด็นบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม ไร้ภาวะผู้นำ ทำลายผู้เห็นต่าง ละเลยให้มีบ่อนพนันกระจายไปทั่ว ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน



ซึ่งเรื่องบ่อนการพนันนี่ ได้ข่าวว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เตรียมลับดาบจะเล่นงานเอง จากคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์เอง ที่บอกทำนองว่า “มีร้อยนายกฯ ก็แก้ไขปัญหานี้ไม่ได้” โดย “บิ๊กตู่ เสรีพิศุทธ์” (ชื่อเล่นตู่เหมือนกัน) ยกตัวอย่างสมัยตัวเองว่าก็ปราบปรามได้ตั้งหลายบ่อน แต่มาคราวนี้ นายกฯ มาพูดทำนองหมดปัญญา เรื่องบ่อนนี่กลายเป็นประเด็นที่ทำตำรวจอ่วมไปพอสมควร เพราะเป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อโควิดระลอกใหม่

นอกจากนี้ “บิ๊กตู่ ประยุทธ์” ยังจะถูกอภิปรายเรื่องที่เคยพูดว่า “พระมหากษัตริย์ไม่ทรงโปรดให้ใช้ ม.112” แต่ตอนนี้กลายเป็นมีการการจับตาม ม.112 บ่อยครั้งมาก ร่วม 40 คดีเข้าไปแล้ว ซึ่งนายกฯ ก็ตอบว่า “อย่าเอามาพันกับการเมือง” ที่ผ่านมาในช่วงแรก ได้ให้โอกาส เพราะไม่ต้องการใช้ ม.112 ปิดปากคนหรือทำร้ายใครทั้งสิ้น ต้องไปดูที่ว่าสิ่งที่เขาทำมานั้นทำซ้ำมากี่ครั้งแล้ว หากคิดว่าตัวเองถูกกฎหมายก็ต่อสู้ด้วยกระบวนการยุติธรรม

และที่จะโดนอภิปรายอีกเรื่องคือโควิด ที่ฝ่ายค้านว่า เรื่องเดียวก็ล่อเข้าไปวันนึงแล้ว โดยเฉพาะที่น่าจะโดนคือเรื่องความล้มเหลวในการบริหารจัดการโรค การที่จัดซื้อวัคซีนแพง การที่บริษัทเอกชนสยามไบโอไซเอนซ์ ได้รับสิทธิผลิตวัคซีนจากบริษัทแอสตราเซเนกา เป็นการเอื้อเอกชนภาคใดภาคหนึ่งหรือไม่ จนนาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าออกมาเรียกร้องให้เปิดสัญญา และนายกฯ ก็บอกแค่ว่า “ให้รอดูในสภา”

นักข่าวก็เป็นกังวลว่าเอาเรื่องการเมืองมาเล่นแล้วจะมีปัญหาอะไรกับบริษัทแอสตราเซเนกาหรือเปล่า นายกฯ ก็ย้ำว่า “ก็อย่านำมาเกี่ยวกับการเมือง วันนี้การเจรจาการตกลงก็เป็นไปได้ด้วยดี หากเราประโคมข่าวเรื่อยๆ ก็จะเกิดปัญหาความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ผมก็ไม่อยากให้ไปอยู่ในเรื่องของการเมือง นักการเมืองก็ต้องระมัดระวังเรื่องการพูดจาที่ทำให้เกิดผลกระทบ หากทําให้เกิดความเสียหายทุกคนก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบตรงนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้

ก็ดูท่าทาง พล.อ.ประยุทธ์น่าจะอ่านโจทย์ออกว่าจะโดนอะไรบ้าง ที่น่าจะโดนอีกอย่างคือการจัดสรรงบซื้ออาวุธ ซึ่งนายกฯ ก็โยงให้เป็นเรื่องของกรรมาธิการงบประมาณพิจารณาไป ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็วัดกันว่า จะมีอะไรแปลกใหม่มากกว่าที่ฝ่ายค้านออกมาโจมตีนายกฯ รายวันหรือไม่ ถ้าไม่มีอะไรใหม่ก็เหมือนฟังเรื่องเดิมๆ เพราะ “บิ๊กตู่” เองก็จัดเป็นนายกฯ ที่พูดเยอะให้สัมภาษณ์ทุกวัน (และแทบจะทุกเรื่อง) อยู่แล้ว



