อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

สงครามวัคซีนโควิด อียูงัดข้ออังกฤษ

ความขัดแย้งระหว่างสหภาพยุโรป ( อียู ) กับบริษัทแอสตราเซเนกา ในการจัดส่งและรับมอบวัคซีน ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 อาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2564 เวลา 09.30 น.


บริษัทแอสตราเซเนกา หนึ่งในผู้ประกอบการด้านชีวเภสัชภัณฑ์รายใหญ่ระดับโลกจากสหราชอาณาจักร แจ้งเตือนไปยังสหภาพยุโรป ( อียู ) เมื่อช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ม.ค. ว่าจากเดิมที่เดิมทีแอสตราเซเนกาและอียูตกลงเรื่องการจัดส่งวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวน 80 ล้านโดส ภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ อาจลดลงเหลือเพียง 31 ล้านโด๊สเท่านั้นในระยะแรก ขณะที่เป้าหมายระหว่างเดือน เม.ย.ถึง มิ.ย.นี้ หรือไตรมาสที่สองของปี กลับกลายเป็น "ไม่แน่นอน" อันเนื่องมาจาก "ปัญหาในการผลิต" ที่โรงงานซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญาของแอสตราเซเนกา ในเบลเยียม ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทโนวาเซป


BBC News

แอสตราเซเนกาเปรียบเทียบสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ด้วยว่า การผลิตวัคซีนไม่ใช่การสร้างบ้าน ที่สามารถต่อเติม ขยับขยาย และทุบทิ้งบางส่วนได้ตามต้องการ การผลิตวัคซีนเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ซึ่งต้องใช้ความแม่นยำในระดับสูง และมีการควบคุมสภาพแวดล้อมทั้งในการผลิตและการจัดเก็บ ด้วยเหตุนี้ การให้เจาะจงว่าจะผลิตวัคซีนที่มีคุณภาพได้ปริมาณเท่าใด ภายใต้เงื่อนไขเรื่องเวลาที่จำกัดและกระชั้นชิด เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

ภาวการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับอียู ซึ่งกำลังประสบกับปัญหาขาดแคลนวัคซีน จากการที่บริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ ซึ่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี ประกาศ "ความจำเป็น" ที่จะต้องลดการส่งมอบสินค้าให้แก่อียูในระยะนี้เช่นกัน เนื่องจาก "ความตึวเครียดอย่างหนัก" ที่เกิดขึ้นกับสายงานการผลิต


EU Debates | eudebates.tv

นายปาสคาล โซเรียต ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของแอสตราเซเนกา กล่าวว่าอียู "ดราม่าเกินเหตุ" และเปรียบเทียบระยะเวลาที่อียูเจรจากับทางบริษัท ว่า "ล่าช้าและกระชั้นชิดเกินไป" เมื่อเทียบกับกำหนดการของสหราชอาณาจักร ซึ่งสั่งจองลอตแรก 100 ล้านโด๊ส ในราคารวม 84 ล้านปอนด์ ( ราว 3,439.38 ล้านบาท ) เมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่สหรัฐสั่งจองลอตแรก 300 ล้านโด๊ส ในราคา 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 36,002.4 ล้านบาท )


EU Debates | eudebates.tv

ขณะที่อียูยื่นรายการสั่งซื้อเมื่อเดือน ส.ค.ปีเดียวกัน เป็นจำนวน 300 ล้านโด๊สสำหรับลอตแรก ในราคารวม 750 ล้านยูโร ( ราว 27,240.30 ล้านบาท ) แต่กลับเร่งรัดว่าต้องการรับสินค้าในช่วงเดียวกับสหราชอาณาจักร "ซึ่งเป็นไปไม่ได้" จึงเป็นเหตุผลว่า อียูอาจไม่ได้รับมอบสินค้าตามจำนวนที่ต้องการ และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซีอีโอของแอสตราเซเนกา กล่าวด้วยว่า สายงานการผลิตสำหรับสหราชอาณาจักรมีปัญหาเช่นกัน แต่มีเวลาเพียงพอแก้ไข เพราะเป็นการวางแผนสั่งซื้อ "ตามเวลาที่เหมาะสม"

