อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

มาด้วยมาตรา 44

“บิ๊กวิน” ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ได้เข้ามารับหน้าที่สำคัญ ด้วยการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” สมัยดำรงตำแหน่งหัวหน้า คสช. อังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 11.00 น.


ถามว่า ทำไม “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ผู้ว่าฯ กทม.ถึงเมินเฉยกับความเดือดร้อนของประชาชน ทั้ง ๆ ที่มีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่าย หลังลงนามในประกาศเรื่องการกำหนดค่าโดยสาร โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ให้จัดเก็บค่าบริการตลอดทาง 104 บาท โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. 64



1. อาจเป็นเพราะ “บิ๊กวิน” ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ได้เข้ามารับหน้าที่สำคัญ ด้วยการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” สมัยดำรงตำแหน่งหัวหน้า คสช. เลยไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน

2. ไม่ติดโผลงสมัครรับเลือกตั้งชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ในนาม “พลังประชารัฐ”

3. อาจมีแรงกดดันหรือผลประโยชน์บางอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะในช่วงแรก ๆ มีข่าว “พล.อ.ประยุทธ์” ต้องการเข้ามาตรวจสอบ การขยายสัมปทาน รถไฟฟ้าสายสีเขียว 40 ปีของบริษัทบีทีเอส แต่หลัง ๆ ก็หยุดชะงักไป ทั้ง ๆ ที่สัญญาระหว่าง “กทม.” กับ บริษัทเอกชนรายดัง ถือเป็นปริศนาดำมืดมานาน ยิ่งระยะหลังมีข่าว “นักธุรกิจชื่อดัง” นำหุ้นธุรกิจสื่อสารค่ายดังมาแจกคนมีอำนาจ จนกลายเป็นเรื่องร้อน ๆ ที่หลากหลายวงการพูดคุยอยู่ในขณะนี้



แต่เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 64 “นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยเพื่อนร่วมพรรค ได้แต่งตั้งทนายร่วมกันเป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง คำฟ้องระบุว่า ให้ยกเลิกประกาศ กทม. วันที่ 29 มี.ค. 60 เรื่องค่าโดยสารโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ

ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ตอนที่ 1 (ซอยสุขุมวิท 95, ซอยสุขุมวิท 107) ระยะทาง 5.25 กิโลเมตร และ ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 2 (ตากสิน-เพชรเกษม) ระยะทาง 6.3 กิโลเมตร ทำให้การจัดเก็บอัตราค่าโดยสารตลอดเส้นทาง ไม่เกิน 104 บาท ต่อมามีประกาศ กทม. เรื่องการกำหนดค่าโดยสาร โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 64

ให้เหตุผลว่า การที่ กทม. ออกประกาศดังกล่าว เห็นว่าประกาศ กทม. ฉบับดังกล่าว เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากมีผลใช้บังคับจะทำให้ผู้ฟ้องคดี และ ประชาชนเกิดความเสียหาย โดยพบว่ามีการกระทำที่ขัดต่อมติ ครม. วันที่ 26 ก.ย. 2561 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2562 เรื่อง การดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว

นอกจากนี้ ในวันที่ผู้ฟ้องคดีได้ฟ้องคดี เลขาธิการ ครม. ยังไม่ได้บรรจุวาระ ครม. เสนอให้ขออนุมัติความเห็นชอบ ผลการเจรจา และ ร่างสัญญาร่วมลงทุน ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เข้าที่ประชุม ครม. เพื่อขออนุมัติ



แต่กลับมีการประกาศเรื่องการกำหนดค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 64 โดยกำหนดราคาใหม่ ตลอดเส้นทางไม่เกิน 104 บาท โดยที่ยังไม่มีการดำเนินการตามมติ ครม. วันที่ 26 พ.ย. 61 ที่ให้กระทรวงคมนาคม และ กทม. บูรณาการเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าต่าง ๆ รวมทั้งกำหนด อัตราค่าโดยสารแรกเข้า และ อัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม เป็นธรรม ไม่ให้เกิดเป็นภาระต่อประชาชนผู้ใช้บริการมากเกินไป ในท้ายคำฟ้อง ผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 ขอให้ศาลมีคําขอท้ายฟ้อง

1. ให้เพิกถอนหรือยกเลิกประกาศ เรื่องกําหนดค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ลงวันที่ 15 มกราคม 2564

2. ให้มีคําสั่งระงับการดําเนินการใด ๆ ตามประกาศ เรื่อง กําหนดค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ค่าโดยสารที่ปรับเพิ่มขึ้น) ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะได้มีคําสั่งหรือคําพิพากษาเป็นที่สุดเสียก่อน

3. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีชําระค่าธรรมเนียม รวมทั้งค่าใช้จ่ายแทนผู้ฟ้องคดีที่ 1 ที่ 6 (หากมี)

ต้องชื่นชม “นายสิริพงศ์” และ ส.ส. ร่วมอุดมการณ์ ที่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน ในช่วงเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งการใช้บริการระบบขนส่ง ต้องมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนัก เพื่อไม่เป็นภาระกับผู้ใช้บริการ ถ้าไปเทียบค่าโดยสารกับ “รฟม.” แตกต่างราวฟ้ากับเหว

แล้วสังเกตกันไหม การลงนามของผู้ว่าฯ กทม. ให้ปรับราคากำหนดค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นห้วงเวลาเดียวกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่ง “พล.อ.ประยุทธ์” ตกเป็นเป้าถูกตรวจสอบในครั้งนี้

ถามจริง ๆ “พล.ต.อ.อัศวิน” คิดอะไรกับหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งลงนามแต่งตั้ง ให้ “บิ๊กวิน” เข้าไปบริหารจัดการเมืองหลวงประเทศไทย แต่ใครที่อาสามารับใช้ประชาชน คงไม่ปล่อยให้ เรื่องไม่ดีไม่งาม ผ่านไปได้แน่ ๆ.

-------------
เขื่อนขันธ์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 97