คนที่โดนต่อมาคือ 2. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถูกยื่นอภิปรายประเด็นทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ใช้งบประมาณรัฐสร้างความร่ำรวย มั่งคั่งให้ตนเอง จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ซื่อสัตย์สุจริต มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและพวกพ้อง ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันนี้ บิ๊กป้อมตอบสั้นๆ ว่า ตัวเองเดินจะไม่ไหวอยู่แล้วจะมีอะไรอีก



3. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่องร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถ ไม่ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ส่งผลให้มีการแพร่ระบาดรอบสองอย่างกว้างขวาง อำพรางการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรค เพื่อเปิดช่องให้ทุจริต แสวงหาประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชน ก็น่าจะเรื่องซื้อวัคซีนที่คงต้องตอบร่วมกับนายกฯ ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าพร้อมสู้



4. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ลอยตัวหนีปัญหา เลือกปฏิบัติ ไม่ยึดหลักธรรมาภิบาล แต่งตั้งบุคคลไม่มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถเพื่อแสวงหาประโยชน์ในลักษณะแบ่งแยกหน้าที่กันทำ ทุจริตในหน่วยงาน ไม่มีความรอบคอบ นี่ก็น่าจะโดนเรื่องหน้ากากอนามัยขาดรอบแรก ที่มีข่าวคนของพรรคประชาธิปัตย์ไปเกี่ยว



5. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บริหารราชการแผ่นดินโดยมิคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศ และความผาสุกของประชาชน แต่ใช้อำนาจในตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง ใช้กลไกทางกฎหมายวางแผนทุจริตอย่างเป็นระบบแยบยล ปล่อยปละละเลยให้องค์กรในกำกับทุจริตอย่างกว้างขวาง ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม สำหรับ “บิ๊กป๊อก” นั้นน่าจะโดนอภิปรายเรื่องสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว



6. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่เคารพหลักการสิทธิมนุษยชน ละเว้นและบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรมจริยธรรม ใช้อำนาจแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ ในลักษณะกดขี่ข่มเหงข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้มีบุคคลหลายรายซึ่งเป็นพวกพ้องของตนเข้าสู่ตำแหน่ง ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต



7. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน บริหารราชการผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลยให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้ใช้แรงงาน ไม่กำกับควบคุมผู้ใช้แรงงานต่างด้าวให้เป็นระบบจนเกิดแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาจำนวนมาก สร้างผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเรื่องปัญหาแรงงานเถื่อนผิดกฎหมายนี่ก็คงต้องช่วยตอบกับนายกฯ ว่าจะมีมาตรการเด็ดขาดอย่างไร



8. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม บริหารราชการแผ่นดินโดยเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติและประชาชน เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผูกขาด เพื่อให้มีสิทธิดำเนินงานในกิจการของรัฐ



9. นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง
และคนสุดท้ายที่เป็นตำบลกระสุนตกจากเรื่องคุณสมบัติ คือ 10. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่อง ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง ปกปิดข้อมูลความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในการยื่นหรือการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เสนอให้มีการแต่งตั้งคู่สมรสเป็นข้าราชการการเมือง



ก็เกริ่นเรื่องอภิปรายเที่ยวนี้กันพอหอมปากหอมคอ ดูวันจริงว่าฝ่ายค้านจะเล่นการเมืองเรียกความนิยมหรือพิทักษ์ผลประโยชน์ประเทศชาติจริงๆ.
.....................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย "บุหงาตันหยง" 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น