นางสเตลลา คีเรียคิเดส กรรมาธิการด้านสาธารณสุขของคณะกรรมาธิการยุโรป

นอกจากนี้ โซเรียต กล่าวด้วยว่า แอสตราเซเนกาไม่เคยมีแผนนำวัคซีนที่เตรียมจำหน่ายให้กับอียูตามข้อตกลง ไปส่งออกให้กับประเทศอื่นที่อยู่นอกภูมิภาค "เพื่อหวังผลกำไร" ซึ่งไม่สอดคล้องกับปณิธานของบริษัทและพันธมิตรหลักของโครงการนี้ คือ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดจากสหราชอาณาจักร ที่มุ่งมั่นพัฒนาและผลิตวัคซีนให้เข้าถึงชาวโลกมากที่สุด เพื่อร่วมมือกับทั่วโลกในการฝ่าฟันวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ พร้อมทั้งยืนยันการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัทคู่สัญญาที่อยู่นอกทวีปยุโรป

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดจนอาจกลายเป็น "สงครามวัคซีน" เมื่ออียูยืนยันว่า แอสตราเซเนกาต้องปฏิบัติตามสัญญา และเผยด้วยว่า โรงงาน 2 แห่ง จากทั้งหมด 4 แห่งในทวีปยุโรปซึ่งเตรียมผลิตวัคซีนสำหรับอียูนั้น ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร ดังนั้น แอสตราเซเนกาควรเพิ่มการผลิตสินค้าที่สายงานการผลิตทั้งสองแห่ง เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตไม่ทันเวลา "จากความขัดข้อง" ที่โรงงานแห่งอื่นในทวีปยุโรป

ขณะเดียวกัน อียูยังเน้นให้ "ผู้ผลิตวัคซีนทุกราย" ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด มิเช่นนั้นอาจมีการใช้มาตรการจำกัดการส่งออกวัคซีนสำเร็จ ที่ผลิตจากโรงงานซึ่งอยู่ภายในสหภาพ แม้สหราชอาณาจักรพ้นจากการเป็นสมาชิกอียูแล้ว แต่ยังมีโรงงานอยู่ในประเทศที่เป็นสมาชิกของสหภาพ นั่นคือฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ อิตาลี และเบลเยียม


นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำสหราชอาณาจักร ถือตัวอย่างวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา

ปัจจุบันอียูมีข้อตกลงกับผู้ผลิตวัคซีนอย่างน้อย 6 แห่ง ด้านนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยกล่าวว่า "เลวร้าย" หากสหราชอาณาจักรยังซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกของอียูแล้ว กลับยังคงต้องร่วมอยู่ในโครงการวัคซีนของอียู แทนที่จะดำเนินการตามแผนงานของตัวเองอย่างเป็นอิสระ



อนึ่ง แหล่งข่าวในอียูคนหนึ่งเผยกับ "โพลิติโค" ว่า การตัดสินใจสั่งจองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กับแอสตราเซเนกา มาจากความกังวลว่า รัฐบาลสหรัฐอาจออกมาตรการจำกัดการส่งออกวัคซีน เรื่องจากสินค้าที่อียูสั่งจองส่วนใหญ่มาจากจากอเมริกา แต่แหล่งข่าวอีกรายให้ความเห็นกับสำนักข่าวแห่งเดียวกัน ว่าอียูไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้น สิ่งที่ต้องการมากที่สุดท่ามกลางสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ คือการหาวัคซีนมาให้ได้เพียงพอสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชาชนในภูมิภาคเท่านั้นเอง.

---------------------

ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป

เครดิตภาพ : AFP, REUTERS


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น