อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

ศึกเลือกผู้ว่าฯ กทม. งัดพลังในพรรคพลังประชารัฐ

ปัญหาใน กทม.มีมากมาย เอาแค่เรื่องพื้นฐานทั่วไปก็รถติด การจัดเก็บขยะ การดูแลเรื่องท่อระบายน้ำให้ไม่เกิดภาวะ “น้ำรอระบาย” ในช่วงฝนตกหนักขณะที่แผ่นดินก็ทรุดลงๆ ก็ต้องมาระวังการแอบดูดใช้น้ำบาดาล และปัญหามลพิษทางอากาศ รวมถึงเรื่องการพัฒนา กทม. พฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.00 น.


อันว่า เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.นี่เป็นอะไรที่เป็นที่สนใจพอๆ กับการเมืองระดับชาติ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่บริหารราชการแบบรวมศูนย์เข้าส่วนกลาง ความเจริญเข้ากระจุกตัวอยู่ที่ กทม. และคนก็มาหางานทำในเมืองหลวงนี้มากมาย จึงมีคนหลายล้านคนที่ไม่ใช่คน กทม.ก็มองว่ามันเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่เขา แล้วมันก็วัดคะแนนนิยมของพรรคการเมืองด้วย เพราะ กทม.เป็นเขตปกครองพิเศษที่มี ส.ส.มากที่สุด

ปัญหาใน กทม.มีมากมาย เอาแค่เรื่องพื้นฐานทั่วไปก็รถติด การจัดเก็บขยะ การดูแลเรื่องท่อระบายน้ำให้ไม่เกิดภาวะ “น้ำรอระบาย” ในช่วงฝนตกหนักขณะที่แผ่นดินก็ทรุดลงๆ ก็ต้องมาระวังการแอบดูดใช้น้ำบาดาล และปัญหามลพิษทางอากาศ รวมถึงเรื่องการพัฒนา กทม. ให้เป็นเมืองเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านท่องเที่ยว ให้ดึงดูดต่างชาติเข้ามาได้ ให้เหมือนในหนังฮอลลีวูดบางเรื่องที่ภาพของ กทม.คือเมืองที่ hang out ได้สุดเหวี่ยงที่สุดในโลก

คนที่เปิดตัวตั้งแต่ไก่โห่ และซื้อใจคนรุ่นใหม่ได้มากคือนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ที่เที่ยวนี้ขอประกาศลงในนามอิสระดีกว่า เพื่อจะสามารถดึงพลังคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาช่วยพัฒนาได้มากขึ้น แต่เอาเข้าจริงพอถึงเวลาแล้ว ก็ไม่แน่ว่า อาจต้องใช้ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยช่วยและก็ต้องมีการ “ต่างตอบแทน” สำหรับคนในพรรคหรือไม่ การลงสมัครรับเลือกตั้งจะให้ปลอดภัยระดับหนึ่งต้องมี “คะแนนจัดตั้ง” จากพรรคที่เป็นคะแนนตายตัวช่วย

ข้ามมาฝั่งตรงข้ามคือพรรคประชาธิปัตย์ แชมป์ผู้ว่าฯ กทม.หลายสมัย คราวนี้ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใครลงสมัครดีระหว่างนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ที่ออกมามีแอ๊คชั่นเรื่องนโยบายขนส่งมวลชนบ่อย นายพนิต วิกิตเศรษฐ อดีต ส.ส.กทม. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีต ส.ส.กทม. ที่ฐานเสียงแน่นในฝั่งธน หรือนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ทายาททางการเมืองของนายศุภชัย พานิชภักดิ์ ที่ไปทำงานระดับโลกเป็นที่ภูมิใจของพรรค

แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็เสียรังวัดไปพอสมควรจากการที่ไม่ได้ ส.ส.เลยใน กทม.เมื่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนก็โบ้ยไปที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคขณะนั้นว่า “ผิดพลาดทางการประกาศจุดยืน” เพราะไปประกาศเป็นขั้วที่สามในขณะที่การเมืองตอนนั้นคือ “เอาลุงหรือไม่เอาลุง” ( ลุงไหนคงรู้กัน ) การชิงชัยในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จึงเป็นเรื่องเคร่งเครียดของพรรคแล้วว่าจะดึงคะแนนนิยมกลับมาได้หรือไม่

หันมามองทางขั้วพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เขาพยายามบอกว่า “พรรคเขาไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ” ก็มีข่าวว่า บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าและผู้มีบารมีตัวจริงในพรรค...เมื่อต้นอาทิตย์ก่อน ได้เรียกส.ส.กทม. ซึ่งมีอยู่ 12 คน เข้าไปคุยรายตัว ว่า "ให้สนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. เป็นผู้ว่าฯ กทม." แถมบิ๊กแป๊ะเปิดเพจเรียบร้อยแล้วว่า ..ลงแน่ และก็น่าจะรู้ๆ กันว่า "บิ๊กวิน" พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ลูกพี่เก่าบิ๊กแป๊ะก็เชียร์

แต่ก็มีคนที่ไม่เห็นด้วยที่จะสนับสนุนบิ๊กแป๊ะ คือ ตั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ที่ว่ากันว่า เคลมว่า กปปส. คือผู้สร้างฐานเสียงสำคัญใน กทม.ให้พรรค จน กปปส.คว้าเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการไปได้สองกระทรวง ในช่วงที่มี กปปส. คนที่เป็นดาวม็อบนกหวีดที่ย้ายจากประชาธิปัตย์ไปอยู่ พปชร.แล้วได้ตำแหน่งก็มีนายณัฏฐพล, บี หรือนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส และจั๊ม นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม.

ซึ่งก็มีข่าวมีการเช็กชื่อ ส.ส.กทม.กลับว่า ที่อยู่ในมือ กปปส.มีเท่าไร ก็ข่าวว่า มีอยู่แค่ 6 คน คือ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ, นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์, นายประสิทธิ์ มะหะหมัด, นายจักรพันธ์ พรนิมิต, นายชาญวิทย์ วิภูศิริ นอกนั้นยังมีสมาชิกสภากรุงเทพ ( ส.ก.) 35 เขต ส่วน ส.ส.กทม.ที่ประกาศไม่ขึ้นกับใครคือนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.เขตหลักสี่ ซึ่งการเช็กชื่อนี้ก็เพื่อหยั่งเสียงจะส่ง อีฟ หรือนางทยา ทีปสุวรรณ ภรรยานายณัฏฐพลลงชิงเก้าอี้

แต่น่าสนใจว่า กลุ่มนี้ที่ กปปส.เคลมว่าเป็นฐานเสียงของตัวเอง จะกล้าหักบิ๊กป้อมไปสนับสนุน อีฟ ทยา ทีปสุวรรณ หรือไม่? ในฐานะผู้ว่าฯ กทม. การหาเสียงอะไรก็ถือว่านายณัฏฐพลก็มี “กระสุนดินดำ” อยู่พอสมควร เพราะบ้านก็รวยอยู่ใช่น้อย แต่ก็อย่าคิดว่า ถ้าบิ๊กป้อมหนุนบิ๊กแป๊ะขึ้นมาจริงๆ จะไม่มี “กระสุนดินดำ” แถมอย่างว่า คือ บิ๊กแป๊ะเองก็มีสายสัมพันธ์กับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ที่ดึงคะแนนตำรวจมาให้ได้

เผลอๆ ไม่ใช่แค่คะแนนจากตำรวจ ด้วยบารมีของบิ๊กป้อมเอง หน่วยทหารก็อาจต้องช่วยสนับสนุนดัน “บิ๊กแป๊ะ” ถึงฝันผู้ว่าฯ กทม. เพียงแต่ในพรรคก็ต้องไปคุยกันให้เรียบร้อย เพราะถ้าใช้ฐานเสียง ส.ก.35 เขต ฐานเสียง กปปส. ให้เสียงแตกกันเองคราวนี้ระวัง “ตาอยู่” จะคว้าตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ไป โดยเฉพาะจากพรรคก้าวไกล ซึ่งตอนนี้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่โดนรุมยำหลายทาง อาจได้คะแนนสงสารบวกความเป็นคนรุ่นใหม่

