อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

เพลาๆ บ้างกลาโหม-คมนาคม!

การช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ภายใต้ชื่อโครงการ “เราชนะ” ด้วยการแจกเงินเยียวยา 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 7,000 บาท จำนวน 13.8 ล้านคน วงเงินงบประมาณ 210,200 ล้านบาท เสาร์ที่ 30 มกราคม 2564 เวลา 11.00 น.


สะท้อนให้เห็นถึงรัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งอยู่บน “หอคอยงาช้าง” ไม่เข้าใจหัวอกชาวบ้าน ไม่รู้สภาพความเป็นไป ว่าอะไรคือสิ่งจำเป็นที่ประชาชนต้องการในยามทำมาหากินลำบาก
 
ไม่เช่นนั้นเมื่อสัปดาห์ก่อน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง คงไม่กล้าพูดกรณีการแจกเงินเราชนะ ผ่านแอพเป๋าตังเท่านั้น เพราะไม่อยากให้ประชาชนสัมผัสเงิน เนื่องจากเสี่ยงติดโควิด


 
แล้วถ้าให้เงินสดจะไม่สามารถกำกับการหมุนเวียนของเงินได้ การไม่ให้เงินสด จะสามารถควบคุมการใช้จ่าย เช่น ไม่ไปซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เล่นการพนัน หรือไม่สามารถเข้าร้านค้าขนาดใหญ่
 
การแจกเงิน “เราชนะ” ต้องใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เพราะต้องการสนับสนุนสังคมไร้เงินสด ส่วนคนที่ไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเชื่อว่าเป็นส่วนน้อย เพราะบางส่วนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว แต่หากใครไม่มีก็ต้องขอรบกวนเพราะสมาร์ทโฟนราคาไม่แพงแล้ว
 
ยังไม่ทันแจกเงิน “เราชนะ” แต่รัฐบาลก็หูชาเพราะ “สมาร์ทโฟน” สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำของคนไทยเป็นอย่างดี

โดยเฉพาะ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อม ส.ส.ของพรรค ออกมาท้วงติงเรื่องดังกล่าวว่าปัจจุบันยังมีผู้ใช้โทรศัพท์แบบอนาล็อก 2.5 ล้านคน ดังนั้นรัฐบาลต้องไมปล่อยปละละเลยกลุ่มคนจำนวนนี้ และควรรีบเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ “เราชนะ” มีความเสมอภาค


 
เมื่อเจอแรงต้านมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายรัฐต้องถอยในเงื่อนไขดังกล่าว แม้ไม่มีสมาร์ทโฟนก็สามารถใช้ “เราชนะ” ได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องลงทะเบียนเราชนะ แต่จะได้รับเงินโอนเข้าบัตรโดยตรง รวมทั้งคนที่ไม่มีบัตรสวัสดิการและไม่มีสมาร์ทโฟน ก็ให้ธนาคารของรัฐช่วยอำนวยความสะดวกให้คนกลุ่มนี้ลงทะเบียนได้

พูดถึงพรรคภูมิใจไทยออกมาท้วงติงเรื่องสมาร์ทโฟนแต่มีข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยนี่ก็เผลอไม่ได้เหมือนกัน โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เสนอแผนของบลงทุนจำนวน 50 โครงการ งบประมาณ 324,945 ล้านบาท

50 โครงการที่ว่านั้น เป็นการลงทุนของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กรมเจ้าท่า กรมการขนส่งทางบก และกรมท่าอากาศยาน
 
“พยัคฆ์น้อย” เห็นจากข่าวว่าเหลืออีก 8 เดือน ของงบประมาณปี 64 รัฐบาลยังต้องกู้มาโปะ “เราชนะ” รวมทั้งกู้มาเติมงบประมาณขาดดุลอีกหลายแสนบาท

ส่วนงบปี 65 เคาะกรอบวงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท (ลดลงจากปี 64 จำนวน 2 แสนล้านบาท) ต้องกู้ชดเชยขาดดุล 7 แสนล้านบาท เนื่องจากคาดการณ์ว่าการจัดเก็บภาษีจะลดลง 2.7 แสนล้านบาท
 
เมื่อปัญหาเศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ ยังขาดดุลงบประมาณปีละหลายแสนล้าน รัฐบาลต้องกู้เงินมาใช้จ่าย ดังนั้นนอกเหนือจากการหยุดซื้อ “เรือดำน้ำ-รถถัง-เครื่องบิน” ของกระทรวงกลาโหม
 
ในส่วนของกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยามควรชะลอโครงการไว้บ้าง! ต้องคัดเลือกโครงการที่จำเป็นจริง ๆ และแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องปากท้องของผู้รับเหมา ควรรอกันไปก่อน!!.

---------------
พยัคฆ์น้อย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    25%
  • ไม่เห็นด้วย
    75%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 99