อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

 ถึงจังหวะโชว์ลีลาเขี้ยวลากดิน

ต้องการสูตรอภิปรายขั้นต่ำ 5 วัน และลงมติ 1 วัน เนื่องจาก มี ส.ส.ต้องการอภิปรายจำนวนมากและ รัฐบาลบริหารงานผิดพลาดหลายเรื่อง  พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น.


เมื่อสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิดเริ่มอยู่ในวิสัยที่รัฐบาลเริ่มควบคุมได้ เสียงปี่กลองการเมืองก็เริ่มกลับมา  บรรเลง ขึ้นอีกครั้งตามกลไกระบอบประชาธิปไตย  
ตามท้องเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งสัญญาณชัดเจนไม่กังวลเรื่องฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่ยึดหลักไม่ประมาทสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  (ครม.)ให้รัฐมนตรี ทุกกระทรวงเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงฝ่ายค้านในสภา

โดยเฉพาะประเด็นเรื่องวัคซีนโควิด!! 

พล.อ.ประยุทธ์  ให้สัมภาษณ์ ยืนยันหลักการพร้อมเดินทางไปชี้แจงฝ่ายค้าน ในที่ประชุมสภา  ตอนนี้  เตรียม หลักฐานและคำชี้แจงไว้ทั้งหมดพร้อมขอทุกฝ่ายอย่า นำเรื่องวัคซีนโควิด มาเป็นประเด็นการเมือง หากอนาคตเกิดปัญหากระทบไทม์ไลน์การฉีดวัคซีน  ทุกคนที่เคลื่อนไหวต้องมีส่วนรับผิดชอบ 

“เรื่องการอภิปรายผมเห็นเสนอข่าวกันโครมคราม ก็ว่ากันไปในสภาฯ เพราะผมยอมรับหลักการรัฐสภาอำนาจเขามีก็ทำไปผมมีหน้าที่ชี้แจง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ปฏิบัติ ก็ชี้แจงไปเท่านั้นเอง” ท่านผู้นำย้ำ 

ถอดรหัสจากสัญญาณเสียงเข้มๆ รู้เลยนาทีนี้พล.อ.ประยุทธ์ มีความมั่นใจเต็มร้อย มีความพร้อมเต็มที่ สำหรับรับมือศึกซักฟอกเนื่องด้วยสถานะ ส.ส.ทั้งสภา มีทั้งหมด  487 คน การโหวตไม่ไว้วางใจต้องใช้เสียงเกินครึ่งคือ  244 เสียง และ ตอนนี้  ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียง พร้อมลงมติไม่น้อยกว่า 270 เสียง

“วอร์รูมรัฐบาล”ประเมินสถานการณ์ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ ไม่อยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง  เนื่องจาก 

(1) การอภิปรายของฝ่ายค้าน มีแต่เรื่องเดิมๆไม่มีเรื่องใหม่ (2) ฝ่ายค้านต้องการแค่อภิปรายตามวงรอบเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ  ก่อนปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 28 ก.พ. (3) ฝ่ายรัฐบาลประเมินการอภิปรายรอบนี้ ไม่ถึงขั้น ดุเดือด  เลือดพล่านแต่อาจมีเรื่องที่  "ดิสเครดิตรัฐบาล" เท่านั้น

เอาเป็นว่าก่อนเปิดเวทีซักฟอกช่วงกลางเดือน ก.พ.ระหว่างนี้เป็นจังหวะที่ “ฝ่ายรัฐบาล” และ “ฝ่ายค้าน”ต้องชิงไหว-ชิงพริบ ทางการเมือง
โจทย์สำคัญคือทำให้ฝ่ายตัวเอง ได้เปรียบมากที่สุด  และเสียเปรียบน้อยที่สุด

จับสัญญาณจาก นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล"วิปรัฐบาล"  ที่ออกมายืนยันเรื่องกรอบเวลาอภิปราย ให้ใช้สูตรอภิปราย  4 วัน  รวมเวลาทั้งหมด 52 ชั่วโมง

พร้อมยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่ยอมให้ฝ่ายค้านอภิปรายเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง หากฝ่ายค้านไม่แก้ญัตติที่กล่าวหานายกรัฐมนตรีทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันกับประชาชนการซักฟอกรอบนี้ฝ่ายค้านต้องเจอประท้วง ตั้งแต่เริ่มเปิดประชุมแน่นอน 

ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านยืนยันเช่นกัน 

ต้องการสูตรอภิปรายขั้นต่ำ 5 วัน และลงมติ 1 วัน เนื่องจาก มี ส.ส.ต้องการอภิปรายจำนวนมากและ รัฐบาลบริหารงานผิดพลาดหลายเรื่อง 

ดังนั้น ฝ่ายค้านยืนยัน  การอภิปราย 4 วันไม่เพียงพอและแม้ประเด็น สถาบันเป็นเรื่องอ่อนไหว แต่ฝ่ายค้านยึดหลักพูดเท่าที่จำเป็นเท่านั้นต้องใช้วุฒิภาวะขั้นสูง  อยู่ภายใต้ข้อบังคับการประชุมสภา

นายสุทิน เปิดผยภายหลังเสร็จศึกอภิปราย เตรียมลง“ดาบสอง”ยื่นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน รัฐมนตรีขั้นต่ำ   5 คน  เพื่อให้การทำหน้าที่ฝ่ายค้านไปให้สุดทาง

เอาเป็นว่านาทีนี้ ทุกฝ่ายต่างโชว์ลีลา เขี้ยวลากดิน แต่ฟันธงล่วงหน้าศึกอภิปรายรอบนี้ ไม่ระคายผิว

เจ้าของฉายา  “ตู่ไม่รู้ล้ม”แน่นอน.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น