อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

สหรัฐ ผลัดเปลี่ยนผู้นำ ท่ามกลางสังคมแตกแยก

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 64 นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ คนที่ 46 ได้เข้าสู่พิธีปฏิญาณตน (Inauguration) รับตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งเป็นไปตามประเพณีที่มีมากว่า 200 ปี นับตั้งแต่ประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน ซึ่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรก เมื่อปี ค.ศ. 1789 พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 10.00 น.


การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 63 ซึ่งพรรครีพับลิกัน ส่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ ลงชิงชัยเป็นประธานาธิบดี และนายไมค์ เพนซ์ เป็นรองประธานาธิบดี ส่วนพรรคเดโมแครต ส่งนายโจ ไบเดน ลงชิงชัยเป็นประธานาธิบดี และนางกมลา แฮร์ริส เป็นรองประธานาธิบดี ทั้งนี้มีผู้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 92 ล้านคน 
 
ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ คนที่ 46 ในครั้งนี้ ปรากฏว่านาย โจ ไบเดน ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งจากประชาชน (popular vote) 81.28 ล้านเสียง คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง (electoral vote) 306 เสียง ชนะนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งจากประชาชน 74.22 ล้านเสียง คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 232 เสียง ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศไม่ยอมรับความพ่ายแพ้โดยอ้างว่านาย โจ ไบเดน ชนะเพราะมีการโกงเลือกตั้ง รวมถึงยังได้กล่าวหาว่าสื่อนำเสนอข่าวเท็จ โดยได้ส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์ ซึ่งต่อมาภายหลังบริษัททวิตเตอร์ อิงค์ ได้ระงับการใช้งานถาวรบัญชีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยให้เหตุผลว่าเป็นบัญชีที่มีความเสี่ยงต่อการสร้างความรุนแรงในสังคม


 
เหตุการณ์ที่มีกลุ่มผู้สนับสนุนนาย โดนัลด์ ทรัมป์ เดินขบวนครั้งใหญ่ในกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 64 และมีผู้ประท้วงบางส่วนพยายามบุกรุกเข้าไปด้านในอาคารรัฐสภาในขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภากำลังประชุมเพื่อรับรองชัยชนะของนายโจ ไบเดน ตำรวจจึงได้ยิงแก๊สน้ำตาสกัดกั้นผู้ชุมนุมพร้อมสั่งอพยพผู้คนออกจากอาคารสำนักงานต่าง ๆ ทันที พร้อมกับอารักขาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาให้ออกไปจากอาคาร และขอให้สวมหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตา เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ถูกจับกุม 52 ราย
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 64 นาย โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ คนที่ 46 ได้เข้าสู่พิธีปฏิญาณตน (Inauguration) รับตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งเป็นไปตามประเพณีที่มีมากว่า 200 ปี นับตั้งแต่ประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน ซึ่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรก เมื่อปี ค.ศ. 1789 ( พ.ศ. 2332)
 
สถานการณ์ในวันดังกล่าวฝ่ายความมั่นคงมีการคุ้มกันรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ช่วงเช้าวันที่มีพิธีปฏิญาณตน มีการระดมกำลังการอารักขารอบบริเวณอาคารรัฐสภา โดยเพิ่มระดับความปลอดภัยด้วยรั้วกั้นสูง 4 เมตร และเพิ่มเป็น 2 ชั้น พร้อมกับติดตั้งรั้วลวดหนามบางจุด อีกทั้งมีการเพิ่มจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ทั่วกรุงวอชิงตัน ดีซี ในทุกตรอกซอกซอย ซึ่งเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพันนายและกองกำลังสำรอง (National Guard) กว่า 25,000 นาย
 