ช่วงนี้ก็ยังมีเวลาตกลงกันได้ว่า ตกลงพรรค พปชร.จะสนับสนุนใคร ไม่ใช่เปิดหน้าแล้วออกมาแข่งกันเอง จนสุดท้ายกลายเป็นภาวะคนในพรรคออกมาด่ากันเอง (นายสิระน่าจะเคลื่อนไหวแน่นอน) ไม่รู้จะถึงขั้น กปปส.กล้าทวงบุญคุณหรือไม่ว่า กลุ่มตัวเองทำให้บิ๊กป้อมและนายกฯ ขึ้นสู่อำนาจได้ ถ้าถึงขนาดนั้นก็เข้าข่ายพรรคแตกแล้วถึงแม้ว่าจะอ้างว่าคุยกันได้ เผลอๆ ส.ส.ที่มีในมือ 6 คนก็ใช่ว่าจะย้ายกลุ่มไม่ได้ ส.ก.ก็เช่นกัน

งัดกันไปงัดกันมา คราวนี้โควตารัฐมนตรีในมือ กปปส. อาจถูกโยกย้ายเปลี่ยนเป็นสมบัติผลัดกันชมได้บ้าง ให้กลุ่มอื่นๆ เขาได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแทนหน่อย หรือไม่ก็นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ อาจเป็นคนที่นายสิระอ้างว่า “มีมติของ ส.ส.บางคนไม่สบายใจที่จะยกมือโหวตไว้วางใจให้รัฐมนตรีบางคนเพราะผลงานไม่เข้าตา” ซึ่งคะแนนไว้วางใจอาจผ่านแต่ก็ทำให้เสียหมาอยู่ไม่ใช่น้อย ถ้าได้น้อยกว่ารัฐมนตรีรายอื่น

สิ่งที่น่าสนใจคือมีรายงานข่าวว่า นายณัฏฐพลได้พูดคุยกับกลุ่ม ส.ส.และ ส.ก.ที่อยู่ในมือ ทำนองว่า พรรค พปชร. ก็เป็นพรรคเฉพาะกิจ ซึ่งหากสมัยหน้า บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่เล่นการเมืองแล้วพรรคก็อาจแตก และพวกเขามีความพร้อมที่จะไปตั้งพรรคใหม่อยู่แล้ว ซึ่งรายงานข่าวนี้ถ้าเป็นจริงก็แสดงถึงความ “ปีนเกลียว” กันอยู่กลายๆ กับผู้ใหญ่พรรค สาเหตุก็น่าจะมาจากเลือกตั้งผู้ว่าฯ นี่แหละ

แต่ถ้าหักกันแล้วจะไปตั้งพรรคใหม่ นึกภาพไม่ออกเลยว่าจะเอาคะแนนนิยมมาจากไหน มีพรรคเตรียมเกิดใหม่ที่จะชิงคะแนนแน่ๆ เอาเฉพาะใน กทม.พรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ถือว่ามีฐานเสียง พรรคกล้าของนายกรณ์ จาติกวณิช ก็พยายามเจาะคนรุ่นใหม่ หรืออาจต้องขายกระแสจงรักภักดีสถาบันแบบพรรคไทยภักดีของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ซึ่งเรื่องท่าทีต่อสถาบันอาจเป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกตั้งใหม่หลังรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จ

เปอร์เซ็นต์ที่นายณัฏฐพลจะไม่ชนบิ๊กป้อมก็มี แต่น่าจับตามากกว่าว่าจะกล้าชนกันในพรรคหรือไม่.
.....................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย "บุหงาตันหยง" 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น