อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

ทางออกสดใสยังไม่เห็น การเมืองอลวนที่เป็นในเฮติ

สถานการณ์ความเป็นไปภายในเฮติ สำหรับผู้ที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งอาจค่อนข้างจำกัด ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ซึ่งห่างไกลกันมาก สภาพเศรษฐกิจ บริบททางสังคม หรืออะไรก็แล้วแต่ อาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.30 น.

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ไม่สามารถเป็นเงื่อนไขห้ามไม่ให้กลุ่มประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะสหรัฐ "ต้องให้ความสำคัญ"

เฮติสูญเสียเสถียรภาพแทบทุกด้าน นับตั้งแต่ผ่านพ้นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อปี 2553 แม้เส้นทางของการฟื้นฟูยังคงต้อใช้เวลาอีกนาน แต่สถานการณ์คงไม่ถดถอยมากไปกว่าที่เป็นอยู่ หากเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโฌเวเนล โมอิส ลงจากอำนาจและทำหน้าที่ผู้นำรักษาการ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ ทว่าในทางปฏิบัติกลับไม่เป็นเช่นนั้น โมอิสปฏิเสธลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่ประชาชนซึ่งไม่เห็นด้วยแสดงอารยะขัดขืนด้วยการผละงานประท้วง และยังมีการเคลื่อนไหวตามท้องถนนจนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง

ประธานาธิบดีโฌเวเนล โมอิส ผู้นำเฮติ

ด้านพรรคฝ่ายค้านรวมตัวกันเป็นพันธมิตรเฉพาะกิจ ประกาศให้นายโจเซฟ เมอเซน ฌ็อง-ลูอิส ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน ทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดี แต่โมอิสกล่าวว่า วาระการดำรงตำแหน่งของเขาจะครบ 5 ปี ในเดือนก.พ.ปีหน้า เนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนต.ค. 2558 ถูกประกาศให้เป็นโมฆะ เนื่องจากวิกฤติภายในประเทศ และมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ เมื่อเดือนพ.ย. 2559 การรับตำแหน่งของเขาจึงต้องเริ่มนับระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. 2560

"เหตุผล" ของโมอิส ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลวอชิงตัน โดยนายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่าโมอิสรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2560 เท่ากับว่า วาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจะสิ้นสุดในวันที่ 7 ก.พ. 2565 และสหรัฐยึดมั่นตามแนวทางขององค์การนานารัฐอเมริกัน ( โอเอเอส ) ในฐานะหนึ่งในสมาชิก คาดหวังกระบวนการถ่ายโอนอำนาจของเฮติ ว่าจะเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้กระบวนการรับตำแหน่งเป็นไปอย่างราบรื่น


FRANCE 24 English

กระนั้นสมาชิกสภาคองเกรสทั้งในพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน มีความกังวลต่อการที่โมอิสใช้มาตรการรุนแรงปราบปรามสถานการณ์ประท้วง รวมถึงการจับกุมผู้ต้องสงสัย 23 คน ฐานสมคบคิดพยายามก่อการยึดอำนาจ หนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุมรวมถึงตุลาการในศาลฎีกา ขณะที่โมอิสยืนยัน "ไม่ใช่เผด็จการ" และย้ำว่าจะครบวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเฮติในปีหน้า

ท่ามกลางภาวะอดอยากแร้นแค้นที่กัดกร่อนคุณภาพชีวิตมานานหลายทศวรรษ ชาวเฮติแทบจะพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่าสถานการณ์ภายในเฮติเลวร้ายจนไม่น่าจะตกต่ำไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว แต่รัฐบาลเฮติทุกสมัยกลับยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานได้ หากถามชาวเฮติทั่วไปแล้ว เสียงส่วนใหญ่เป็นไปในทางเดียวกันว่า บรรยากาศตึงเครียดทางการเมืองในปัจจุบัน มีแต่จะยิ่งทำให้เส้นทางการพัฒนาประเทศต้องเป็นอัมพาตเท่านั้น เฮติกำลังอยู่บนปากเหวของการตกลงไปใน "ปล่องระเบิด"

ผู้ประท้วงในกรุงปอร์โตแปรงซ์ ถือรัฐธรรมนูญของเฮติ

ปัจจุบันเฮติมีประชากรราว 11 ล้านคน และในเวลาเดียวกันมีเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมาจากการเลือกตั้งเพียง 11 คน เนื่องจากนับตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำเฮติ โมอิสไม่เคยจัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น แต่ในเดือนเม.ย.นี้ โมอิสมีแผนจัดการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญในหลายมาตรา ที่รวมถึงการเพิ่มอำนาจให้กับผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่า เป็นแผนการอันแนบเนียนของโมอิส ในการควบรวมอำนาจมากยิ่งขึ้นเท่านั้น


Sky News

วิกฤติด้านรัฐธรรมนูญของเฮติครั้งนี้จะคลี่คลายไปในทางใดยังยากจะคาดเดา เพราะเป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อน และพัวพันกับหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอก สถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองในเฮติเกิดขึ้นก่อนการรัฐประหารในเมียนมา แต่บรรดาประเทศมหาอำนาจให้ความสนใจกับเมียนมามากกว่าอย่างชัดเจน ด้วยความที่ประเทศแห่งนี้กำลังเป็น "จุดยุทธศาสตร์" ทั้งมีพรมแดนบางส่วนติดกับจีน อยู่ใกล้อินเดีย และเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน



ส่วนเฮติเป็นประเทศเกาะขนาดเล็กตั้งอยู่ในทะเลแคริบเบียน และแทบไม่มีบทบาทโดยตรงบนเวทีโลก ความสนใจของประชาคมโลกจึงน้อยลงตามไปด้วย แต่การที่บริเวณนี้ถือเป็นหนึ่งใน "เขตอิทธิพล" ของสหรัฐ จึงไม่เหนือความคาดหมายที่รัฐบาลวอชิงตันจะมีปฏิกิริยา อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับท่าทีของสหรัฐที่มีต่อเวเนซุเอลาแล้ว ไม่ว่ารัฐบาลวอชิงตันจะออกตัวว่าอยู่ฝ่ายไหน แต่ยิ่งสะท้อนว่าสิ่งที่สหรัฐต้องการเหนือสิ่งอื่นใด คือ "เสถียรภาพ" เพื่อช่วยรักษาผลประโยชน์ให้กับตัวเองด้วยในระยะยาวเท่านั้น มากกว่าการสนใจว่า ประชาชนในประเทศนั้นจะดำเนินชีวิตอย่างไร.

--------------------------

ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป

เครดิตภาพ : AP, REUTERS

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 185