บรรยากาศการจัดงาน มีการผสมผสานธรรมเนียมปฏิบัติเดิมกับความเป็นปกติใหม่ (new normal) จากเดิมที่มีประชาชนจำนวนเรือนแสนเรือนล้านมาร่วมพิธีฯ ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าอาคารรัฐสภา (National Mall) กลายเป็นการจัดแสดงริ้วธงกว่า 200,000 ชิ้น เพื่อเป็นตัวแทนของชาวอเมริกันทั่วประเทศ รวมถึงมีการจำกัดผู้เข้าร่วมพิธีปฏิญาณตนจากราว 2 แสนคน เหลือเพียงราว 2 พันคนเท่านั้น ซึ่งมีชาวอเมริกันและชาวโลกได้ร่วมชมภาพประวัติศาสตร์ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และสื่อสังคมออนไลน์
 
ขอนำคำกล่าวสุนทรพจน์บางตอนของนาย โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ หลังพิธีปฏิญาณตนรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 64 ซึ่งถอดความเป็นภาษาไทยโดย วิทยุเสียงอเมริกา (Voice of America) ดังนี้
 
"นี่เป็นวันของประชาธิปไตย วันแห่งประวัติศาสตร์ และความหวัง ของการเริ่มต้นใหม่และความแน่วแน่ อเมริกาได้ถูกทดสอบอีกครั้งผ่านความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคสมัย…
 
(This is democracy's day, a day of history and hope, of renewal and resolve. Through a crucible for the ages, America has been tested anew. And America has risen to the challenge….)
 
เราได้เรียนรู้อีกครั้งว่าประชาธิปไตยเป็นสิ่งล้ำค่า ประชาธิปไตยนั้นเปราะบาง และชั่วโมงนี้ มิตรสหายทั้งหลาย ประชาธิปไตยได้รับชัยชนะแล้ว…
 
(We've learned again that democracy is precious. Democracy is fragile. And at this hour, my friends, democracy has prevailed…)
 
เราจะเดินหน้าด้วยความรวดเร็วและความเร่งด่วน เพราะเรามีภารกิจหลายอย่างในฤดูหนาวแห่งภยันอันตรายและโอกาสที่สำคัญ มีหลายเรื่องที่ต้องซ่อมแซม หลายเรื่องที่ต้องฟื้นฟู หลายเรื่องที่ต้องเยียวยา หลายอย่างที่ต้องสร้าง และหลายอย่างที่ต้องเพิ่มพูน น้อยคนนักในประวัติศาสตร์ของประเทศเราจะเคยประสบปัญหา หรือประสบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากและท้าทายมากไปกว่าช่วงเวลานี้…
 
(We'll press forward with speed and urgency, for we have much to do in this winter of peril and significant possibilities. Much to repair, much to restore, much to heal, much to build, and much to gain. Few people in our nation's history have been more challenged or found a time more challenging or difficult than the time we're in now…)


 
เสียงเรียกร้องความยุติธรรมทางสีผิวที่มีมาเป็นเวลา 400 ปี ทำให้เราต้องออกมาเคลื่อนไหว ความฝันที่จะได้เห็นความยุติธรรมสำหรับทุกคนจะไม่ถูกผลัดผ่อนอีกต่อไปแล้ว… ความสุดโต่งทางการเมือง กลุ่มเชิดชูคนผิวขาวแบบสุดโต่ง และการก่อการร้ายภายในประเทศ ที่เราต้องเผชิญและต้องเอาชนะให้ได้…
 
(A cry for racial justice, some 400 years in the making, moves us. The dream of justice for all will be deferred no longer. A cry for survival comes from the planet itself, a cry that can't be any more desperate or any more clear now. The rise of political extremism, white supremacy, domestic terrorism, that we must confront and we will defeat…)
 
เราต้องยุติสงครามที่ไร้อารยธรรมนี้ ที่ทำให้ฝ่ายสีแดงหันมาสู้กับฝ่ายสีน้ำเงิน ทำให้คนชนบทหันมาต่อสู้กับคนเมือง ทำให้กลุ่มอนุรักษ์นิยมต่อสู้กับกลุ่มหัวก้าวหน้า เราแก้ปัญหานี้ได้หากเรายอมเปิดจิตวิญญาณ แทนที่จะทำให้จิตใจเราตายด้านไร้ความรู้สึก… 
 
(We must end this uncivil war that pits red against blue, rural versus -- rural versus urban, conservative versus liberal. We can do this if we open our souls instead of hardening our hearts...)
 
