อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

หวั่น ก.ม.เปิดช่องทำ"ไทย..ศูนย์กลางทำแท้ง"

มีรายงานเหตุผลของการทำแท้งว่าคนตัดสินใจทำเพราะไม่ชอบเพศของทารก บ้างก็อ้างเหตุผลเด็กเกิดปีชง เรียกว่ามีสารพัดเหตุผล ซึ่งถ้าให้ทำแท้งได้โดยไม่มีเหตุผล ไม่ผ่านการพูดคุยหาทางออกก่อน อาจส่งผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ทำแท้ง ต่อจากเรื่องอุ้มบุญ เสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.46 น.


หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 หญิงอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีความผิด ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนาหูถึงความเหมาะสม พร้อมแสดงความห่วงใยว่าสุดท้ายจะทำให้ประเทศไทยต้องกลายเป็น “ฮับของการทำแทง” หรือ “ศูนย์กลางการแพทย์เพื่อการยุติการตั้งครรภ์”  
 
เกี่ยวกับเรื่องนี้ “พญ.ชัญวลี ศรีสุโข” สูตินรีแพทย์โรงพยาบาลพิจิตร และกรรมการแพทยสภา ระบุว่า “เราไม่ได้คัดค้านกฎหมายดังกล่าว และเห็นด้วยว่าหญิงที่ยุติการตั้งครรภ์ไม่ควรจะมีความผิด...แต่ กฎหมายควรลงรายละเอียดโดยนึกถึงความปลอดภัยของผู้หญิง แต่ทุกการทำแท้งจะต้องมีเหตุผลและมีการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ที่สำคัญคือให้การยุติการตั้งครรภ์เป็นทางเลือกสุดท้าย”
 
การยุติการตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องที่จะให้ใครก็ได้เป็นผู้ดำเนินการ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับสุขภาพของผู้หญิง ซึ่ง การยุติการตั้งครรภ์จะตามมาด้วยการตกเลือด ปวดท้อง และมีราวๆ 3-14% ที่มีโอกาสแท้งไม่ครบ รกค้าง ซึ่งก็จะตามมาด้วยการต้องขูดมดลูก อาจจะเกิดปัญหามดลูกอักเสบ มดลูกทะลุ ต้องตัดมดลูกออก ถึงจะเจอน้อยแต่ก็เจอ จึง มีผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่ทำยุติการตั้งครรภ์แล้วไม่สามารถมีลูกได้อีก บางรายถึงขั้นเสียชีวิต ยิ่งปัจจุบันหญิงไทยมีมีปัญหาซีดกว่า 30% จากภาวะเลือดจาง และพาหะโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งเสี่ยงเกิดอันตรายมาก
 
การยุติการตั้งครรภ์ต้องทำอย่างมีเหตุผล และผ่านกระบวนการพูดคุย การให้การช่วยเหลือด้วยระบบต่างๆ แล้ว ให้การยุติการตั้งครรภ์เป็นทางเลือกสุดท้าย และต้องทำฟรีด้วย มีความโปร่งใส โดยมีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดูแลเรื่องงบประมาณ รวมถึงมีระบบให้การช่วยเหลือผู้หญิงหลังเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์ เพราะต้องพักฟื้น ไม่ได้ทำงาน รัฐพร้อมตรงนี้หรือไม่


 
 “อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ นั้นเด็กในครรภ์มีความสมบูรณ์ครบแล้ว มีแขน ขา มีหัวใจ สามารถอัลตราซาวด์เพื่อดูเพศของเด็กได้ ซึ่งมีรายงานเหตุผลของการทำแท้งว่าคนตัดสินใจทำเพราะไม่ชอบเพศของทารก บ้างก็อ้างเหตุผลเด็กเกิดปีชง เรียกว่ามีสารพัดเหตุผล ซึ่งถ้าให้ทำแท้งได้โดยไม่มีเหตุผล ไม่ผ่านการพูดคุยหาทางออกก่อน อาจส่งผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ทำแท้ง ต่อจากเรื่องอุ้มบุญ” 
 
พญ.ชัญวลี บอกอีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาเรื่องประชากรศาสตร์ เป็นสังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดลดลง ล่าสุดปี 2563 อัตราการเกิดเหลือเพียงประมาณ 500,000 ราย ประเทศขาดแคลนแรงงาน จนรัฐต้องขยายเวลาเกษียณอายุราชการ และมีแนวโน้มว่า สปสช.จะอุดหนุนงบฯ ให้ทำเด็กหลอดแก้วได้ เพราะคนมีลูกยากขึ้น ซึ่งเด็กหลอดแก้ว 1 คนมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
 


ถามว่าใน เมื่อรัฐต้องการประชากรแต่กลับไม่ประคับประคองการตั้งครรภ์ทุกการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้น เปิดให้มีการทำลายตั้งแต่มีการปฏิสนธิ แล้วจะให้เด็กที่เกิดมามีคุณภาพได้อย่างไร รัฐควรทุ่มเทโดยตั้ง 1 ตำบล 1 ศูนย์คุมกำเนิดเพื่อให้ความรู้ครอบคลุม เครื่องมือป้องกันการตั้งครรภ์ที่มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้เกิดการใช้ เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ก็มีการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเหลือเรื่องการเลี้ยงดู 

แล้วให้การทำแท้งเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะมีผู้หญิงมากกว่าครึ่งหนึ่งที่ตัดสินใจไม่ทำแท้งแล้ว หลังมีการพูดคุย หาทางออกร่วมกัน และมีเด็กจำนวนมากที่โตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติได้ แม้ว่าจะไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่มีความพร้อม...ดังนั้นจึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องมีการทบทวนเรื่องนี้.

คอลัมน์    : คุณหมอขอบอก
เขียนโดย : อภิวรรณ เสาเวียง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 71