เราจะเป็นผู้นำโดยการเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้อำนาจ และด้วยอำนาจของการเป็นตัวอย่างที่ดี เราจะเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งและเชื่อใจได้ในการสร้างสันติ ความก้าวหน้า และความมั่นคง…
 
(And we'll lead not merely by the example of our power, but by the power of our example. We'll be a strong and trusted partner for peace, progress, and security...)
 
ทุกคน นี่เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่ง เราต้องเผชิญกับการโจมตีประชาธิปไตยของเราและการทำร้ายข้อเท็จจริง ท่ามกลางการระบาดของไวรัส ความไม่เสมอภาคที่มากยิ่งขึ้น การเหยียดผิวอย่างเป็นระบบ วิกฤติสภาพภูมิอากาศ บทบาทของอเมริกาในเวทีโลก ปัญหาเหล่านี้เพียงปัญหาเดียว ก็สร้างความท้าทายให้เรามากพออยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือเราต้องเผชิญกับปัญหาเหล่านี้พร้อมกัน เป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวงที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา นี่เป็นช่วงเวลาที่เรากำลังถูกทดสอบ…
 
(Folks, this is a time of testing. We face an attack on our democracy and on truth. A raging virus, growing inequity, the sting of systemic racism, a climate in crisis. America's role in the world. Any one of these would be enough to challenge us in profound ways. But the fact is, we face them all at once. Presenting this nation with one of the gravest responsibilities we've had. Now we're going to be tested…)
 
ขอให้ทุกคนเคารพกันและกัน การเมืองไม่จำเป็นต้องลุกเป็นไฟ ทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า การเห็นไม่ลงรอยกันไม่จำเป็นต้องกลายมาเป็นสาเหตุของสงครามเบ็ดเสร็จ และเราจะต้องไม่ยอมรับวัฒนธรรมที่นำความเป็นจริงมาบิดเบือน หรือการนำความจริงปลอมแปลง"
 
(Show respect to one another. Politics doesn't have to be a raging fire, destroying everything in its path. Every disagreement doesn't have to be a cause for total war. And we must reject the culture in which facts themselves are manipulated, and even manufactured)
 
คำกล่าวสุนทรพจน์ของนาย โจ ไบเดน สะท้อนให้เห็นถึงความยุ่งยากของสหรัฐ ที่กำลังเผชิญอยู่กับอภิปัญหานานัปการ ไม่ว่าจะเป็นการหล่อหลอมความรักและความสามัคคีของคนในชาติให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีการลุกลามขยายตัวอย่างรวดเร็วจนทำให้ในปัจจุบันมีชาวอเมริกันติดเชื้อสะสมกว่า 25 ล้านราย เสียชีวิตสะสมกว่า 4 แสนราย ซึ่งมากเป็นอันดับ 1 ของโลก การฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศที่ต้องใช้งบประมาณกว่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราวเกือบ 60 ล้านล้านบาท) รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นกับนานาอารยประเทศถึงบทบาทผู้นำโลกของสหรัฐ ที่มีมาแต่อดีตกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นประเทศต้นแบบประชาธิปไตยและเป็นประเทศทุนนิยมเสรี ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสหรัฐ ย่อมมีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกของไทย ซึ่งมีสหรัฐเป็นตลาดส่งออกสำคัญ ประเทศไทยจึงต้องเตรียมการรับมือกับปัญหาต่างๆ อย่างเต็มที่ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องทบทวนยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจโดยพึ่งตนเองและพัฒนาขีดความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ
.......................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”
ขอบคุณภาพจาก : 
FOX 13 Tampa Bay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น